10:24, 20 พ.ค. 2564

เช็กอายุแบตเตอรี่รถยนต์แต่ละประเภทนั้นอยู่ได้นานแค่ไหน ?

บันทึกรายการ

แบตเตอรี่เหมือนกันแต่อาจมีอายุการใช้งานไม่เหมือนกัน ลองมาดูว่าอายุแบตเตอรี่รถยนต์แต่ละประเภทนั้นยาวนานขนาดไหนและเมื่อไรควรต้องเปลี่ยน

เคยหงุดหงิดเวลาสตาร์ตรถไม่ติดเพราะแบตเตอรี่เสื่อมสภาพกันบ้างไหม หากยังไม่เคยให้รู้ไว้เลยว่าเซ็งมาก โดยเฉพาะเวลาที่เร่งรีบหรืออยู่ในสถานที่หรือเวลาที่ไม่อำนวย และถ้าใครเคยตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้มาก่อนย่อมรู้ว่ามัน “บ้ง” สุด ๆ

ดังนั้น อย่ารอให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพแล้วค่อยเปลี่ยน แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อไรแบตเตอรี่ในรถยนต์คันเก่งจะไม่มีไฟเหลือพอทำหน้าที่ของมัน แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ใช่ความลับและควรต้องรู้ว่าอายุแบตเตอรี่รถยนต์แต่ละแบบนั้นอยู่ได้นานขนาดไหน

อายุแบตเตอรี่แบบน้ำ

เริ่มต้นกันที่อายุแบตเตอรี่รถยนต์แบบน้ำหรือแบบเปียก ซึ่งข้อดีคือมันเป็นแบตเตอรี่รถยนต์ที่มีราคาต่ำสุด แต่ต้องคอยหมั่นตรวจเช็กระดับของน้ำกลั่นภายในตัวแบตเตอรี่และเติมน้ำกลั่นเมื่อพบว่าต่ำกว่าระดับที่กำหนดอย่างสม่ำเสมอ

เพราะถ้าปล่อยให้แบตเตอรี่แห้งจะทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของมันต่ำลงจนเสื่อมสภาพเร็วกว่าอายุการใช้งานจริงของมัน โดยปกติแล้วอายุแบตเตอรี่แบบน้ำจะอยู่ได้ประมาณ 1.5-2 ปี ในกรณีที่ได้รับการดูแลรักษาและชาร์จไฟ (จะด้วยไดชาร์จขณะขับขี่หรือเครื่องชาร์จไฟเมื่อไม่ได้ใช้รถยนต์ก็ตาม)

อายุแบตเตอรี่รถยนต์กึ่งแห้ง

สำหรับอายุแบตเตอรี่แบบกึ่งแห้งหรือ Maintenance Free นี้ จะมีอายุการใช้งานเฉลี่ยตั้งแต่ 1.5 -2 ปี สูงสุดไม่เกิน 3 ปี เหมือนกับแบตเตอรี่แบบน้ำ จะแตกต่างกันตรงต้องการการดูแลรักษาน้อยกว่ามาก บางยี่ห้อซีลปิดช่องเติมน้ำกลั่นไว้ด้วย ปัจจุบันได้รับความนิยมค่อนข้างมากเพราะสะดวกและราคาไม่สูงเท่าแบตเตอรี่แบบแห้ง

อายุแบตเตอรี่แบบแห้ง

แบตเตอรี่แบบแห้ง (Sealed Maintenance Free) เป็นแบตเตอรี่รถยนต์ที่มีราคาสูงสุด เมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ชนิดอื่นในสเปกที่เท่ากัน แต่ก็มีอายุการใช้งานยาวนานมากกว่าด้วย ซึ่งปกติอายุแบตเตอรี่แบบแห้งจะเฉลี่ยที่ 4-5 ปี เลยทีเดียว และไม่ต้องการการดูแลรักษาเลยตลอดอายุการใช้งาน ไม่ต้องเช็กระดับน้ำกลั่นให้มือเลอะ

อย่างไรก็ตาม อายุแบตเตอรี่รถยนต์อาจมีอายุสั้นกว่ากำหนดได้จากการใช้งานหรือขาดการบำรุงรักษา เช่น รถที่จอดทิ้งไว้เป็นเวลานาน ๆ โดยไม่ได้สตาร์ตหรือกระตุ้นแบตเตอรี่ เนื่องจากรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ยิ่งไฮเทคยิ่งต้องการไฟฟ้าไปหล่อเลี้ยงระบบมากกว่าเดิม รวมถึงการขาดการดูแลรักษาสำหรับแบตเตอรี่บางประเภทโดยเฉพาะแบบน้ำ อาจเป็นสาเหตุให้แบตเตอรี่รถยนต์มีอายุการใช้งานสั้นกว่ากำหนด

ดังนั้น หากจะยืดอายุอายุแบตเตอรี่รถยนต์ควรต้องหมั่นดูแลรักษาระดับน้ำกลั่น (กรณีเป็นแบบน้ำ) ระดับไฟในแบตเตอรี่ให้เต็มอย่างสม่ำเสมอ เมื่อรถไม่ได้ถูกใช้งานเป็นระยะเวลานาน ควรสตาร์ตเครื่องหรือนำออกมาขับบ้างเพื่อให้เกิดการชาร์จ (จริง ๆ ดีต่อส่วนประกอบอื่นด้วย) หากไม่สะดวกสามารถเลือกใช้เครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์แทนก็ได้

ถ้าหากไม่แน่ใจว่าแบตเตอรี่ใกล้หมดสภาพหรือไม่ วิธีเช็คแบตเตอรี่รถยนต์เสื่อมนั้นทำได้หลายวิธี ตั้งแต่การสังเกตระดับความสว่างของระบบไฟต่าง ๆ ในรถยนต์ลดลงหรือไม่ สตาร์ตรถยากมากขึ้น หรือการใช้เครื่องมือช่วยวัดกำลังไฟซึ่งร้านแบตเตอรี่สามารถตรวจเช็กได้ (กรณีไม่มีเครื่องมือ) เพื่อตรวจสอบว่าแบตเตอรี่รถยนต์เหลือเท่าไหร่ควรเปลี่ยน ถ้าต่ำกว่ากำหนดนั่นหมายความว่าแบตเตอรี่เริ่มอ่อนกำลังลง เสื่อมสภาพ ควรตัดสินใจเปลี่ยนเป็นแบตเตอรี่ลูกใหม่จะดีกว่า

ติดตามข่าวล่าสุดได้ที่: https://khaorot.com/

อ่านเพิ่มเติม: อายุการใช้งานแบตเตอรี่รถยนต์

ในหมวดเดียวกัน