Bangkok International Motor Show 2020

เผยเคล็ดลับในการพ่วงแบตเตอรี่

มนัส ช่วยบำรุง 17 ส.ค. 2561 | 115 View | ดูแลและรักษารถยนต์

การพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์นับเป็นสิ่งที่จำเป็นเมื่อรถประสบปัญหาแบตเตอรี่หมดแล้วต้องการพ่วงแบตเตอรี่เพื่อชาร์จไฟให้รถสตาร์ทได้อีกครั้ง วันนี้ข่าวรถนำวิธีพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์อย่างปลอดภัยมากฝากกันครับ

พ่วงแบตเตอรี่รถยนต์อย่างไรให้ปลอดภัย
พ่วงแบตเตอรี่รถยนต์อย่างไรให้ปลอดภัย

สำหรับการขับขี่รถยนต์บนท้องถนนในปัจจุบันมักมีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้มากมายโดยมีปัจจัยสำคัญที่สืบเนื่องมาจากสภาพถนน การขับขี่ของเพื่อนร่วมทางรวมไปถึงสภาพรถของผู้ใช้งานเหล่านี้ล้วนมีส่วนสำคัญในการสร้างความปลอดภัยในขณะขับขี่แทบทั้งสิ้น แบตเตอรี่รถยนต์เองก็มีส่วนสำคัญในการช่วยสร้างความปลอดภัยเพราะหากแบตเตอรี่รถหมดไฟก็ไม่สามารถที่จะขับเคลื่อนต่อไปได้อีกซึ่งการที่แบตเตอรี่หมดนั้นมาจากหลายสาเหตุประกอบกันได้แก่ ไดชาร์จหลวม น้ำกลั่นหมด และ แบตเตอรี่เสื่อม ซึ่งการแก้ปัญหาที่รวดเร็วที่สุดต้องอาศัยการพ่วงแบตเตอรี่จากรถยนต์คันอื่นเพื่อชาร์จไฟโดยอาศัยสายพ่วงแบตเตอรี่ที่ผู้ขับขี่สมควรมีติดรถเอาไว้

ทั้งนี้การพ่วงแบตเตอรี่ผู้ขับขี่สามารถที่จะทำได้ด้วยตนเอง แต่ก็ต้องพึงระวังเนื่องจากแบตเตอรี่มีส่วนประกอบหลัก คือ น้ำกรดซึ่งสามารถที่จะทำอันตรายต่อผิวหนังได้ อีกทั้งยังมีก๊าซไฮโดรเจนสะสมในตัวซึ่งจะก่อให้เกิดประกายไฟได้เมื่อแบตเตอรี่ทำงานซึ่งผู้ขับขี่ควรตระหนักถึงเหตุการณ์ดังกล่าวก่อนทำการพ่วงชาร์จแบตเตอรี่ด้วย

สำหรับการพ่วงแบตเตอรี่อย่างปลอดภัยนั้นในขั้นตอนแรกควรบิดกุญแจเพื่อดับเครื่องยนต์ และ ปิดการทำงานของระบบไฟฟ้าที่มีในรถทั้งหมด ก่อนนำสายพ่วงแบตเตอรี่มาชาร์จไฟกับรถคันอื่น โดยนำหัวของสายพ่วงขั้วบวกซึ่งจะมีสีแดงมาต่อพ่วงเข้ากับแบตเตอรี่ขั้วบวกของรถคันที่ต้องการชาร์จไฟให้รถที่แบตเตอรี่หมด จากนั้นจึงนำหัวของสายพ่วงขั้วลบซึ่งจะมีสีเขียว หรือ สีดำเข้ามาต่อพ่วงกับขั้วลบของรถคันที่ต้องการชาร์จไฟให้

สายพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์
สายพ่วงแบตเตอรี่รถยนต์

ภายหลังจึงนำสายหัวต่อที่เหลือมาต่อเข้ากับส่วนที่เป็นโลหะของเครื่องยนต์ในรถคันที่แบตเตอรี่หมด โดยเว้นระยะห่างจากแบตเตอรี่เล็กน้อย หรือ ใช้แตะในส่วนตัวยึดแบตเตอรี่ได้เช่นกัน จากนั้นจึงสตาร์ทรถคันที่ยังมีแบตเตอรี่อยู่เพื่อชาร์จไฟให้กับคันที่แบตเตอรี่หมดโดยใช้ระยะเวลาประมาณ 3 นาที หลังจากนั้นจึงทำการเร่งเครื่องยนต์เพื่อให้ประจุไฟฟ้าไหลเวียนได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

เมื่อทำการชาร์จแบตเตอรี่ไปได้ระยะหนึ่งจึงทำการสตาร์ทเครื่องยนต์รถคันที่แบตเตอรี่หมด พร้อมทั้งเร่งเครื่องให้รอบเครื่องยนต์อยู่ที่ประมาณ 1,500-2,000 รอบ/นาที เพื่อเช็คดูประจุไฟฟ้าว่าได้ไหลเข้าสู่แบตเตอรี่หรือไม่ หากสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเร่งเครื่องยนต์แล้วรถไม่ดับก็แสดงว่าการชาร์จไฟแบตเตอรี่ประสบความสำเร็จสามารถที่จะถอดสายชาร์จแบตเตอรี่ออกได้โดยเริ่มถอดจากรถคันที่ทำการชาร์จไฟให้ก่อนมาถอดให้กับรถคันที่แบตเตอรี่หมด ภายหลังจึงนำรถไปขับประมาณ 30 นาที หรือ นำไปเช็คแบตเตอรี่ยังศูนย์บริการเพื่อป้องกันปัญหาแบตเตอรี่หมดไฟได้อีกเช่นเดียวกัน

สำหรับผู้ที่ขับขี่รถแล้วมักประสบปัญหารถยนต์แบตเตอรี่หมดอยู่บ่อยๆควรนำรถเข้าไปเช็คแบตเตอรี่ หรือ ทำการเปลี่ยนแบตเตอรี่เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาดังกล่าวตามมาในภายหลัง

ดูเพิ่มเติม:

โปรโมชั่น ดูทั้งหมด

โปรโมชั่น Mitsubishi พฤศจิกายน 2563 อัปเดตใหม่

โปรโมชั่น Mitsubishi พฤศจิกายน 2563 ข้อเสนอดี ๆ ที่มิตซูบิชิพร้อมมอบให้คุณแบบบจัดหนัก เช็กโปรโมชั่น Mitsubishi ได้แล้วที่นี่

โปรโมชั่น Ford พฤศจิกายน 2563 อัปเดตใหม่

โปรโมชั่น Ford พฤศจิกายน 2563 สิทธิพิเศษจากฟอร์ดสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อรถแต่ยังไม่มีงบ พร้อมทั้งโปรโมชั่น Ford อื่น ๆ เช็กได้กันเลย

โปรโมชั่น Isuzu พฤศจิกายน 2563 อัปเดตใหม่

โปรโมชั่น Isuzu พฤศจิกายน 2563 ทุกรุ่น สิทธิพิเศษมากมายสำหรับลูกค้าอีซูซุที่ยกมาให้เลือกพิจารณากันทั้งค่าย เช็กโปรโมชั่น Isuzu ได้ที่นี่

โปรโมชั่น Nissan พฤศจิกายน 2563 อัปเดตใหม่

โปรโมชั่น Nissan พฤศจิกายน 2563 สิทธิดี ๆ ส่วนลดสุดปัง สำหรับรถยนต์ผู้ที่สนใจรถยนต์นิสสัน เช็กรายละเอียดโปรโมชั่น Nissan ได้ที่นี่

International

Cars in Thailand Chobrod.com (Cars in Thailand)