14:27, 4 ก.ย. 2561

รีวิว ซูซูกิ จิมนี่ Suzuki Jimny 2018 ออฟโร้ดขนาดเล็ก ราคาเบาๆ

บันทึกรายการ

ต้องบอกกันเลยว่าวินาทีนี้คงจะไม่มีรถออฟโรดรุ่นไหนที่เเฟนๆ ชาวไทยตั้งหน้าตั้งตารออย่าง ซูซูกิ จิมนี่ Suzuki Jimny 2018 หลังจากเริ่มมีข่าวความเป็นไปได้ว่า Suzuki Jimny มีแผนจะเข้าทำตลาดในประเทศไทย เพราะถือว่าเป็นการสืบทอดความร้อนเเรงของออฟโรดรุ่นอมตะอย่าง ซูซูกิ คาริเบียน ซึ่งเป็นชื่อรุ่นที่เข้ามาทำตล

key_img009

ต้องบอกกันเลยว่าวินาทีนี้คงจะไม่มีรถออฟโรดรุ่นไหนที่เเฟนๆ ชาวไทยตั้งหน้าตั้งตารออย่าง ซูซูกิ จิมนี่ Suzuki Jimny 2018 หลังจากเริ่มมีข่าวความเป็นไปได้ว่า Suzuki Jimny มีแผนจะเข้าทำตลาดในประเทศไทย เพราะถือว่าเป็นการสืบทอดความร้อนเเรงของออฟโรดรุ่นอมตะอย่าง ซูซูกิ คาริเบียน ซึ่งเป็นชื่อรุ่นที่เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นอย่างมากในเรื่องของความอึด ถึก เเละเเข็งเเกร่งด้วยช่วงล่างที่เป็นเเบบคานเเข็ง 3 Link Rigid Axle ที่มาพร้อมกับคอยล์สปริง เเละระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Part-time ที่ลุยถึงไหนถึงกันเเละเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างยิ่งจนถึงปัจจุบันนี้ นับว่าสำหรับ ซูซูกิ จิมนี่ เเล้วต้องถือว่าเป็นการพัฒนาต่อยอดที่น่าสนใจในเรื่องของความเเข็งเเกร่งเเละมีเทคโนโลยีสุดล้ำพร้อมกับรูปลักษณ์ที่โดดเด่นเเละเตะตาเป็นอย่างยิ่ง พร้อมกับการยืนยันว่าในปี 2019 จะเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเเน่นอน จากรายงานนั้นเชื่อว่า All New 2018 Suzuki Jimny รุ่นที่จะเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยจะผลิตที่ฐานการผลิตในประเทศอินโดนีเซียเป็นหลัก ซึ่งเป็นฐานการผลิตของซูซูกิอยู่เเล้ว ทั้งกลุ่ม MPV 7 ที่นั่งและ SUV ทำให้ราคาที่เข้ามาจำหน่ายนั้นน่าจะไม่ได้สูงมากนัก ส่วนรุ่นที่เข้ามาจำหน่ายนั้นน่าจะมีด้วยกัน 4 รุ่นด้วยกัน โดยมาพร้อมกับขุมกำลังเครื่องยนต์สองเเบบสองขนาดด้วยกันทั้งที่เป็นเครื่องยนต์รุ่น ซูซูกิ R06A ที่เป็นเครื่องยนต์เบนซินขนาด 3 สูบ เทอร์โบ intercooler ที่มีขนาดความจุ 660 ซีซี โดยสามารถใช้กำลังได้ถึง 64 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที ส่วนแรงบิดนั้นอยู่ที่ 96 นิวตันเมตรที่ 3,500 รอบต่อนาที โดยมาพร้อมกับระบบเกียร์ทั้งเเบบธรรมดา 5 สปีดและเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด โดยมีอัตราการสิ้นเปลืองหลังงานสำหรับเกียร์อัตโนมัติที่เรท 13.6 กิโลเมตรต่อลิตร เเละสำหรับเกียร์ธรรมดาอยู่ที่ 15.0 กิโลเมตรต่อลิตร พร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อเเบบ AllGrip part-time 4WD อีกด้วย ถือว่าน่าสนใจเเละสืบสานตำนานความเเข็งเเกร่งได้เป็นอย่างดี
ภายในห้องโดยสารของ Suzuki Jimny
ส่วนทางด้านของ ซูซูกิ จิมนี่ อีกรุ่นนั้นจะเป็นเครื่องยนต์เบนซิน รุ่น K15B ที่มีจำนวน 4 สูบ ระบบน้ำหล่อเย็น ที่มีขนาด 1,500 ซีซี โดยให้กำลังถึง 102 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที ส่วนแรงบิดอยู่ที่ 130 นิวตันเมตรที่ 4,000 รอบต่อนาที พร้อมกับระบบเกียร์ทั้งเเบบธรรมดา 5 สปีดและเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด เเละมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อเเบบ AllGrip part-time 4WD ในขณะที่ช่วงล่างของทุกรุ่นนั้นจะเป็นเเบบ 3 Link Suspension ที่มาพร้อมกับระบบความปลอดภัย Suzuki Safety Support โดยที่โครงสร้างของ Suzuki Jimny นั้นถือว่ามีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งโดยมีความยาว 3,550 มิลลิเมตร ส่วนความกว้างอยู่ที่ 1,645 มิลลิเมตร เเละมีความสูง 1,730 มิลลิเมตร ส่วนระยะฐานล้ออยู่ที่ 2,250 มิลลิเมตร โดยมีน้ำหนักรถรวมอยู่ที่ 1,070- 1,090 กิโลกรัม โดยมีความสูงจากใต้ท้องรถที่ 210 มิลลิเมตร และมีความจุถังน้ำมัน 40 ลิตร โดยมี Ladder Frame ซึ่งเป็นโครงเเบบขั้นบันไดที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานที่มีความหลากหลายในหลายสภาวะด้วยกัน ซึ่งมันคือสัญลักษณ์ของรถขับเคลื่อนสี่ล้อเลยทีเดียว โดยมันเสริมความเเข็งเเรงโดยมีโครงสร้างเป็นรูปตัวเอ็กซ์ เเละมีความเเข็งเเรงมากขึ้นกว่าเดิมถึง 1.5 เท่าด้วยกัน เเละมียางแบบพิเศษที่มีหน้าที่ช่วยในการลดแรงกระแทกจากตัวถนนสู่โครงรถอีกด้วย รูปลักษณ์ของ ซูซูกิ จิมนี่ ภายนอกนั้นมีความน่าสนใจด้วยการเป็นโครงสร้างเเบบเหลี่ยมในเเบบเรโทรทรงเหลี่ยมสุดคลาสสิค พร้อมกับชุดไฟทรงกลมที่โดดเด่นเป็นอย่างยิ่ง เเละมีกันชนทั้งด้านหน้าเเละหลังที่ให้อารมณ์ที่ดุดันเป็นอย่างยิ่ง เเละมีกระจังหน้าสีดำถึกสไตล์ออฟโรดอย่างเเท้จริงเลยทีเดียว เเละมีคิ้วซุ้มล้อกันกระแทกขนาดใหญ่ พร้อมกับฝากระโปรงหลังแบบเปิดข้างพร้อมที่ติดตั้งล้ออะไหล่ โดยมีความกว้างเเละสะดวกสบายเป็นอย่างยิ่ง ส่วนทางด้านของด้านข้างนั้นก็เป็นเเบบผสมความเป็น Land Rover Defender และ Mercedes-Benz G-Class ได้อย่างเหมาะสมเเละลงตัวเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว All New Suzuki Jimny 2018 มี 9 สีหลักด้วยกันทั้ง สีเหลือง Kinetic Yellow, สีครีมพาสเทล Chiffon Ivory Metallic, สีน้ำเงิน Brisk Blue Metallic, สีเงินบรอน Medium Gray, สีดำอมน้ำเงิน Blue Ash Black Pearl, สีเขียวอำพราง Jungle Green, สีเงิน Silky Silver Metallic, สีขาวมุก Pure White Pearl, สีขาวเรียบ Superia White นอกจากนี้เเล้วก็ยังมีสีเเบบทูโทนอีก 4 สีด้วยกันทั้ง สีเหลืองหลังคาดำ Kinetic Yellow Black 2 Tone Roof, สีเหลืองหลังคากระโปงหน้าดำ Kinetic Yellow Black Top 2 Tone Roof, สีครีมพาสเทลหลังคาดำ Chiffon Ivory Metallic Black 2 Tone Roof เเละ สีน้ำเงินหลังคาดำ Brisk Blue Metallic Black 2 Tone Roof ถือว่ามีสีสันมาให้เลือกอย่างมากมาย ส่วนรุ่นที่เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยนั้นคงต้องรอการเปิดตัวเรื่องสีอีกครั้ง ในขณะที่ภายในห้องโดยสารของ Suzuki Jimny นั้นก็ใช้โทนสีดำทั้งห้องโดยสารเลยทีเดียว เเละมีจำนวน 4 ที่นั่ง โดยที่คอนโซลหน้านั้นเป็นรูปเเบบใหม่ที่มีความทันสมัยเป็นอย่างยิ่ง โดยมีหน้าจออินโฟเทนเมนต์ เเละมีชุดเรือนไมล์แบบหน้าปัดผสมกันจอ TFT ที่งดงามเป็นอย่างยิ่ง เเละมีการควบคุมอยู่ในคอนโซลหน้าทั้งหมดทั้ง downhill assist เเละ traction control พร้อมกับช่องชาร์จไฟ 12v ในขณะที่เบาะนั่งนั้นเป็นหนังตัดเย็บเป็นอย่างดี เเละใช้สีโทนดำสวยงามเป็นอย่างยิ่ง ในขณะที่เบาะด้านหลังจะเป็นเเบบปกติเเละสามารถพับเบาะเก็บลงไป กลายเป็นพื้นที่ข้างหลังสามารถบรรจุสัมภาระได้ถึง 352 ลิตร ด้วยกัน เเละมันสามารถพับเเบบเเบนราบ เเละมีตำแหน่งยึดของสัมภาระ โดยรวมเเล้วบรรยากาศให้ความเป็นออฟโรดเป็นอย่างดีเลยก็ว่าได้ โดยระบบความปลอดภัยของ ซูซูกิ จิมนี่ นั้นก็มีระบบ Dual Sensor Brake Support ที่เป็นระบบเซนเซอร์คู่ที่ใช้การทำงานระหว่างเซนเซอร์เลเซอร์เรดาห์ ที่ใช้ในการตรวจจับสิ่งกีดขวางที่อยู่ในระยะใกล้ๆ เเละระบบเซนเซอร์กล้องเดี่ยว ที่จับการเคลื่อนไหวของวัตถุต่างๆ เเละมีฟังก์ชั่นในการเตือนการชนกันด้านหน้า เเละช่วยเบรคลดการชนด้านหน้า พร้อมกับระบบเบรคอัตโนมัติ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในระบบความปลอดภัยที่ช่วยสร้างให้การชับขี่มีความปลอดภัยสูงเป็นอย่างยิ่ง ราคาจำหน่ายรถยนต์ Suzuki Jimny 2018 โดยสำหรับ Suzuki Jimny นั้นน่าจะเข้ามาจำหน่ายใน 4 รุ่นด้วยกัน โดยมีการคาดการณ์เรทราคาอย่าง Suzuki Jimny รุ่น JL เกียร์ธรรมดา ราคาที่ญี่ปุ่น 1,760,400 เยน ส่วนราคาในไทยน่าจะประมาณ 527,000 บาท Suzuki Jimny รุ่น JL เกียร์อัตโนมัติ ราคาที่ญี่ปุ่นอยู่ที่ 1,857,600 เยน โดยราคาในไทยน่าจะประมาณ 556,000 บาท Suzuki Jimny รุ่น JC เกียร์ธรรมดา ราคา 1,922,400 เยน หรือประมาณ 576,000 บาท เเละสุดท้าย Suzuki Jimny รุ่น JC เกียร์อัตโนมัติ ราคาในญี่ปุ่นอยู่ที่ 2,019,600 เยน หรือประมาณ 605,000 บาท โดยราคาทั้งหมดนั้นยังไม่ได้รวมภาษี ซึ่งอาจจะต้องบวกเพิ่มอีกรุ่นละเกือบ 100,000 บาท ถือว่าเป็นอีกหนึ่งในรถออฟโรดที่คาดว่าน่าจะสร้างความนิยมให้กับวงการออฟโรดได้อีกครั้งเหมือนกับที่ ซูซูกิ คาริเบียน เคยทำได้มาแล้วในครั้งอดีต

ในหมวดเดียวกัน