เปรียบเทียบ Ford Mustang 2018 กับ Nissan GT-R 2018

17 ก.ค 2561     โดย The Rabbit

ถ้ามองในภาพรวมไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความสวยงามภายนอก ความโอ่โถง สะดวกสบาย ให้ความบันเทิงได้ในทุกมิติ รวมไปถึงสมรรถนะของรถที่มีมากกว่า เชื่อว่าหลายคนต้องยกให้ Nissan GT-R 2018 ชนะไปในการเปรียบเทียบครั้งนี้ แต่สำหรับในส่วนของราคานั้น ต้องบอกเลยว่า เมื่อรถดี รถแรง ราคาก็ต้องแรงตามไปด้วย ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้วล่ะว่า จะชอบแบบไหน มากกว่ากัน

ในขณะที่ตลาดอีโคคาร์ กำลังแข่งขันกันอย่างร้อนระอุ อีกฟากหนึ่งของการแข่งขันในตลาดรถยนต์ อย่างตลาดซูเปอร์คาร์ ก็มีการแข่งขันสูงไม่แพ้กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านของ ฟอร์ด และนิสสัน ทีได้ออกซูเปอร์สปอร์ตคาร์อย่าง Ford Mustang 2018 และ Nissan GT-R 2018 มาชนกันในปีนี้ บอกได้เลยว่า เป็นศึกที่น่าสนใจทีเดียว และถ้าหากใครที่กำลังชั่งใจอยู่ว่า ควรจะซื้อของเจ้าไหนดี เราอยากจะให้กำเงินเอาไว้ให้แน่นๆ กับตัวก่อน แล้วมาดูบทความนี้ เพราะเราจะเปรียบเทียบให้เห็นกันแบบจะๆ เลยว่า ใครเหนือกว่าใคร

วิเคราะห์ภายนอก Ford Mustang เปรียบเทียบกับ Nissan GT-R

มาเริ่มกันที่ฝั่งของม้าเหล็กอย่าง Ford Mustang 2018 กันก่อนดีกว่า สำหรับเจ้านี้ยังคงรักษาคอนเซปต์ เรื่องของความดุดัน และดูดี ตามสไตล์ม้าป่าเอาไว้อย่างหนาแน่น ด้วย โครงสร้างภายนอกที่ถูกออกแบบมาให้มีความโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ โดยเฉพาะลิ้นใต้กันชน หรือ Front Splitter ที่นอกจากจะให้ความสวยงามแล้ว ยังมีประโยชน์ด้วย เพราะได้รับการออกแบบจากวิศวกรยานยนต์ของทาง Ford เพื่อให้สามารถรองรับแรงกดได้มากถึง 11 กิโลกรัม ที่ความเร็วรถ 129 กม/ชั่วโมง นั่นหมายความว่า นอกจากจะเร็วแล้ว Ford Mustang 2018 ยังยึดเกาะกับถนนได้ดีอีกด้วย และเพื่อเสริมให้ซูเปอร์สปอร์ตคาร์คันนี้ มีความเป็นสปอร์ตคาร์ยิ่งขึ้น แม้กระทั่ง ล้อแม็กซ์ ก็ต้องสปอร์ตด้วย นี่เองจึงทำให้ได้ ล้อแม็กซ์รูปตัววาย (Y) เก๋ๆ มาเสริมให้ดูเท่เข้าไปใหญ่

Ford mustang 2018
Ford Mustang 2018


ล้อแม็กซ์รูปตัววาย (Y)

มาดูกันที่ Nissan GT-R 2018 กันบ้าง ซึ่งต้องบอกก่อนว่า นิสสัน อาจจะเป็นที่รู้จักในบ้านเราในเรื่องของรถกระบะ แต่สำหรับเรื่องของสปอร์ตคาร์ ถือว่า GT-R นั้น โด่งดังมากทีเดียว ในต่างประเทศ และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากนักขับมืออาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูสวยโฉบเฉี่ยว และเน้นการใช้งาน ในด้านของความเร็ว อย่างเต็มพิกัด อย่างเช่น กระจังหน้า V-motion ที่มาพร้อมกับฝากระโปรงหน้ารถ ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการไหลเวียนของอากาศ หรือแม้กระทั่งในส่วนของ จานดิสเบรกของล้อที่มีการเซาะเป็นช่องเพื่อให้มีการไหลเวียนของอากาศได้อย่างเต็มที่ตามหลักพลศาสตร์ แต่ก็ไม่ได้ละทิ้งเอกลักษณ์ของนิสสันอย่าง ไฟท้ายทรงกลม ที่ถือว่าเป็นตำนานที่ทำให้คนส่วนใหญ่จำรถยนต์ยี่ห้อนี้ได้อย่างขึ้นใจ และที่สำคัญ คือมีสีสันให้เลือกได้อย่างหลากหลายมากมายถึง 6 สี ตามความชอบ และไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ทุกคน


ภายนอกของ Nissan GT-R 2018 พร้อมไฟท้ายในตำนาน

ซึ่งถ้าหากจะว่ากันจริงๆ แล้ว ในเรื่องของรูปลักษณ์ภายนอกนั้น ทั้ง Ford Mustang 2018 กับ Nissan GT-R  2018 นั้น เรียกได้ว่ามีความสวยงามที่สูสีกันมากอยู่ที่ว่า ผู้ขับขี่จะชอบแบบไหนมากกว่ากัน แต่หากจะมองให้ตอบโจทย์ของการเป็น ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ ทาง Khaorot.com มองว่า Nissan GT-R  2018 น่าจะมีภาษีดีกว่าอยู่นิดๆ เนื่องจากการออกแบบถูกคิดมาเป็นอย่างดี ในเรื่องของหลักพลศาตร์ และการไหลเวียนของอากาศ ทำให้รถสามารถทำความเร็วได้อย่างที่ใจต้องการ แถมด้วยมีรูปร่างที่ปราดเปรียว ยิ่งทำให้ดูดียิ่งขึ้นเวลาที่ขับบนสนาม หรือในท้องถนน

ภายในของ Ford Mustang เปรียบเทียบกับ Nissan GT-R

เมื่อดูที่ภายนอกกันแล้ว มาดูกันที่ภายในกันบ้างจะดีกว่า โดยในส่วนของ ห้องโดยสารของ Ford Mustang 2018 ต้องเรียกว่าหรูหรา มีระดับ เลยทีเดียว เพราะนอกจากเบาะที่นั่งจะถูกออกแบบมาให้กระชับนั่งสบายแล้ว ยังมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติแบบ Dual-Zone,  ระบบเชื่อมต่อ Sync3 บนหน้าจอระบบสัมผัสบนขนาด 8.0 นิ้ว ที่มาพร้อมกับระบบ  Apple CarPlay และระบบ Android Auto, ช่องเสียบ USB 2 ช่อง, ชุดเครื่องเสียง 9 ลำโพง, แผงหน้าปัดดิจิตอลขนาด 12 นิ้ว ทั้งนี้ นอกจากนั้น สำหรับคนที่ชอบออกแบบการขับขี่ด้วยตนเอง Ford Mustang 2018 ก็ยังมีโหมดการขับขี่ให้เลือกมากถึง 3 โหมดด้วยกัน


ภายในห้องโดยสารของ Ford Mustang 2018

ในส่วนของห้องโดยสารของ Nissan GT-R 2018 นั้นก็มีความโดดเด่นที่แตกต่างกันออกไป เพราะนอกจากจะเน้นความสะดวกสบายด้วยเบาะหุ้มหนังอย่างดี ที่ปรับได้ด้วยระบบไฟฟ้าแล้ว ยังช่วยให้คุณได้รับความบันเทิงได้ถึงขีดสุดด้วย เครื่องเสียงชั้นนำอย่าง boes และขับกล่อมคุณผ่านลำโพง 11 ตัวในห้องโดยสาร เรียกได้ว่า ใครชอบฟังเพลง หรือดูหนังต้องห้ามพลาดเด็ดขาด  และที่โดดเด่นไปกว่านั้น คือ คุณสามารถที่จะควบคุมทุกอย่างภายในห้องโดยสารได้ผ่านหน้าจอทัชสกรีน และโทรศัพท์มือถือ สะดวกสบายกว่านี้ น่าจะไม่มีแล้วจริงๆ

รีวิว BMW 730 Ld M Sport เรียบหรู พร้อมฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกครบครัน


ภายในห้องโดยสาร Nissan GT-R 2018

ในส่วนของห้องโดยสารภายในนั้น ถ้าใครชอบแบบเบสิค และต้องการแค่ความสะดวกสบาย ในการขับขี่ Ford Mustang 2018 คือ ตัวเลือกที่ดี แต่ถ้าหากคุณกำลังมองหาความบันเทิง เพื่อการผ่อนคลายความเครียด และความสะดวกสบาย ในการสั่งงานแล้วล่ะก็ Nissan GT-R 2018 น่าจะตอบโจทย์มากกว่า

เปรียบเทียบเครื่องยนต์ Ford Mustang กับ Nissan GT-R

ในส่วนของเครื่องยนต์นั้น Ford Mustang 2018 ค่อนข้างมีตัวเลือกให้ได้เลือกมากมาย ตามแต่ความต้องการของนักขี่ ดังนี้:

EcoBoost  2018  เป็นสปอร์ตคาร์ที่มี มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินขนาดใหญ่  2.3 ลิตรแบบ EcoBoost ให้กำลัง 310 แรงม้า (231 kW)และแรงบิดสูงสุด  350 ปอนด์/ฟุต (474 Nm.)  
GT 2018  มีเครื่องยนต์แบบ 5.0 ลิตร  V8 ให้กำลัง 460 แรงม้า (343 kW) และแรงบิดสูงสุด 420 ปอนด์/ฟุต (568 Nm.) ให้กำลังมากขึ้นกว่าเดิมประมาณ 25 แรงม้า (18 Kw.) แรงบิดสูงสุดมากกว่าเดิม 20 ปอนด์/ฟุต
Shelby GT350 2018  มีเครื่องยนต์ขนาด 2.2 ลิตรแบบ V8 ทำความเร่งจาก 0-60 ไมล์/ชั่วโมงภายในเวลาทั้งสิ้น 4.0 วินาทีเท่านั้นเอง ซึ่งถือว่าเร็วมากเลยทีเดียว

จะเห็นได้ว่า แต่ละรุ่นเครื่องยนต์จะมีขนาดที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งหากใครชอบรถที่มีเครื่องยนต์แรงๆ และมีให้เลือกอย่างหลากหลายรูปแบบ Ford Mustang 2018 น่าจะตอบสนองความต้องการได้เป็นอย่างดี

มาดูกันที่ฝั่งของ Nissan GT-R 2018 กันบ้าง ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีรุ่นย่อยๆให้ได้เลือกเหมือนกับ Ford Mustang แต่ทางค่ายนิสสัน ก็เอาความเร็ว และความเสถียรของรถเข้ามาสู้ และสำหรับในส่วนของเครื่องยนต์ของ GT-R นั้น ต้องบอกว่าไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน โดยมีความน่าสนใจ อยู่ที่ เครื่องยนต์เบนซิน V6 รหัส VR38DETT ความจุ 3.8 ลิตร ทวินเทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 555 แรงม้า ที่ 6,800 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 632 นิวตัน-เมตร ที่ 3,300 - 5,800 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 6 สปีด สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้ภายในเวลา เพียง 0.15 วินาที

เครื่องยนต์ Nissan GT-R 2018
เครื่องยนต์ Nissan GT-R 2018

ถ้าเทียบเองความเร็ว ในการเร่ง และการทำรอบดูเหมือนว่าทางฝั่งของ Nissan GT-R 2018 จะเป็นต่อเล็กน้อยอีกแล้ว รวมไปถึงในเรื่องของสมรรถนะ และแรงบิด ซึ่งในจุดนี้เอง ที่แม้แต่ม้าป่า ก็อาจจะแพ้ราบคาบ หากต้องไปซิ่งแข่งกันในสนามจริง

รีวิว Ferrari 812 Superfast สุดยอดพลัง 789 แรงม้า

ราคาของ Ford Mustang กับ Nissan GT-R

มาดูกันที่ราคากันบ้าง ว่ารถแรงๆ แบบนี้ ราคาจะแรงได้ซักแค่ไหนเชียว ว่าแล้วก็มาเริ่มจากฝั่งของ Ford Mustang กันก่อน เพราะมีรุ่นย่อย ๆ มาถึง 3 รุ่น และราคาค่อนข้างต่างกัน ไม่น้อยทีเดียว ดังนี้

EcoBoost  2018  ราคาอยู่ที่ราวๆ  $26,195 หรือ คิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 812,045 บาท*
GT 2018  ราคาอยู่ที่ราวๆ  $35,095  หรือ คิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 994,945 บาท*
Shelby GT350 2018 ราคาอยู่ที่ราวๆ  $57,145 ดอลล่าร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทยอยู่ที่ประมาณ 1,771,495 บาท*

(*คำนวณโดยคิดเป็นเงินไทยที่ประมาณ 31 บาท ต่อ 1 ดอลล่าห์สหรัฐ)

ในส่วนของทางด้าน Nissan GT-R 2018 นั้นมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วในประเทศไทย และทางบริษัทแม่ได้ทำการเคาะราคามาแล้วที่ 13.5 ล้านบาท

ในส่วนของราคานั้น หลายคนอาจจะมองว่าทางด้านของ Ford Mustang นั้นราคาถูกกว่ามาก แต่หากคุณต้องการรถยนต์แรงๆ และไม่เกี่ยงว่าจะราคาเท่าไหร่ Nissan GT-R 2018 น่าจะเป็นความภูมิใจของคนที่รักรถอย่างคุณแน่นอน

สรุป Ford Mustang 2018 กับ Nissan GT-R 2018 คันไหนดีกว่ากัน

ถ้ามองในภาพรวมไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความสวยงามภายนอก ความโอ่โถง สะดวกสบาย ให้ความบันเทิงได้ในทุกมิติ รวมไปถึงสมรรถนะของรถที่มีมากกว่า เชื่อว่าหลายคนต้องยกให้ Nissan GT-R 2018 ชนะไปในการเปรียบเทียบครั้งนี้ แต่สำหรับในส่วนของราคานั้น ต้องบอกเลยว่า เมื่อรถดี รถแรง ราคาก็ต้องแรงตามไปด้วย ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้วล่ะว่า จะชอบแบบไหน มากกว่ากัน

ดูเพิ่มเติม:
ราคา Chevrolet Camaro 2018 จากค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่อย่าง GM ที่ปล่อยออกมายั่วน้ำลายสาวกรถสปอร์ต
รีวิว Mitsubishi Pajero Sport เพิ่มความประทับใจในทุกจังหวะการขับขี่

 

ความคิดเห็นของผู้อ่าน 0
เรียงลำดับตาม:
ร่วมแสดงความคิดเห็น อีเมลของคุณจะไม่ปรากฏบนเว็บไซต์
กรุณากรอกข้อมูลของคุณ