รถ Audi R8 มีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาสูงหรือไม่ ?

27 ส.ค 2561     โดย มนัส ช่วยบำรุง

Audi R8 ยอดรถแนวสปอร์ตคาร์ตัวเก่งจากค่ายอาวดี้ที่พกพาเอาความเข้มดุดันผสานกับขุมพลังความแรงได้อย่างเหนือชั้นส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ S-Tronic 7 สปีด มีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาสูงหรือไม่ ข่าวรถนำคำตอบมาให้แล้วครับ

Audi R8 Coupe V10
รถยนต์ Audi R8 Coupe V10

Audi R8 เผยโฉมรุ่นใหม่ล่าสุด Coupe V10 สุดยอดรถสมรรถนะสูงจากอาวดี้ที่เปิดตัวในปลายปี 2017 ที่ผ่านมา พร้อมทางเลือกรุ่นย่อยถึง 3 รุ่น เพิ่มจุดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ Quattro ที่ช่วยประหยัดเชื้อเพลิงแม้จะส่งแรงบิดลงไปยังทุกล้อแต่ก็ยังมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงที่ลดลงในราคาเริ่มต้นประมาณ 18.999 ล้านบาท นับว่าสูงทีเดียวเมื่อนำมาเทียบกับรถในเซกเมนท์เดียวกัน แต่อาวดี้ก็เพิ่มความมั่นใจในการติดตั้งอุปกรณ์เสริมที่คุ้มค่ากับราคาไม่ต้องกังวลกับค่าบำรุงรักษามากนัก

โดยเฉพาะในส่วนของเครื่องยนต์ที่ผู้ใช้รถหลายรายมักมองว่ารถสปอร์ตคาร์ติดตั้งเครื่องยนต์สมรรถนะสูงสามารถสร้างอัตราการเร่งได้อย่างดีเยี่ยมต้องมีค่าใช้จ่ายที่สูงตามไปด้วยนั้นในรุ่น R8 V10 ได้รับการติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ Durect Injection ขนาด 5.2 ลิตร แบบ V10 ที่ให้กำลังเร่งสูงสุดอยู่ที่ 540 แรงม้า ต่อ 7,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 540 นิวตันเมตรที่ 6,500 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ S tronic 7 สปีด

Audi R8 Coupe 2018
Audi R8 Coupe 2018

สามารถทำอัตราความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลา 3.5 วินาที ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 320 กม./ชม. โดยมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันอยู่ที่ 8.4 กิโลเมตร/ลิตร นับว่าค่อนข้างที่จะกินน้ำมันเลยทีเดียว ส่วนค่าบำรุงรักษาเครื่องยนต์นั้นก็อาจสูงขึ้นตามตัวในหลักหมื่นบาท เนื่องจากเป็นรถยนต์ยุโรปนำเข้าอีกทั้งศูนย์ซ่อมเครื่องยนต์อาวดี้ในประเทศไทยมีน้อยมาก แม้อะไหล่จะไม่แพงมากนักแต่ค่าซ่อมก็สูงเอาการเลยทีเดียว

ส่วนในรุ่น Audi R8 V10 Plus ได้รับการติดตั้งเครื่องยนต์รุ่นเดียวกันกับในรุ่น R8 V10 แต่มีการเพิ่มแรงม้าที่มากขึ้นเป็น 610 แรงม้า แรงบิด 560 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ S-Tronic 7 สปีด อีกเช่นกันซึ่งแน่นอนว่าการปรับเพิ่มกำลังส่งผลให้มีสมรรถนะที่ดีกว่าเดิม ระยะทำการเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรภายใน 3.2 วินาที ความเร็วสูงสุด 330 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองพลังงานอยู่ที่ 8 กิโลเมตร/ลิตร ถือว่าน้อยลงกว่าในรุ่นก่อนหน้า

เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ Durect Injection ขนาด 5.2 ลิตร แบบ V10
เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ Durect Injection ขนาด 5.2 ลิตร แบบ V10

นอกจากนี้แล้วอาวดี้ยังได้นำ Audi R8 E-Tron ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าแบบเต็มรูปแบบผ่านมอเตอร์ไฟฟ้าจำนวน 2 ตัว ให้กำลังรวมกันสูงสุด 462 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 920 นิวตัน-เมตร ทำความเร็ว -100 กิโลเมตรภายใน 3.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง ขับเคลื่อนได้ไกลมากที่สุด 450 กิโลเมตร จากการชาร์จไฟเพียงครั้งเดียวเท่านั้นอีกทั้งยังใช้ระยะเวลาในการชาร์จไฟไม่เกิน 2 ชั่วโมงต่อการชาร์จแบตเตอรี่จนเต็มผ่านระบบการชาร์จแบบใหม่ CCS ซึ่งจัดการจ่ายไฟฟ้ากระแสสลับกลับไปมาได้ส่งผลให้สามารถชาร์จไฟได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

นับเป็นการนำนวัตกรรมไฮบริดเข้ามาติดตั้งในรถรุ่นนี้เพิ่มทางเลือกให้กับนักขับผู้มีหัวใจรักษ์โลกรวมถึงค่าบำรุงรักษาที่นับว่าสูงเลยทีเดียว แต่หากผู้ขับขี่ทำความเข้าใจกับรถยนต์นำเข้าโดยเฉพาะค่ายอาวดี้ที่อาจมีราคาอะไหล่สูงกว่ารถยนต์จากค่ายอื่นแต่ก็มอบสมรรถนะที่ดีเยี่ยมในการขับขี่โดยเฉพาะในรุ่น Audi R8 ที่มีค่าบำรุงรักษาใกล้เคียงกันกับในรุ่น Audi TT Coupe ยอดรถสปร์ตรุ่นเรือธงอีกหนึ่งรุ่นของอาวดี้ แต่จะมีส่วนแตกต่างในประเด็นของน้ำมันเครื่องที่การเปลี่ยนถ่ายแต่ละครั้งจะต้องใช้งบประมาณอยู่ที่ 8,000-10,000 บาท ซึ่งเป็นราคารวม VAT แล้ว 

Audi R8 V10 Plus
Audi R8 V10 Plus

นอกจากระบบเกียร์ S-Tronic ที่ได้รับการติดตั้งเข้ามาใน Audi R8 V10 แล้วในรุ่น Audi R8 V8 ก็ได้รับการติดตั้งระบบเกียร์แบบ R-Tronic ซึ่งอาจจะมีความแม่นยำน้อยกว่าจนส่งผลให้ขณะที่ทำการขับขี่ในเมืองหรือย่านที่มีการจราจรแออัดอาจมีอาการเบรคจนรถกระตุกอยู่บ้างแต่ก็ยังไม่พบปัญหามากนักผู้ขับขี่จึงไม่ต้องกังวลกับค่าซ่อมแซมระบบเบรค อีกทั้งค่าใช้จ่ายในการดูแลเครื่องยนต์ก็ไม่สูงไปกว่าอาวดี้รุ่นอื่นและที่สำคัญเครื่องยนต์มักไม่ค่อยมีปัญหาผิดปกติมากนัก

ส่วนผู้ที่ตัดสินใจจะซื้อ Audi R8 มือสองก็ต้องทำใจยอมรับในค่าบำรุงรักษารถแนวสปอร์ตคาร์ซึ่งมักจะสูงกว่ารถบ้านแบบธรรมดาอยู่มากแม้ว่าราคาจำหน่ายรถมือสองอาจอยู่ที่ 3-4 ล้านบาทเช่นในรุ่น Audi R8 V8 ที่ได้รับความนิยมในตลาดรถมือสองเป็นอย่างมากก็มีค่า Maintenance ที่สูงตามตัวไปอีกเช่นกันยังไม่นับรวมค่าซ่อมอะไหล่โดยเฉพาะจุดที่มักแพงกว่ารถมือสองจากค่ายอื่น

Audi R8 V10 Plus
Audi R8 V10 Plus

นอกจากนี้แล้วช่วงล่างในรถสปอร์ตคาร์มักติดตั้งยางยี่ห้อดังที่มีความหนึบมากและราคาแพงแต่กลับใช้งานได้ไม่นานก็ต้องเปลี่ยนใหม่อีกส่งผลให้ต้องใช้เงินในการบำรุงรักษาสูงขึ้นไปด้วย อีกทั้งระบบห้ามล้อซึ่งเป็นแบบเซรามิคทำให้มีราคาสูงกว่าปกติ กอปรกับอะไหล่ต่างๆหรือแม้กระทั่งชิ้นส่วนทุกชิ้น ต้องใช้วัสดุที่มีความแข็งแรงทนทานกว่าปกติจึงส่งผลทำให้อะไหล่มีราคาแพงไปโดยปริยาย ขณะเดียวกันสีตัวถังหากเป็นแบบ Carbon Fiber ก็ย่อมมีค่าใช้จ่ายในการทำสีที่สูงกว่าในแบบธรรมดาอีกด้วย

ทั้งนี้หากผู้ขับขี่ต้องการที่จะซื้อรถสปอร์ตมือสองนอกจากที่จะต้องเสียค่าผ่อนต่อเดือนในจำนวนที่ไม่น้อยแล้วค่าบำรุงรักษาเองก็ย่อมที่จะสูงขึ้นตามตัวไปด้วย หากมีเงินถึงในขั้นสามารถที่จะซื้อรถสปอร์ตมือหนึ่งได้ควรเลือกรูปแบบดังกล่าวซึ่งจะช่วยลดความกังวลในส่วนของค่าบำรุงรักษาลงไปได้มากอีกด้วย

สำหรับผู้สนใจ Audi R8 โฉมใหม่ล่าสุด Coupe V10 สามารถติดต่อสั่งจองได้ที่ออดี้ ประเทศไทย พร้อมรับประกันคุณภาพนานถึง 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ไม่ต้องกังวลกับค่าบำรุงรักษา และสามารถที่จะใช้บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ROADSIDE ASSISTANCE 24 ชั่วโมง ตลอดระยะเวลา 5 ปี

ดูเพิ่มเติม:

Tag: Audi R8
ความคิดเห็นของผู้อ่าน 0
เรียงลำดับตาม:
ร่วมแสดงความคิดเห็น อีเมลของคุณจะไม่ปรากฏบนเว็บไซต์
กรุณากรอกข้อมูลของคุณ