banner khaorot.com
banner khaorot.com

จัดจ้านลงตัวในทุกการขับขี่กับรถยนต์ MPV 4 ค่ายที่น่าซื้อน่าจับจองเป็นเจ้าของปี 2019

Unclepor 25 ธ.ค. 2561 | 26 View | รีวิว

รวบรวมรถยนต์ MPV จาก 4 แบรนด์ดังที่ขับขี่และน่าจับตามองในปี 2019 มาบอกเล่ารายละเอียดในทุกแง่มุมที่น่าสนใจ

แนะนำ 4 อันดับรถยนต์ MPV ที่น่าซื้อที่สุดปี 2019

รวบรวมความน่ามองในทุกแง่มุมกับกระแส MPV กับ 4 ค่าย ที่น่าสนใจที่สุด
รวบรวมความน่ามองในทุกแง่มุมกับกระแส MPV กับ 4 ค่าย ที่น่าสนใจที่สุด

ช่วงท้ายๆปีแบบมีเราต้องมีเรื่องราวดีๆมานำเสนอ อย่างเช่นกระแสรถ MPV ที่ร้อนแรงมาตั้งแต่กลางปียันท้ายปี สำหรับรถครอบครัวที่แข่งกันแบบสุดแรงเพื่อแบ่งพื้นที่ในตลาด แบบไม่มีใครยอมใคร!!! ตายเป็นตาย ชนิดที่ว่าเสียชื่อไม่ว่าเสียหน้าไม่ได้  อัอแน่นทั้งราคาที่น่าสนใจตลอดจนคาแรคเตอร์รถที่เจาะแต่ละกลุ่มหรือพยายามดึงให้หลงมนต์เข้ามาในกลุ่ม MPV หรือ Mini MPV เพราะในหลายๆปัจจัย วันนี้เราจะมาส่องรถยนต์ MPV ปี 2019 ที่ร้อนแรง จัดมาแบบสำหรับทุกท่านที่กำลังสนใจรถครอบครัวขนาดนี้ได้ทราบกันแบบเจาะลึกทุกแง่มุมกับ 4 รถ MPV สุดร้อนแรงปี 2019 ที่น่าใช้ที่สุด !!

กับความลงตัวทุกการสัมผัสใน Mitsubishi Xpander MPV ขนาดเล็กที่จะหลงใหลได้ไม่ยาก

กับความลงตัวทุกการสัมผัสใน Mitsubishi Xpander MPV ขนาดเล็กที่จะหลงใหลได้ไม่ยาก
กับความลงตัวทุกการสัมผัสใน Mitsubishi Xpander MPV ขนาดเล็กที่จะหลงใหลได้ไม่ยาก

เป็นรถยนต์อีกหนึ่งรุ่นของปีนี้ที่หลายคนต่างเฝ้ารอ ด้วยดีไซน์ที่สวยแหวกแนว แถมยังเป็นเซ็กเม้นต์ใหม่ที่มิตซูพยายามอย่างสุดแรงจะตีตลาดในบ้านเรา แต่ก็มีคำถามว่า Xpander เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร กับเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด จะเพียงพอกับการใช้งานจริงหรือ!!!

Mitsubishi Xpander

เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว MIVEC 1.5 ลิตร 105 แรงม้า แรงบิด 141 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหน้า ความปลอดภัยถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว, ระบบป้องกันการลื่นไถล, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน, กล้องมองภาพด้านหลังขณะถอยจอด เป็นต้น ล้อแม็กขนาด 15 นิ้ว และ 16 นิ้ว ตามแต่ละรุ่นย่อย   ราคา 779,000 บาท และ GT ราคา 849,000 บาท   

 Mitsubishi Xpander ขุมพลัง 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว MIVEC 1.5 ลิตร 105 แรงม้า แรงบิด 141 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ
Mitsubishi Xpander ขุมพลัง 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว MIVEC 1.5 ลิตร 105 แรงม้า แรงบิด 141 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ 

คุณค่าที่คู่ควรครอบครัวยุคใหม่ในราคาที่สัมผัสได้กับ Mitsubishi Xpander MPV ขนาดเล็กที่จะหลงใหล
คุณค่าที่คู่ควรครอบครัวยุคใหม่ในราคาที่สัมผัสได้กับ Mitsubishi Xpander MPV ขนาดเล็กที่จะหลงใหล

สำหรับครอบครัวยุคใหม่ ทันสมัยเร้าใจทุกการขับขี่กับ Honda Mobilio

สำหรับครอบครัวยุคใหม่ ทันสมัยเร้าใจทุกการขับขี่กับ Honda Mobilio
ทันสมัยสุดลงตัวกับครอบครัวยุคใหม่ เร้าใจทุกสัมผัสการขับขี่กับ Honda Mobilio

เน้นสำหรับการตอบโจทย์ชีวิตในเมืองกับครอบครัวรุ่นใหม่สำหรับยนตรกรรมอเนกประสงค์ขนาดซับคอมแพคท์ Honda Mobilio  ด้วยดีไซน์สปอร์ตพรีเมียมรอบคัน เก๋ลงตัวสุดโมเดิร์นกับแผงคอนโซลหน้าใหม่ พร้อมห้องโดยสารกว้างขวางนั่งสบายทุกตำแหน่ง ลงตัวทุกกิจกรรม ด้วยพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ที่รองรับการใช้งานที่หลากหลาย ครบครันด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบาย และมาตรฐานความปลอดภัยที่ครบครันยิ่งขึ้น ยกระดับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ให้ลงตัวกับทุกจังหวะชีวิตเมืองมีให้เลือกทั้งแบบ 7 ที่นั่ง และ 5 ที่นั่ง รองรับการใช้งานทุกรูปแบบได้มากกว่า ด้วยพื้นที่อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ เพื่อการใช้ชีวิตยุคใหม่ที่ไม่หยุดนิ่ง โดยเฉพาะแบบ 7 ที่นั่งเบาะนั่งแถวที่ 3 ปรับพับได้ เพื่ออิสระในการใช้งาน พร้อมพื้นที่จัดเก็บสัมภาระด้านท้าย

เน้นความสบายและลงตัวในการโดยสารสำหรับครอบครัวยุคใหม่หลากหลายไลฟ์สไตล์อย่างท้จริง
เน้นความสบายและลงตัวในการโดยสารสำหรับครอบครัวยุคใหม่หลากหลายไลฟ์สไตล์อย่างท้จริง

ด้านเครื่องยนต์เป็น SOHC i-VTEC 1.5 ลิตร 117 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 146 นิวตัน-เมตร ที่ 4,700 รอบต่อนาที ผสานระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ใหม่ ที่พัฒนาภายใต้ Earth Dreams Technology ให้อัตราการประหยัดน้ำมันและตอบสนองทุกการขับขี่อย่างดีเยี่ยม ทั้งยังรองรับพลังงานทางเลือก E85 นอกจากนี้ ยังติดตั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยครบครันยิ่งขึ้น อาทิ โครงสร้างตัวถังนิรภัย G-Force Control หรือ G-CON ปกป้องห้องโดยสารจากการชนรอบทิศทาง ถุงลมคู่หน้า Dual SRS ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA) ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA) ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) ระบบกระจายแรงเบรก (EBD) และกล้องส่องภาพด้านหลัง

ส่งต่อความแรงSOHC i-VTEC 1.5 ลิตร 117 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 146 นิวตัน-เมตร
ส่งต่อความแรงSOHC i-VTEC 1.5 ลิตร 117 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 146 นิวตัน-เมตร

รุ่น RS สปอร์ตเร้าใจในทุกมุมมองด้วยดีไซน์สปอร์ตรอบคัน ด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่แบบ Gloss Black โฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นด้วยไฟหน้าดีไซน์ใหม่แบบมัลติรีเฟล็กเตอร์พร้อมไฟหรี่แบบ LED ไฟตัดหมอกคู่หน้าพร้อมกันชนหน้าแบบสปอร์ต สเกิร์ตข้าง กันชนหลังแบบสปอร์ต พร้อมปลอกท่อไอเสียแบบสเตนเลส สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 15 นิ้วแบบ RS และสัญลักษณ์ RS บนกระจังด้านหน้าและฝากระโปรงท้าย

เสริมความมั่นในในชื่อ Honda ที่มั่นใจในการบริการหลังการขาย
เสริมความมั่นในในชื่อ Honda ที่มั่นใจในการบริการหลังการขาย

และความมั่นใจสำหรับการออกแบบและความสวยงามในสไตล์ Honda ทีครองตลาดคนไทยมานานแสนนาน
และความมั่นใจสำหรับการออกแบบและความสวยงามในสไตล์ Honda ทีครองตลาดคนไทยมานานแสนนาน

เรียบเท่ ทันสมัยทุกองศาพร้อมความแตกต่างที่น่าจับจองใน Suzuki Ertiga

Suzuki Ertiga กับรูปลักษณ์ที่เรียบเท่ลงตัวสำหรับครอบครัว ด้วยกระจังหน้าออกแบบให้ล้ำสมัยแต่คงความสปอร์ตในตัว และช่องอากาศในกันชนหน้าเป็นทรงปีกสอดรับกับกระจังหน้า มุมช่องอากาศทั้งสองฝั่งมีไฟ LED Daytime Running Light ทั้งหมดล้อมกรอบด้วยวัสดุโครเมียม จนทำให้คิดว่าเป็นการปรับโฉมใหม่หมด แต่รุ่น GL ก็ปรับกระจังหน้าใหม่เช่นกัน รวมถึงลายกันชนหน้าด้วย แต่ไม่หวือหวาเท่ารุ่น Dreza ด้านล้ออัลลอยทั้ง 2 รุ่นย่อยเป็นลายใหม่ต่างกันตามรุ่น ดูลงตัวเข้ากับการออกแบบภายนอกที่ต่างกัน

เรียบเท่ ทันสมัยทุกองศาพร้อมความแตกต่างที่น่าจับจองใน Suzuki Ertiga
เรียบง่ายแต่แตกต่าง ทันสมัยจนน่าหลงใหลและความลงตัวที่น่าสัมผัสใน Suzuki Ertiga

ภายในห้องโดยสารมี 2 แบบแยกตามรุ่นย่อย รุ่น Dreza เน้นภายในแบบทูโทน คอนโซลหน้าชิ้นบนและวัสดุหุ้มเบาะเป็นสีเข้มตัดกับสีเบจของห้องโดยสาร และเสริมด้วยวัสดุลายไม้ในหลายจุด ช่วยให้ดูหรูขึ้นอีก ขณะที่ภายในของรุ่น GL จะเป็นโทนสีเบจล้วนเน้นความโปร่งกว้าง และเรียบง่าย นอกนั้นแทบไม่ต่างกัน เว้นแค่พวงมาลัยของ Dreza เป็นแบบมัลติฟังก์ชัน จุดเด่นภายในของ เออร์ติก้า ที่ผู้เขียนชอบก็คือ เบาะนั่งแถวสองสามารถปรับเลื่อนหน้า-หลังได้ 240 มม. และยังมีที่วางแขนด้วย นอกจากนี้เบาะแถวสามพับแยกได้ 50:50 ให้ความอเนกประสงค์มากขึ้น

ดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์เน้นความทันสมัยแต่เรียบง่าย
ดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์เน้นความทันสมัยแต่เรียบง่าย 

Suzuki Ertiga  ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 16 วาล์ว รหัส K14B ซึ่งเป็นตัวเดิมจากรุ่นก่อนปรับไมเนอร์เชนจ์ ให้กำลังสูงสุด 92 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 130 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ซึ่งน้อยไปนิด ด้านช่วงล่างหน้าเป็นแบบ แม็กเฟอร์สันสตรัท คอยล์สปริง และหลังแบบทอร์ชั่นบีม คอยล์สปริง ส่วนระบบเบรกด้านหน้าดิสก์-หลังดรัม เพียงพอต่อการชะลอและหยุดความเร็วได้อย่างมั่นใจ ทั้งยังให้ความรู้สึกตอบกลับที่ดีไม่น้อย

ขุมพลังเบนซิน 4 สูบ 16 วาล์ว รหัส K14B สูงสุด 92 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 130 นิวตันเมตร
ความทันสมัยในมิติลีลาการออกแบบที่ลงตัวของ Suzuki Ertiga ที่สวยน่าจับตามองที่สุดอีกรุ่นในตลาด MPV

ขุมพลังเบนซิน 4 สูบ 16 วาล์ว รหัส K14B สูงสุด 92 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 130 นิวตันเมตร
ขุมพลังเบนซิน 4 สูบ 16 วาล์ว รหัส K14B สูงสุด 92 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 130 นิวตันเมตร

Suzuki Ertiga ให้อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบตรงความต้องการในระดับพอดี เช่น พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน (เฉพาะรุ่น Dreza), ช่องเชื่อมต่อ USB รองรับสารพัดอุปกรณ์พกพา และช่องจ่ายไฟสำรอง 12v ด้านหน้าใกล้กัน และด้านหลังสุดคอนโซลกลางอีกตำแหน่ง นับว่าโดนใจคนยุคนี้ที่มักมองหาแหล่งจ่ายไฟให้กับสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์สื่อสารอื่นๆ 

กว้าง โปร่ง โล่ง สบาย และให้ความรู้สึกพิเศษในทุกการเดินทางของครอบครัวคุณ
กว้าง โปร่ง โล่ง สบาย และให้ความรู้สึกพิเศษในทุกการเดินทางของครอบครัวคุณ

เติมเต็มความทันสมัยกับครอบครัวยุคใหม่ใน Toyota Rush

เติมเต็มความทันสมัยกับครอบครัวยุคใหม่ใน Toyota Rush
เติมเต็มความทันสมัยกับครอบครัวยุคใหม่ใน Toyota Rush  

Toyota Rush  เติมเต็มความสปอร์ตสำหรับครอบครัวยุคใหม่ ด้วยมิติตัวถัง ( กว้าง x ยาว xสูง)  = 1,695 x 4,435 x1,705 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,685 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อหน้า/หลัง 1,450/1,460 มิลลิเมตร ความสูงจากพื้น 220 มิลลิเมตร 

ดีไซน์สปอร์ตเหนือชั้นสำหรับครอบครัวทันสมัยเช่นคุณ
ดีไซน์สปอร์ตเหนือชั้นสำหรับครอบครัวทันสมัยเช่นคุณ

เท่ลงตัวกับกระจังหน้าตกแต่งด้วยโครเมี่ยม 5 เส้นเรียงตัวพร้อมไฟหน้าแบบ LED และ LED Guiding Light ในกรอบเดียวกันพาดเฉียงขึ้นด้านข้าง รับกับเส้นขอบกระโปรงรถอย่างลงตัว ด้านล่างมีช่องดักลมและไฟตัดหมอกทรงกลมทันสมัย ตกแต่งกรอบหนาด้วยสีดำเพิ่มเพิ่มความสปอร์ตมากขึ้น นอกจากนี้ยังเสริมความโดดเด่นด้วยกันชนหน้าและหลังที่ลงตัวทุกมิติการออกแบบ

ลงตัวทุกมิติลีลาการออกแบบทั้งภายนอกภายในสไตล์ Toyota ที่ไว้ใจได้
ลงตัวทุกมิติลีลาการออกแบบทั้งภายนอกภายในสไตล์ Toyota ที่ไว้ใจได้

กระจกข้างพับปรับด้วยไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยวในตัว ในส่วนของหลังคามีราวหลังคาสีดำ เติมเต็มความสะดวกเมื่อต้องบรรทุกสัมภาระในหลากไลฟ์สไตล์การเดินทาง

ไฟท้ายเป็น LED พร้อมไฟเบรกในกรอบเดียวกัน วางตัวแนวยาวโค้งไปทางด้านข้าง มองเห็นชัดเจนไม่ว่าจะมีรถสวนมาจากทางไหนก็ตาม นอกจากนี้ยังติดตั้งไฟเบรกดวงที่ 3 ให้ด้วย เสาอากาศเป็นแบบครีบฉลามเข้ากันกับรถดีไซน์สปอร์ต Toyota Rush 2018 ใช้ล้ออัลลอยทูโทนขนาด 17 นิ้ว รัดด้วยยาง 215/60 R17

ห้องโดยสารตกแต่งทูโทนสีดำตัดด้วยสีขาว พวงมาลัยเป็นพววงมาลัยไฟฟ้า EPS แบบสามก้านสามารถปรับระดับได้ ปุ่มควบคุมพื้นฐานบนพวงมาลัย ใช้งานง่ายยิ่งขึ้น กุญแจใช้ระบบ Smart Keyless entry พร้อมปุ่ม Push Start มาตรวัดเป็นแบบสองหน้าปัดอ่านง่าย พร้อมจอสี MID แสดงข้อมูลการขับขี่ตรงกลาง 

หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ที่สามารถเชื่อมต่อได้ทั้ง iPhone และ Andriod รองรับ Internet Bluetooth เล่น DVD CD และวิทยุได้ มีข่องเสียบ USB AUX นอกจากนี้ยังมีช่องชาร์จไฟ 12V ให้ทุกแถวที่นั่งอีกด้วย  ขับพลังเสียงด้วยลำโพงคุณภาพเยี่ยม 8 ตัว รอบทิศทาง 

ลงตัวทุกฟังก์ชั่นการใช้งานใน Toyota Rush
ลงตัวทุกฟังก์ชั่นการใช้งานใน Toyota Rush  

ใต้หน้าจอหลักเป็นจุดควบคุมระบบแอร์ที่สามารถปรับอัตโนมัติได้ ควบคุมด้วยปุ่มกดดีไซน์ใหม่ มีหน้าจอแสดงผลตรงกลางดูล้ำสมัย ช่องแอร์ด้านข้างออกแบบทรงกลมสไตล์สปอร์ต 
เบาะหุ้มด้วยผ้ากำมะหยี่สีดำ ออกแบบกระชับกับสรีระทุกสัดส่วน โดยเบาะแถวหน้าฝั่งคนขับปรับไฟฟ้า ส่วนเบาะแถวที่สองและสามสามารถพับได้ 50:50 เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการเก็บสัมภาระ กระจกทุกบานปรับเลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าทั้งหมด

เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 2NR-VE 4 สูบ 16 วาล์ว DOHC Dual VVT-i ให้กำลังสูงสุด 104 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 139 นิวตันเมตร ที่ 4,200 รอบต่อนาที ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เดียวกันกับ Toyota Avanza แต่ประหยัดเชื้อเพลิงมากกว่าถึง 25 %  ขับเคลื่อนแบบ RWD ส่งกำลังไปยังล้อด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ และเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ ช่วงล่างด้านหน้าแบบ MacPherson Strut พร้อมคอยล์สปริง ส่วนล้อคู่หลังเป็นแบบ 5 Link พร้อมคอยล์สปริง ซึ่งช่วงล่างแบบนี่จะรองรับแรงกระแทกได้ดี

เครื่องยนต์และระบบความปลอดภัยมั่นใจได้ ครบครันด้วยบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยมใน Toyota
เครื่องยนต์และระบบความปลอดภัยมั่นใจได้ ครบครันด้วยบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยมใน Toyota

มาตรฐานความปลอดภัย ASIAN NCAP ระดับ 5 ดาว จัดมาให้เต็มที่ด้วยถุงลมนิรภัย 6 จุด (คู่หน้า ,ด้านข้าง 2 และม่านนิรภัยด้านข้าง) พร้อมเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง ระบบเบรกล้อหน้าเป็นดิสก์เบรกส่วนล้อหลังเป็นดรัม มีระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) ในตัว 

เปรียบเทียบ Toyota Rush 2018 vs. New Honda BR-V 2018 แบบจุดต่อจุด

สรุปความลงตัวกับวิถี MPV ที่น่าใช้ปี 2019

สรุปความลงตัวกับวิถี MPV ที่น่าใช้ปี 2019
4 ความลงตัวกับวิถี MPV ที่น่าใช้ปี 2019

เพราะรถ MPV หรือ Mini MPV ล้วนตอบโจทย์กับครอบครัวและวัฒนธรรมคนไทยที่ยังอาสัยอยู่ด้วยกันแบบพ่อแม่ลูก ปู่ย่าตายาย พี่น้อง ซึ่งถือว่าเป็นความสำคัญกับการตอบโจทย์การใช้งานในหลายๆครอบครัว แต่ละรุ่นและแต่ละค่ายที่เราหยิบมานำเสนอล้วนมีคาแรคเตอร์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ล้วนแล้วแต่มีข้อเด่นและข้อด้อยที่งัดกันออกมาเพื่อตอบโจทย์ให้ตรงไลฟ์สไตล์ของคุณมากที่สุด ทดลอง ศึกษา และเลือกที่เป็นตัวเอง เพื่อความสุขของครอบครัว และความสุขในทุกการขับขี่แบกบคุณ !!

อ่านเพิ่มเติม :

โปรโมชั่น ดูทั้งหมด

โปรโมชั่น “MITSUBISHI SUPER PRO จัดให้ใจถึง มอบข้อเสนอดีๆ แบบจัดหนักจัดเต็มถึง 5 ต่อ”

กลับมาอีกครั้งสำหรับโปรโมชั่นดีๆ จาก MITSUBISHI ต้อนรับหน้าฝนเพื่อมอบข้อเสนอดีๆ ให้กับลูกค้า MITSUBISHI ได้อมยิ้มกันถ้วนหน้าแบบ 5 ต่อ ด้วยการจัดโปรโมชั่น MITSUBISHI : “MITSUBISHI SUPER PRO จัดให้ใจถึง มอบข้อเสนอดีๆ แบบจัดหนักจัดเต็มถึง 5 ต่อ”

Promotion for All New Mitsubishi Xpander 2018 ฟรีประกันภัยชั้น 1 มูลค่า 22,000 บาท

All New Mitsubishi Xpander 2018 รถยนต์ Mini-MPV 7 ที่นั่ง ที่มาพร้อมกับรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูแปลกตาไปจากรถยนต์ MPV ทั่วๆ ไป ด้านหน้าของ All New Mitsubishi Xpander 2018 ดูดุดันคล้ายๆ กับ Mitsubishi Triton 2018 เหมาะสำหรับครอบครัวที่ชอบลุย All New Mitsubishi Xpander 2018 ได้รับการออกแบบด้วยดีไซน์ Advanced Dynamic Shield Design Concept ซึ่งก็เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของด้านหน้ารถ Mitsubishi ซึ่งก็เป็นการคงไว้ซึ่งดีไซน์แห่งอนาคต