รีวิว Ford Ranger Wildtrak 2018 กระบะพันธุ์เข้มพร้อมลุยทุกเส้นทาง

4 ก.ย 2561     โดย มนัส ช่วยบำรุง

รีวิว Ford Ranger Wildtrak 2018 กระบะพันธุ์เข้มพร้อมลุยทุกเส้นทาง
คะแนนของบรรณาธิการ
คะแนนของผู้ใช้
5
ก้าวข้ามขีดจำกัดของยนตรกรรมไปกับ Ford Ranger Wildtrak 2018 กระบะสายพันธุ์แกร่งสไตล์อเมริกันที่กลับมาทวงบัลลังก์ความยิ่งใหญ่อีกครั้งชูจุดเด่นด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ Bi-Turbo ขนาด 2.0 ลิตร มาดูการรีวิว Ford Ranger Wildtrak 2018 อย่างละเอียดได้ที่นี่
  • 1. แนะนำ
  • 2. รีวิวภายนอก Ford Ranger Wildtrak 2018
  • 3. รีวิวภายใน Ford Ranger Wildtrak 2018
  • 4. รีวิวเครื่องยนต์ Ford Ranger Wildtrak 2018
  • 5. รีวิวระบบความปลอดภัยของ Ford Ranger Wildtrak 2018
  • 6. สรุป

1. แนะนำ

Ford Ranger Wildtrak 2018 กระบะรุ่นพิเศษที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างเต็มที่โดยทีมงานฟอร์ดถือเป็นรุ่นปรับปรุง Minor change ต่อจากรุ่นก่อนที่ถูกเปิดตัวไปในปี 2015 สำหรับรุ่นปรับโฉมนี้มีการดีไซน์ให้ดูดุดันเข้มเพิ่มมากขึ้น พร้อมรุ่นย่อยที่น่าสนใจ ได้แก่ Ford Ranger Double Cab 2.0 Wildtrak 4x4 ส่งผลให้กระบะรุ่นนี้มีสมรรถนะที่เกือบจะทัดเทียมกับ Ford Ranger Raptor กระบะรุ่นเรือธงจากฟอร์ดที่กำลังเรียกเสียงฮือฮาอยู่ในขณะนี้

Ford Ranger Wildtrak 2018 รุ่นปรับโฉมได้รับการมุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงสมรรถนะของเครื่องยนต์ด้วยการติดตั้งขุมพลัง Bi-Turbo ขนาด 2.0 ลิตรให้กำลังสูงสุดมากถึง 213 แรงม้า ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด ผสานรับกับการเพิ่มฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกภายในมาอย่างมากมาย เช่น เบาะนั่งคนขับที่สามารถปรับไฟฟ้าได้ถึง 8 ทิศทาง พร้อมหน้าจอระบบทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว และ พวงมาลัยพาวเวอร์ EPAS แบบมัลติฟังก์ชั่นในราคาเริ่มต้นเพียง 1.2 ล้าน  
 

2. รีวิวภายนอก Ford Ranger Wildtrak 2018

Ford Ranger Wildtrak 2018
รีวิว Ford Ranger Wildtrak 2018

Ford Ranger Wildtrak Minorchange 2018 ได้รับการตกแต่งภายนอกอย่างพิถีพิถันผ่านเส้นสายบนตัวรถที่โฉบเฉี่ยวเข้ม สปอร์ตได้อย่างลงตัวเพิ่มความโดดเด่นมากยิ่งขึ้นด้วยไฟหน้าแบบ LED ดีไซน์ใหม่คล้ายคลึงกับใน Ford Everest อีกทั้งยังติดตั้งไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่กลางวัน Daytime Running Lights แบบ LED อีกเช่นเดียวกัน เสริมด้วยการติดตั้งกระจังหน้าแบบสี่เหลี่ยมคางหมูที่เปรียบเสมือนเป็นเอกลักษณ์ของฟอร์ดแต่ปรับเปลี่ยนเพิ่มเส้นแถบกลางแบบ 2 เส้นคู่ เข้าไปด้วยทำให้แลดูน่าสนใจเพิ่มขึ้น

กระจังหน้าดีไซน์ใหม่แบบ 2 เส้นคู่
กระจังหน้าดีไซน์ใหม่แบบ 2 เส้นคู่

เท่านั้นยังไม่พอ Ford Ranger Wildtrak 2018 ยังได้รับการดีไซน์ไฟตัดหมอกให้อยู่ในเบ้าที่ออกแบบเป็นพิเศษแลดูสะดุดตา ส่วนกันชนหน้ามีการปรับเปลี่ยนโดยตัดแถบสีเทาเข้มออกเหลือเพียงส่วนที่เชื่อมต่อกับกระจังหน้า กระจกมองข้างปรับและพับได้ด้วยไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยวในตัว บันไดด้านข้างสีดำพร้อมแถบโครเมี่ยม อีกทั้งยังได้รับการติดตั้งราวหลังคาเพื่อใช้บรรทุกสัมภาระ นอกจากนี้แล้วยังได้รับการปรับเปลี่ยนสติ๊กเกอร์ 4x4 บริเวณด้านข้างตัวรถให้ถูกใจนับขับผู้ชื่นชอบแนวออฟโรด

ไฟหน้าแบบ LED
ไฟหน้าแบบ LED

ส่วนด้านหลังสร้างความประทับใจด้วยฝาปิดกระบะท้ายที่มีการเพิ่มกลไกระบบช่วยผ่อนแรงการเปิด-ปิดฝาท้ายกระบะแบบ Easy Lift Tailgate ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถที่จะทำการปิดท้ายกระบะได้อย่างง่ายดายและมีน้ำหนักที่น้อยลง รวมถึงได้รับการติดตั้งระบบกุญแจล็อคฝาท้ายกระบะมาให้ในรถรุ่นนี้ด้วย ทางด้านกันชนหลังมากับสีดำเข้มแบบ Wildtrak ไฟท้ายดีไซน์ใหม่แบบ LED และ สติ๊กเกอร์ RANGER บริเวณฝากระบะท้ายได้ถูกปรับให้มีความโฉบเฉี่ยวล้ำสมัยมากขึ้น ช่วงล่างได้รับการติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง Bridgestone Dueler H/T 684 II ขนาด 265/60 R18

Ford Ranger Wildtrak 2018 ติดตั้งระบบช่วยผ่อนแรงการเปิด-ปิดฝาท้ายกระบะ
Ford Ranger Wildtrak 2018 ติดตั้งระบบช่วยผ่อนแรงการเปิด-ปิดฝาท้ายกระบะ

3. รีวิวภายใน Ford Ranger Wildtrak 2018

Ford Ranger Wildtrak 2018 ได้รับการตกแต่งภายในอย่างประณีตตามแบบฉบับของรถอเมริกันสร้างความโดดเด่นด้วย การตกแต่งภายในโทนสีดำ คอนโซลหน้าให้ความสบายตาผ่านการใช้เฉดสีแบบทูโทนดำ-เทา ตัดกันได้อย่างลงตัวผสานกับการรักษาเอกลักษณ์เฉพาะตัวของรุ่น Wildtrak เอาไว้ได้อย่างครบถ้วนด้วยการเก็บตะเข็บด้ายสีส้มทั่วทั้งคัน อาทิ เบาะนั่งด้านหน้า-หลัง พวงมาลัย บริเวณด้านบนแผงแดชบอร์ด ขอบประตู และ วัสดุหุ้มเกียร์แบบหนังที่เดินเก็บตะเข็บด้วยด้ายสีส้มอีกเช่นเดียวกัน

Ford เริ่มทำการส่งมอบรถกระบะสุดแกร่ง Ford Ranger Raptor พร้อมออกไปลุยกับลูกค้าทั่วประเทศไทย

พวงมาลัยพาวเวอร์แบบ EPAS
พวงมาลัยพาวเวอร์แบบ EPAS

โดยเบาะนั่งคนขับสามารถปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง พร้อมติดตั้งสัญลักษณ์ Wildtrak ไว้บริเวณพนักพิงศีรษะในที่นั่งด้านหน้าทั้ง 2 ตำแหน่ง ส่วนเบาะนั่งผู้โดยสารตอนหน้าสามารถปรับด้วยมือได้ 4 ทิศทาง เบาะนั่งด้านหลังสามารถพับยกขึ้นและพับลงได้แบบชิ้นเดียว เพิ่มความพิเศษมากยิ่งขึ้นด้วยหน้าจอแสดงผลการขับขี่แบบจอสี TFT แสดงผลคู่กับจอแบบ Dual Screen ซ้าย-ขวา พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหุ้มหนังแบบ 3 ก้าน และ หัวเกียร์มีการดีไซน์ให้รองรับกับ Manual Mode ในระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด

เบาะนั่งคนขับสามารถปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง
เบาะนั่งคนขับสามารถปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง

Ford Ranger Wildtrak 2018 สร้างความประทับใจในทุกทริปการขับขี่ผ่านไฟตกแต่งภายในห้องโดยสารแบบ Ambient Light สามารถปรับเปลี่ยนได้ถึง 7 เฉดสี ให้สุนทรียภาพในการขับขี่ได้อย่างเงียบสงบด้วยระบบตัดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสารแบบ Active Noise Cancellation รวมถึงฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกครบครัน เช่น ระบบกุญแจรีโมทพร้อมปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์อัตโนมัติ ระบบควบคุมความเร็วและรักษาระยะห่างอัตโนมัติแบบ Adaptive Cruise Control และ ระบบช่วยจอด Active Park Assist

แดชบอร์ดแสดงผลการขับขี่แบบจอสี TFT
แดชบอร์ดแสดงผลการขับขี่แบบจอสี TFT

Ford Ranger Wildtrak 2018 ให้ความบันเทิงผ่านระบบอินโฟเทนเมนท์บนหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับการเล่นแผ่น CD/MP3 วิทยุ AM/FM รองรับการเชื่อมต่อ Apple Carplay /Android Auto รวมถึงระบบนำทางในตัว อีกทั้งยังได้รับการติดตั้งฟังก์ชั่นสั่งงานผ่านเสียง SYNC3 ที่สามารถออกคำสั่งด้วยภาษาไทยได้รวมถึงแสดงผลบนหน้าจอเป็นภาษาไทยอีกเช่นกัน อีกทั้งยังให้ความเย็นสดชื่นด้วยระบบปรับอากาศแบบแยกอิสระซ้าย-ขวา

ระบบอินโฟเทนเมนท์บนหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว
ระบบอินโฟเทนเมนท์บนหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว

ชุดแต่ง Ford Ranger Open Cab 2018 ใครว่ากระบะเท่ห์ไม่ได้ ! Ford Ranger Open Cab XL 2018 พร้อมอุปกรณ์แต่งรอบคัน

4. รีวิวเครื่องยนต์ Ford Ranger Wildtrak 2018

Ford Ranger Wildtrak 2018 ได้รับการติดตั้งขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบแถวเรียง EcoBlue TDCi (เทอร์โบคู่ Bi-Turbo) ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 213 แรงม้า ที่ 3,750 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตัน-เมตร ที่ 1,750-2,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด พร้อมโหมดเปลี่ยนเกียร์แบบธรรมดา ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ลง 200 กรัม/กิโลเมตร

เครื่องยนต์ดีเซล EcoBlue TDCi (เทอร์โบคู่ Bi-Turbo) ขนาด 2.0 ลิตร
เครื่องยนต์ดีเซล EcoBlue TDCi (เทอร์โบคู่ Bi-Turbo) ขนาด 2.0 ลิตร

ทั้งนี้ Ford Ranger Wildtrak 2018 ได้รับการปรับแต่งเพิ่มสายพานไทม์มิ่งแบบจุ่มน้ำมันเครื่อง Belt-In-Oil Primary Drive พร้อมฝาครอบเครื่องยนต์และโฟมดูดซับเสียง ส่วนระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีดที่ได้รับการติดตั้งมาในรถรุ่นนี้ได้รับการออกแบบอย่างพิเศษผลิตขึ้นจากวัสดุเหล็กกล้าอะลูมิเนียมอัลลอย และ วัสดุคอมโพสิท รวมถึงปุ่มเปลี่ยนเกียร์แบบ Manual Mode เพิ่มความสะดวกให้แก่ผู้ขับขี่เมื่อต้องการเปลี่ยนเกียร์มากยิ่งขึ้น

ระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด พร้อมโหมดเปลี่ยนเกียร์แบบธรรมดา
ระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด พร้อมโหมดเปลี่ยนเกียร์แบบธรรมดา

Ford Ranger Wildtrak 2018 มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ 4WD เสริมด้วยการนำปั๊มน้ำมันเกียร์ชนิดใบพัดแปรผันแบบเยื้องศูนย์ Off-Axis Variable-Displacement Vane Pump ติดตั้งในรถรุ่นนี้ อีกทั้งยังได้รับการติดตั้งคลัทช์แบบ Rollover One-Way Clutch (OWC) ส่วนระบบเบรกคู่หน้าติดตั้งดิสก์เบรกแบบมีครีบระบายความร้อนพร้อมทั้งดิสก์เบรกในด้านหลังเป็นแบบดรัมเบรก และ ระบบบังคับเลี้ยวติดตั้งพวงมาลัยพาวเวอร์แบบ EPAS   

ปุ่มเปลี่ยนเกียร์แบบ Manual Mode + และ -
ปุ่มเปลี่ยนเกียร์แบบ Manual Mode + และ -

5. รีวิวระบบความปลอดภัยของ Ford Ranger Wildtrak 2018

Ford Ranger Wildtrak 2018 ได้รับการติดตั้งระบบความปลอดภัยที่ล้ำหน้า อาทิ ระบบเบรกอัตโนมัติ ตรวจจับรถคันหน้า และ คนเดินถนนแบบ AEB โดยระบบดังกล่าวจะเริ่มทำงานเมื่อรถอยู่ในย่านความเร็วประมาณ 3.6 กิโลเมตร/ชั่วโมง รวมถึงระบบป้องกันล้อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD เพิ่มความปลอดภัยเมื่อต้องเข้าโค้งด้วยระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวแบบ ESP และ ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS

ระบบกุญแจแบบ Immobilizer
ระบบกุญแจแบบ Immobilizer

อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ขับขี่เมื่อต้องขับรถในเส้นทางที่มีความสูงชันมากด้วยระบบช่วยออกตัวขณะจอดบนทางลาดชันแบบ HLA รวมถึงระบบควบคุมความเร็วขณะลงเขาแบบ HDC อีกทั้งยังได้รับการติดตั้งระบบช่วยการทรงตัวขณะลากจูง TSC ให้ทัศนะวิสัยในการถอยดียิ่งขึ้นผ่านกล้องมองภาพขณะถอยหลังพร้อมเซ็นเซอร์กะระยะในการถอย พิเศษสุดกับระบบป้องกันรถพลิกคว่ำ Roll Over Mitigation พร้อมระบบกุญแจแบบ Immobilizer และ สัญญาณกันขโมย Burglar Alarm

ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์อัตโนมัติ
ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์อัตโนมัติ

นอกจากนี้แล้ว Ford Ranger Wildtrak ยังได้รับการติดตั้งฟีเจอร์พื้นฐานด้านความปลอดภัยอีกมากมาย เช่น ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง คู่หน้า ด้านข้าง และ ม่านถุงลมนิรภัย จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ Isofix ระบบช่วยเตือนการเหนื่อยล้าขณะขับขี่แบบ Driver Alert System ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง Lane Keeping System และ ระบบเตือนการชนด้านหน้าแบบ Forward Collision Warning System

6. สรุป

สำหรับผู้ที่สนใจ Ford Ranger Wildtrak 2018 ยอดรถกระบะสไตล์อเมริกันสุดพรีเมี่ยมที่ได้รับความนิยมจากนักขับชาวไทยเป็นอย่างมากเพิ่มความสปอร์ตโดนใจด้วยเครื่องยนต์ Bi-Turbo ขนาด 2.0 ลิตร ติดตั้งระบบส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ 10 สปีด เหมือนกันกับในรุ่น Ford Ranger Raptor อีกทั้งยังได้รับการปรับเพิ่มสีสันตัวถังให้โฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้นด้วยสีส้ม Pride Orange ให้โทนสีที่อ่อนลงกว่าในรุ่นก่อนแต่แฝงไว้ด้วยมาดเข้มพร้อมเติมเต็มความสุขให้แก่ผู้ขับขี่ในราคาเริ่มต้นเพียงแค่ 1,265,000 บาท เท่านั้น 

ดูเพิ่มเติม:
เหล็กกันโคลงหลังรถกระบะคืออะไร? มีไว้เพื่ออะไร?
อัพเดทราคาล่าสุด Nissan Navara Black Edition กระบะพันธุ์เข้ม

คะแนนรถคันนี้
ความคิดเห็นของผู้อ่าน 0
เรียงลำดับตาม:
ร่วมแสดงความคิดเห็น อีเมลของคุณจะไม่ปรากฏบนเว็บไซต์
กรุณากรอกข้อมูลของคุณ