รีวิว Hyundai IONIQ Electric 2018 “EV ยอดนิยมขายดีทั่วโลก” คุณค่าที่คุณคู่ควร

31 ต.ค 2561     โดย Pranut

รีวิว Hyundai IONIQ Electric 2018 “EV ยอดนิยมขายดีทั่วโลก” คุณค่าที่คุณคู่ควร
คะแนนของบรรณาธิการ
คะแนนของผู้ใช้
4
กับเรื่องพลังงานขับเคลื่อนแห่งอนาคต ยังเป็นข้อถกเถียงถึงความพร้อมสำหรับเมืองไทย ทำให้สิ่งที่คนไทยจะสามารถสัมผัสได้ถึงเทคโนโลยีของพลังขับเคลื่อนยุคต่อไป แพร่หลายที่สุดยังคงเป็นเพียงแค่รถ ไฮบริด “กึ่งไฟฟ้ากึ่งน้ำมัน” แถมก็ยังไม่ค่อยแพร่หลายสักเท่าไร ทั้งที่ทั่วโลกเริ่มใช้รถพลังขับเคลื่อนแบบไฟฟ้าล้วนกันแล้วอย่างแพร่หลาย และหนึ่งรุ่นที่ประสบความสำเร็จได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในประเทศบ้านเกิด Hyundai IONIQ Electric 2018
  • 1. แนะนำ Hyundai IONIQ Electric 2018 (ฮุนได ไอออนิค 2018)
  • 2. รีวิวภายนอก Hyundai IONIQ Electric 2018 (ฮุนได ไอออนิค 2018)
  • 3. รีวิวภายในห้องโดยสาร Hyundai IONIQ Electric 2018 (ฮุนได ไอออนิค 2018)
  • 4. รีวิวระบบขับเคลื่อนของ Hyundai IONIQ Electric 2018 (ฮุนได ไอออนิค 2018)
  • 5. รีวิวด้านความปลอดภัย Hyundai IONIQ Electric 2018 (ฮุนได ไอออนิค 2018)
  • 6. สรุป

1. แนะนำ Hyundai IONIQ Electric 2018 (ฮุนได ไอออนิค 2018)

ความงามของตัวเลขยอดขายในรถรุ่นนี้ Hyundai IONIQ Electric 2018 ที่ขายดีแบบเทนำ้เทท่า ทั้งในบ้านเกิด เกาหลีใต้ อเมริกาและยุโรป ขนาดต้องรอรถกันหลายเดือนกว่าจะได้ขับในเกาหลีใต้ รวมทั้งในอเมริกาก็มีไม่พอขาย น่าจะเป็นข้อพิสูจน์ได้ดีถึงความน่าสนใจในรถรุ่นนี้ สำคัญสุดคือเรื่องราคาจำหน่ายที่ไม่แพง “เกินเอื้อม” ชาร์จครั้งหนึ่งเพียงพอต่อการใช้งานในหนึ่งวัน ตอบครบทุกโจทย์ในการใช้รถของคนยุคใหม่ที่ไม่จำเป็นต้องง้อน้ำมัน แถมยังรักษ์โลกได้มากกว่าอีกด้วย 


Hyundai IONIQ Electric 2018 คือรถที่จะทำให้คนไทย สัมผัสรถ EV ได้ง่ายขึ้น

และตอนนี้ Hyundai IONIQ Electric 2018 ก็เปิดตัวมาจำหน่ายที่ไทยแล้วอย่างเป็นทางการ เมื่อครั้งงานมอเตอร์โชว์ 2018 ที่ผ่านมา กับราคาขายที่อาจจะดูสูงไปสักหน่อยสำหรับรถขนาดไซส์ C-Segment แต่ไม่แพงเลยกับเทคโนโลยีขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าล้วน ๆ ที่มาพร้อมกับการรับประกันตัวรถ Warranty 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร และรับประกันที่ตัวแบตเตอรี่แรงดันไฟฟ้าสูง High Voltage Battery นานถึง 8 ปี แบบไม่จำกัดระยะทาง พร้อมทั้งบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance 24 ชั่วโมง


รับประกันแบตฯ ถึง 8 ปี น่าจะพอยั่วใจให้ผู้ซื้อหันมาสนใจรถ EV คันนี้ได้ไม่น้อย

กับความไม่เป็นรูปเป็นร่างของตลาดรถไฟฟ้าในไทย การสนับสนุนที่ยังไม่ชัดเจนจากภาครัฐฯ ไปจนถึงความกล้าที่จะเปลี่ยนของผู้ซื้อรถ ที่ Hyundai IONIQ Electric 2018 คันนี้จะเข้ามาทลายทุกข้อจำกัด ด้วยราคาที่ออกมาเพียงรุ่นย่อยเดียวโดด ๆ ที่มากับพลังพอเตอร์ไฟฟ้า เทียบชั้นราคา D-Segment ซีดาน อยู่ที่ 1,749,000 บาท จะมีอะไรที่ IONIQ Electric จะน่าสนใจกว่าจนทำให้คุณอยากลองเปลี่ยนมาขับรถพลังงานที่สะอาดที่สุด มลพิษเป็นศูนย์ได้ไหม ต้องติดตาม

2. รีวิวภายนอก Hyundai IONIQ Electric 2018 (ฮุนได ไอออนิค 2018)

เมื่อขึ้นชื่อด้วยเทคโนโลยีของพลังขับเคลื่อนแห่งยุคต่อไป แน่นอนว่าเรื่องดีไซน์ภายนอกของ Hyundai IONIQ Electric 2018 คันนี้ต้องเน้นทำออกมาให้ดู “แตกต่าง” จากรถทั่วไปที่วิ่งอยู่บนท้องถนนกับรถในรูปแบบ Hatchback เปิดท้าย  ด้านหน้าที่มาแบบไม่มีช่องลมผ่านของกระจัง ปิดเรียบสนิท และตกแต่งด้วยสีเงินอลูมิเนียมแทน มิติตัวถังที่ไล่เลี่ยกับขนาดความเป็นรถ C-Segment จุดเด่นที่ประตูท้ายเปิดกว้างในพร้อมช่องกระจกใสไว้สำหรับมองหลัง แต่เมื่อมองที่โดยรวมของตัวดีไซน์ตัวรถแล้ว ก็ไม่ได้แตกต่างจากรถเก๋งวิ่งน้ำมันวิ่งแก๊สทั่วไปเท่าไรนัก ไม่ค่อยรู้สึกถึงความล้ำจากความเป็นรถ EV อย่างชัดเจน 

ฟีเจอร์เด่นของ Hyundai IONIQ Electric 2018 : ภายนอก 

  • กระจังหน้าสีเงินอลูมิเนียมแบบปิดสนิท
  • ไฟหน้า Projector Len แบบ LED พร้อมไฟวิ่งกลางวัน 
  • ไฟท้าย LED
  • ไฟส่องพื้นที่กระจกมองข้าง
  • ล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว 


ไฟหน้าแบบ LED เต็มระบบ เอกลักษณ์โดดเด่นที่มาพร้อม Projector Lens 

มิติตัวรถของ Hyundai IONIQ Electric 2018 

  • ความยาวตัวถัง (mm.) :: 4470
  • ความกว้างตัวถัง (mm.) :: 2045
  • ความสูงตัวถัง (mm.) :: 1450
  • ระยะฐานล้อ (mm.) :: 2700 

Khaorot Comment : เว้นแต่ดีไซน์ของกระจังหน้าแบบปิดหมด แปลกใหม่แน่นอนสำหรับรถบนถนนเมืองไทย  นอกนั้นแล้ว Hyundai IONIQ Electric 2018 ก็แทบจะไม่มีอะไรแตกต่างจากเก๋ง 5 ประตูทั่วไปหรือแสดงความล้ำของตัวรถออกมาผ่านดีไซน์ภายนอกได้ไม่ค่อยชัดเจนเท่าไรนัก แต่ก็นั่นแหละ ยังไงเรื่องดีไซน์ภายนอกก็ไม่ได้เป็นจุดสนใจสำคัญของรถรุ่นนี้อยู่แล้ว 



รูปทรงตัวรถเน้นเรียบง่าย ไม่ค่อยให้ความรู้สึกถึงความเป็นรถล้ำยุคมากนัก

เปิดตัว Honda Everus EV Concept 2018 รถต้นแบบพลังงานไฟฟ้าในประเทศจีน

3. รีวิวภายในห้องโดยสาร Hyundai IONIQ Electric 2018 (ฮุนได ไอออนิค 2018)

เด่นที่สุดของภายในคือการนำมาใช้ด้วยการตกแต่งวัสดุสี “ทองแดง” เพื่อตัดกับสีดำที่ใช้เป็นโทนการตกแต่งหลัก  แผงคอนโซลหน้าไม่ได้ดูล้ำเกินยุคเหมือนรถไฟฟ้าชั้นนำหลาย ๆ รุ่น แต่คุณสามารถสัมผัสได้ถึงความ “ไฮเทค” จากฟีเจอร์ที่แตกต่างจากรถวิ่งน้ำมันทั่ว ๆ ไป ทั้งมาตรวัดแบบดิจิตอล ปุ่มควบคุมมากมายตามแบบรถ EV ที่หัวเกียร์ไม่จำเป็นอีกต่อไป  ที่สำคัญคือวัสดุที่นำมาใช้ในการประกอบถือว่าทำได้ดีเยี่ยม ชนิดที่ว่าไม่อายรถยุโรปมีชื่อหลาย ๆ รุ่นเลย 

ฟีเจอร์เด่นของ Hyundai IONIQ Electric 2018 : ภายใน

  • เบาะนั่งหุ้มด้วยหนังสีดำ เดินตะเข็บด้ายสีทองแดง (ปรับไฟฟ้าด้านคนขับ)
  • ระบบระบายอากาศ Ventilate Seat ที่เบาะนั่งคู่หน้า
  • ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
  • พวงมาลัยหุ้มด้วยหนังแบบมัลติฟังก์ชั่น พร้อม Paddle Shift 
  • ระบบต้อนรับผู้ขับขี่ Welcome Function
  • มาตรวัดแบบดิจิตอลขนาด 7 นิ้ว
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน Smart Cruise Control
  • เบรกมือไฟฟ้า EPB พร้อมฟังก์ชั่น Auto Hold
  • ที่ชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย Wireless Charging “iQ”
  • ระบบเครื่องเสียงหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 5 นิ้ว รองรับ AM, FM, AUX, Bluetooth
  • ลำโพง 6 จุด



ภายในก็เรียบง่าย แต่ดูหรูได้ด้วยการตกแต่งจากวัสดุชั้นดี 

Khoarot Comment : แม้ดีไซน์จะไม่โดดเด่น มาในอารมณ์เดียวกับภายนอกที่เน้นความเรียบง่าย แต่แฝงไว้ซึ่งสิ่งที่น่าสนใจจากการตกแต่งด้วยวัสดุจากสีทองแดง และดำ Piano Black “มันดูดี” บวกกับวัสดุที่นำมาใช้มอบความรู้สึกดีในสัมผัสได้อย่างดีเลิศ  โดยพื้นฐานของ Hyundai IONIQ Electric 2018 คันนี้ทำออกมาได้อย่างดี เมื่อร่วมกับความล้ำของฟีเจอร์ในการขับขี่ ปุ่มกดที่มากขึ้น มั่นใจเลยว่ารถคันนี้จะมอบอารมณ์ที่แตกต่างจากรถคันก่อน ๆ ที่คุณเคยขับมาได้อย่างแน่นอน




ฟีเจอร์ล้ำ ๆ ที่จะทำให้ภายในของ IONIQ Electric 2018 พิเศษกว่ารถคันอื่น ๆ 

แดนมังกร โชว์ภาพ Sylphy EV ถอดแบบ Nissan Leaf มาเลยทีเดียว

4. รีวิวระบบขับเคลื่อนของ Hyundai IONIQ Electric 2018 (ฮุนได ไอออนิค 2018)

IONIQ Electric EV ขับเคลื่อนด้วยพลังมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Permanent Magnet Synchronous Motor ให้กำลังม้าอยู่ที่ 120 แรงม้ากับแรงบิดที่ 295 Nm พร้อมส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ Single Speed Reduction Gear มีโหมดการขับขี่เลือกได้ 3 รูปแบบ ทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ Lithium-Ion Polymer (LiPo) ความจุ 28 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง 


พลังมอเตอร์ 120 แรงม้า วิ่งได้ไกลเกือบ 300 กิโลเมตร จุดเด่นที่ทำให้รถรุ่นนี้ ขายดีทั่วโลก

ใช้เวลา 9.9 วินาทีสำหรับการเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงกับโหมด Sport และ 10.2 วินาทีในโหมดปกติ พร้อมความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 165 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และวิ่งได้ไกลถึง 280 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟเต็ม 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC) 

ระบบชาร์จไฟของ Ioniq Electric 2018 สามารถชาร์จได้ 3 แบบ ได้แก่ 
1. แบบทริคเคิ้ล (เต้าเสียบบ้าน) กำลังไฟอยู่ที่ 2.3 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จไฟเต็ม 12 ชั่วโมง 
2. แบบธรรมดา (Wall Box) กำลังไฟ 6.6 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จจนเต็ม 4 ชั่วโมง 25 นาที 
3. แบบชาร์จเร็ว (สถานีชาร์จเร็ว) กำลังไฟสูงสุด 100 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จถึง 80% ของแบตฯ ในเวลาเพียง 23 นาที


ขอต้อนรับสู่ยุคใหม่แห่งการเดินทางกับพลังงานไฟฟ้ากับ  Ioniq Electric

Khaorot Comment :  “ก็โอเคนะ” กับรถคันนี้ที่คุณจะใช้ในเมืองขับวิ่งไปทำงานตอนเช้า แล้วกลับบ้านตอนเย็นแบบเหลือ ๆ ที่สามารถใช้ขับไปแวะทานข้าว ดูหนัง หรือปาร์ตี้ต่อได้ แต่เรื่องอัตราเร่งคงต้องทำใจหน่อยกับความเป็นรถ EV ที่อาจต้องใจเย็นนิดนึงถ้าคิดจะแซงใคร แต่ถึงยังไงถ้าคุณใช้รถคันนี้ขับในเมืองที่รถแน่น เคลื่อนได้อย่างกับเต่าคลานแล้วละก็ เรื่องอัตราเร่งบางทีก็ไม่สำคัญเท่ากับความประหยัดที่คุณจะได้รับมากกว่าใคร แถมยังช่วยลดมลพิษให้กับโลกได้แบบ 100% อีกด้วย 

5. รีวิวด้านความปลอดภัย Hyundai IONIQ Electric 2018 (ฮุนได ไอออนิค 2018)

ฟีเจอร์เด่นของ Hyundai IONIQ Electric 2018 : ระบบความปลอดภัย

  • ถุงลมนิรภัย 7 จุด (คู่หน้า, ด้านข้างคู่หน้า, ม่านถุงลมนิรภัย, เข่าฝั่งคนขับ)
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้า FCW
  • ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ AEB
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา BSD
  • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องจราจร LKA
  • ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกช่องจราจร LDW
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อต้องการเปลี่ยนช่องจราจร LCA
  • ระบบเตือนเมื่อมีรถตัดผ่านขณะถอยหลัง RCTA
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC


เทคโนโลยีความปลอดภัยอัดแน่นไว้เต็มคัน เหมือนถุงลมที่ให้มาถึง 7 จุด

Khaorot Comment : อัดแน่นด้วยระบบความปลอดภัยสำหรับรถรุ่นนี้ที่จัดมาให้เต็มกับเทคโนโลยี เหมาะสมดีงามกับระบบขับเคลื่อนที่แตกต่างจากรถทั่วไป มั่นใจได้ในทุกเส้นทางการขับขี่ 

6. สรุป

แม้ความรู้สึกแรกเห็นจะเป็นความธรรมดาที่แค่ด้านหน้าอาจสะดุดตากว่ารถทั่วไปเพียงเท่านั้น โดยรวมตัวรถภายนอก ไม่ได้ทำให้รู้สึกพิเศษถึงเทคโนโลยีการขับขี่มากสักเท่าไร ผิวเผินก็แค่ซิตี้คาร์ทั่วไป ถ้าไม่มองชัด ๆ ดูดี ๆ ก็แทบไม่รู้เลยว่ารถคันนี้วิ่งได้โดยไม่ง้อน้ำมัน 

แต่ความรู้สีกก็พิเศษค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความประทับใจเพิ่มขึ้นเป็นลำดับขั้น เมื่อมองเข้ามาที่ภายในห้องโดยสาร ที่แม้การดีไซน์อาจจะไม่พิเศษ “ดูล้ำ” อะไรนัก แต่ด้วยการตกแต่งบวกวัสดุเนื้อดีที่ใช้ในการประกอบ พร้อมทั้งฟีเจอร์ “ไฮเทค” ที่มากกว่ารถทั่วไป มาตรวัดแบบดิจิตอลไร้เข็ม ปุ่มควบคุมที่ใช้ในการขับเคลื่อนในแบบฉบับของรถไฟฟ้า ก็น่าจะทำให้ใครที่ได้ขับรู้สึกได้ทันทีว่า Hyundai IONIQ Electric 2018 คันนี้พิเศษกว่ารถคันอื่น ๆ 



ที่จุสัมภาระเหลือเฟือ คุ้มค่าทุกมิติการใช้งาน 

เด่นที่สุดคือระบบขับเคลื่อนที่ใช้แบบไฟฟ้าล้วน EV ล้ำที่สุดกับความเป็นรถยุคต่อไป ไม่ง้อน้ำมัน ไม่ง้อการดูแลรักษาใด ๆ ที่เกี่ยวกับเครื่องยนต์ เสียบชาร์จไฟเท่านั้นก็วิ่งไปได้แบบ “ลืมปั้ม” กับการชาร์จไฟเต็มวิ่งได้ไกลเกือบ 300 กิโลเมตร ที่จะทำให้คุณตัดไปได้เลยกับการต้องมานั่งคิดค่าใช้จ่ายในส่วนเชื้อเพลิงสำหรับการเดินทาง Hyundai IONIQ Electric 2018 มันคือนิมิตรหมายใหม่ที่จะทำให้การใช้ชีวิตเกี่ยวกับยานพาหนะของคนไทยเปลี่ยนไปได้อย่างแท้จริง

เมื่อร่วมด้วยกับความปลอดภัยระดับ “ไฮเอนด์” ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ารถระดับหรูหลาย ๆ รุ่น “สมราคา” ในราคา “ล้านเจ็ด” กับฟีเจอร์หลาย ๆ อย่างที่ให้มาผ่านการทดสอบความสำคัญว่าจะต้องมีในรถยุคนี้ครบแล้ว พลังขับเคลื่อนแห่งยุคหน้าชาร์จไฟฟ้ากันอย่างเดียว ไม่ง้อน้ำมัน รับประกันแบบยาว ๆ และความปลอดภัยแบบล้น ๆ มั่นใจได้เหนือใคร  มองหลากหลายมุมในการใช้งานแล้ว Hyundai IONIQ Electric 2018 คันนี้ “น่าลอง” ดีจริง ๆ และเหมาะมากที่จะมาเป็นรถ EV ขับไฟฟ้าล้วนคันแรกของทุกคน 

แล้วคุณละพร้อมที่จะเปลี่ยนโลกไปพร้อมกันกับ Hyundai IONIQ Electric 2018 แล้วหรือยัง ชอบหรือไม่ชอบอะไรในรุ่นนี้อย่าลืมบอกกับเราสักหน่อยที่ Comment ด้านล่างนี้ได้เลย 

คะแนนรถคันนี้
ความคิดเห็นของผู้อ่าน 0
เรียงลำดับตาม:
ร่วมแสดงความคิดเห็น อีเมลของคุณจะไม่ปรากฏบนเว็บไซต์
กรุณากรอกข้อมูลของคุณ