14:14, 18 ก.ย. 2565

อายุแบตเตอรี่รถยนต์ใช้ได้กี่ปี เรื่องที่คนใช้รถต้องรู้

บันทึกรายการ

เคยสังเกตกันหรือไม่ว่าอายุแบตเตอรี่รถยนต์ใช้ได้กี่ปี เมื่อไรควรถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนใหม่หรือรอไปจนกว่าจะเกิดปัญหาสตาร์ตไม่ติดซึ่งอาจส่งผลเสียได้มากกว่าที่คิด

แบตเตอรี่ เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่มีความสำคัญต่อรถยนต์เป็นอย่างมาก โดยทำหน้าที่เป็นใจกลางสำคัญเริ่มต้นตั้งแต่การสตาร์ตเครื่องยนต์ ตลอดไปจนการจ่ายกระแสไฟฟ้าส่งต่อไปยังอุปกรณ์ต่างๆ ภายในรถทั้งหมด จึงทำให้ผู้ขับขี่ต้องหมั่นดูแลรักษาอย่างสม่ำเสมอ เพราะ อายุการใช้งานแบตเตอรี่รถยนต์ มีความแตกต่างกัน ซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยการใช้งานที่หลากหลาย ดังนั้นสิ่งสำคัญคือการหมั่นทำความเข้าใจแบตเตอรี่รถยนต์ของตัวเอง พร้อมการดูแลรักษาอย่างถูกวิธีเพื่อยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานยิ่งขึ้น บทความนี้จะพามาดูกันว่า แบตเตอรี่รถยนต์ใช้ได้กี่ปี และอาการแบตเสื่อมเป็นอย่างไร

อายุแบตเตอรี่รถยนต์ใช้ได้กี่ปี เรื่องที่คนใช้รถต้องรู้ไม่ควรปล่อยเบลอหรือรอให้แบตเตอรี่หมดเมื่อไรค่อยเปลี่ยนอาจไม่ใช่วิธีที่ดีนัก เพราะนอกจากจะยุ่งยากเสียเวลาแล้วอาจเสี่ยงต่อความเสียหายของระบบไฟฟ้าในรถรุ่นใหม่ ๆ ค่อนข้างมากอีกด้วย

แบตเตอรี่รถยนต์เป็นอุปกรณ์ที่มีไว้จ่ายพลังงานไฟฟ้าเพื่อให้ระบบต่าง ๆ ของรถยนต์ทำงาน แบตเตอรี่รถยนต์จึงมีความจำเป็นอย่างมาก แต่บางครั้งผู้ใช้รถยนต์อาจละเลยหรือมองข้ามส่วนของแบตเตอรี่เพียงเพราะว่าสามารถถอดเปลี่ยนเป็นของใหม่ได้ง่าย ราคาไม่สูงมาก ใช้จนเสื่อมสภาพสตาร์ตรถไม่ติดแล้วค่อยเปลี่ยนก็ได้ จนลืมสนใจว่าแท้จริงแล้วอายุแบตเตอรี่รถยนต์ใช้ได้กี่ปี มีอายุยาวนานเพียงใดและควรเปลี่ยนเมื่อถึงเวลา

แล้วอายุแบตเตอรี่รถยนต์ใช้นานสุดกี่ปี ?

หากมีการดูแลอย่างเหมาะสม แบตเตอรี่รถยนต์อาจมีอายุการใช้งานได้นานกว่า 5 ปี หากคุณใช้รถยนต์ในแต่ละวันแบบปกติ แบตเตอรี่จะควรเปลี่ยนใหม่ในทุกๆ3ปี

ปัจจุบันแบตเตอรี่รถยนต์มีหลายแบบ ทั้งแบบน้ำ แบบกึ่งแห้งและแบบแห้ง ซึ่งมีอายุการใช้งานรวมถึงการดูแลรักษาต่างกัน

คงเป็นเรื่องยากถ้าจะให้พูดถึงว่า แบตเตอรี่รถยนต์อยู่ได้กี่ปี และอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ว่าสามารถใช้งานได้กี่ปี เพราะประกอบไปด้วยปัจจัยหลายอย่างที่มีผลต่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่ ถึงแม้ว่าเราจะดูแลบำรุงรักษามากแค่ไหนแต่ก็ยังมีเรื่องนอกเหนือจากนี้ที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น อุณหภูมิ และสภาพอากาศ ซึ่งโดยเฉลี่ยแล้วแบตเตอรี่จะมีอายุการใช้งานอย่างน้อย 2 ปีขึ้นไป และมากที่สุดถึง 5 ปี

ส่วนแบตเตอรี่กึ่งแห้งหรือ Maintenance Free ต้องการการดูแลน้อยมาก ๆ แม้จะมีฝาเปิด-ปิดให้เติมน้ำกลั่นอยู่ อายุการใช้งานเฉลี่ยเหมือนแบบน้ำคือราว 2 ปี สูงสุดไม่เกิน 3 ปี ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น รุ่นรถ การใช้งาน การดูแลรักษา

แต่ไม่ว่าจะดูแลรักษาแบตเตอรี่ดีอย่างไร เมื่อมีอายุการใช้งานมากขึ้น การกักเก็บพลังงานไฟฟ้าหรือประจุไฟฟ้าย่อมลดลงเป็นเรื่องปกติ จึงควรเปลี่ยนแบตเตอรี่รถยนต์ลูกใหม่ตามระยะเวลา

สำหรับแบตเตอรี่รถยนต์ชนิดแห้งที่มีราคาแพงกว่าสองชนิดแรกพอสมควรนั้นจะมีอายุการใช้งานยาวนานขึ้นและไม่ต้องคอยตรวจเช็กระดับน้ำกลั่นเลย เนื่องจากถูกซีลปิดสนิท มีเพียงรูระบายอากาศเล็ก ๆ กับตาแมวไว้ดูระดับไฟฟ้าของแบตเตอรี่ ซึ่งอยู่ได้ราว ๆ 5 ปี โดยประมาณหรืออาจมากกว่านั้น

อย่างไรก็ตามอายุแบตเตอรี่รถยนต์ใช้ได้กี่ปีนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวแบตเตอรี่เพียงปัจจัยเดียว แต่ขึ้นอยู่กับหลาย ๆ ปัจจัย โดยเฉพาะการดูแลรักษาและการใช้งาน หากปล่อยให้รถไฟหมดบ่อยครั้ง ไม่เติมน้ำกลั่น หรือรถไม่ค่อยได้ใช้งานเพื่อจะได้ชาร์จไฟจนเต็ม โอกาสที่แบตเตอรี่จะเสื่อมเร็วกว่ากำหนดย่อมเป็นไปได้เสมอ

อาการแบตเตอรี่เสื่อมเป็นอย่างไร

หลังจากที่ได้รู้กันไปแล้วว่า แบตเตอรี่รถยนต์ อายุการใช้งาน ได้กี่ปี และแบตเตอรี่ของรถยนต์ยังสามารถพบอาการเสื่อมสภาพลงได้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่ใครหลายคนต้องพบเจอและก็เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่บ่งบอกได้ว่าแบตเตอรี่ใกล้จะหมดอายุการใช้งานเต็มทีแล้ว

1. เครื่องยนต์สตาร์ตติดยาก

การสตาร์ตเครื่องยนต์เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ใช้ไฟจากแบตเตอรี่มากที่สุด เพราะหากว่าเครื่องยนต์หมุนช้าลงและสตาร์ตเครื่องติดได้ยากก็จะส่งผลให้แบตเตอรี่เก็บประจุไฟไม่อยู่ จนทำให้จ่ายไฟได้น้อยลง รวมทั้งการสตาร์ตเครื่องยนต์แล้วเกิดเสียงหมุนของเครื่องยนต์แต่รถยังสตาร์ตไม่ติดก็เกิดจากกำลังไฟของแบตเตอรี่ไม่เพียงพอ

เครื่องยนต์สตาร์ตติดยาก

2. กลิ่นเหม็นผิดปกติ

อีกหนึ่งสัญญาณที่บ่งบอกได้ว่าแบตเตอรี่รถของคุณกำลังรั่วและชำรุด คือมีกลิ่นเหม็นผิดปกติคล้ายกับกลิ่นของไข่เน่า หากฝืนใช้งานต่อไปอาจส่งผลต่อความเสียหายที่อาจลุกลามไปยังส่วนอื่นของเครื่องยนต์ ดังนั้นเมื่อได้กลิ่นผิดปกตินี้ควรเปลี่ยนแบตเตอรี่ทันที

3. ไฟหน้าสว่างน้อย

หากสังเกตในการขับรถช่วงเวลากลางคืนแล้วพบว่าไฟหน้ารถให้ความสว่างน้อยลง สามารถบ่งบอกได้ว่าแบตเตอรี่รถยนต์กำลังมีปัญหา ควรรีบนำรถเข้าศูนย์บริการหรืออู่เพื่อทำการตรวจเช็กในทันที

4. แบตเตอรี่ผิดปกติ

สำหรับปัญหาแบตเตอรี่เสื่อมที่นอกจากจะเกิดขึ้นจากการใช้งานของผู้ขับขี่แล้ว ยังสามารถเกิดขึ้นได้กับคุณภาพและมาตรฐานการผลิตของแบตเตอรี่ เช่น แบตเตอรี่บวม แบตเตอรี่สะสมความเป็นกรด หรือแบตเตอรี่มีอุณหภูมิสูง

แบตเตอรี่ผิดปกติ

5. พ่วงแบตเตอรี่เป็นประจำ

ไม่ว่าจะเป็นรถใหม่ป้ายแดงหรือรถเก่าก็สามารถพบเจอปัญหานี้ได้ทั้งนั้น เนื่องจากการลืมปิดไฟหน้ารถหรืออุปกรณ์ไฟฟ้าบางอย่างภายในรถก็ส่งผลให้แบตเตอรี่เสื่อมและหมดเร็วมากขึ้นกว่าเดิม จนต้องทำให้พ่วงแบตเตอรี่อยู่เป็นประจำ ซึ่งการพ่วงแบตเตอรี่ก็มีข้อเสียที่ทำให้แบตเตอรี่เสื่อมเร็วมากกว่าปกติ

ปัจจัยที่มีผลต่ออายุการใช้งานของแบตเตอรี่

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยสำคัญที่มีผลทำให้อายุการใช้งานของแบตเตอรี่ลดลง เช่น สภาพอากาศและอุณหภูมิ ที่หนาวจัดหรือร้อนจัด หากจอดรถเอาไว้เป็นเวลานานก็จะส่งผลทำให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพได้เร็ว เพราะแผ่นตะกั่วอาจเกิดตะกอนทำให้ไม่สามารถกักเก็บไฟได้ดี หรือความผิดปกติของระบบชาร์จไฟ ที่มีการปล่อยกระแสไฟฟ้าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยไปยังแบตเตอรี่ ส่งผลให้แบตเตอรี่รั่วไหลและไม่สามารถเก็บไฟได้แม้ขณะที่กำลังสตาร์ตเครื่องอยู่

สำหรับอายุการใช้งานของแบตเตอรี่นั้นไม่สามารถบอกได้อย่างชัดเจนว่ากี่ปี เพราะมีปัจจัยอื่นๆ อีกมากมายที่มีส่วนทำให้แบตเตอรี่เสื่อมและหมดเร็วขึ้น ดังนั้นผู้ขับขี่ควรหมั่นตรวจสอบการทำงานของแบตเตอรี่อยู่เสมอ เพื่อยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้น รวมทั้งยังเป็นการป้องกันอันตรายที่อาจตามมาจากการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่

ผู้ใช้รถควรตรวจสอบเป็นระยะหรือหมั่นสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับระบบไฟ เช่น ระบบแสงสว่างลดลง สตาร์ตยากขึ้น ควบคู่กันไป หากพบความผิดปกติควรตรวจสอบแบตเตอรี่ เพื่อป้องกันปัญหาตามมา ทั้งยุ่งยาก หรือในบางครั้งเสี่ยงกระทบถึงระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะรถยนต์รุ่นใหม่ที่มีอุปกรณ์ควบคุมด้วยไฟฟ้าเป็นจำนวนมากอาจสามารถเกิดความเสียหายได้อย่างคาดไม่ถึง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ที่: https://khaorot.com/

อ่านเพิ่มเติม:

ในหมวดเดียวกัน