12:04, 18 มิ.ย. 2565

รีวิว Ford Everest 2022 เอสยูวี เจเนเรชันใหม่

บันทึกรายการ

รีวิว Ford Everest 2022 รถอเนกประสงค์ SUV ขนาด 7 ที่นั่ง เจเนเรชันใหม่ ดีไซน์คมเข้มดุดัน ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง 2.0 ลิตร ราคาเริ่มต้น 1,464,000 บาท

1. แนะนำ Ford Everest 2022

22 มีนาคม 2565 Ford Thailand เปิดตัว Ford Everest 2022 (ฟอร์ด เอเวอร์เรส) รถอเนกประสงค์ SUV ขนาด 7 ที่นั่ง เจเนเรชันใหม่ และนำมาจัดแสดงในงานมอเตอร์โชว์ 2022 โดยจะมีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่นย่อย ประกอบด้วย รุ่น Sport และรุ่น Titamium+ พร้อมตัวถัง 7 สีให้เลือกได้ตามใจชอบ ได้แก่

  • สีเงิน Aluminium Metallic
  • สีเทา Meteor Grey
  • สีดำ Absolute Black
  • สีเทา Equinox Bronze
  • สีขาว Snow Flake White Pearl (*เพิ่มเงิน 12,000 บาท)
  • สีส้ม Sedona Orange (*เพิ่มเงิน 12,000 บาท)
  • สีน้ำเงิน Blue Lightning (*เฉพาะรุ่น Sport)


Ford Everest 2022


ฟอร์ด เอเวอร์เรส

2. ภายนอก Ford Everest 2022

ภายนอกโดดเด่นด้วยเส้นสายคมชัด ดุดัน กระจังหน้าลายตาข่ายสีดำเข้มสอดรับกับไฟหน้าทรง C-Clamp ได้อย่างลงตัว มาพร้อมไฟหน้า Matrix LED ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ระบบปรับมุมลำแสงไฟอัตโนมัติระบบป้องกันไฟแยงตา ไฟท้าย LED Signature ไฟวิ่งกลางวัน และไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้าแฮนด์ฟรี หลังคาพาโนรามิกซันรูฟ และล้ออัลลอย ขนาด 20 นิ้ว พร้อมตกแต่งโครเมียมที่มือจับประตู กระจกมองข้าง และบันไดข้าง เสริมความหรูหราให้ตัวรถ

อุปกรณ์ภายนอก

รุ่น Sport ให้อุปกรณ์พื้นฐานมาดังนี้

  • ชุดแต่งภายนอกสีดำสปอร์ต (เฉพาะรุ่น Sport)
  • ตัวอักษร Everest สีดำเงา ติดฝากระโปรงหน้า
  • ไฟหน้า LED รีเฟลกเตอร์ พร้อมระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
  • ไฟวิ่งกลางวันและไฟตัดหมอกหน้า LED
  • ไฟท้ายแบบ LED Signature
  • ประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้าแฮนด์ฟรี
  • ล้ออัลลอย ขนาด 20 นิ้ว พร้อมยางขนาด 255/55 R20

รุ่น Titanium+ ให้อุปกรณ์เพิ่มเติมจากรุ่น Sport มาดังนี้

  • ไฟหน้าแบบ Matrix LED พร้อมระบบปรับมุมลำแสงไฟอัตโนมัติระบบป้องกันไฟแยงตา
  • หลังคาพาโนรามิกซันรูฟ


ดีไซน์ภายนอกของ รุ่น Titanium+


ดีไซน์ภายนอกของ รุ่น Sport

3. ภายใน Ford Everest 2022

ห้องโดยสารภายในมีความกว้างขวาง โปร่งโล่ง บริเวณแผงหน้าปัดและเครื่องเล่นเสียงได้รับการออกแบบให้ดูกลมกลืนกัน ส่วนเบาะนั่งหุ้มด้วยหนังและหนังสังเคราะห์ โดยติดตั้งออปชันต่าง ๆ มาอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอแสดงผลบนหน้าปัดแบบสี ขนาด 12.4 นิ้ว แท่นชาร์จไร้สาย หน้าจอสีแบบสัมผัสมัลติทัช ขนาด 12 นิ้ว รองรับ Apple Car Play และ Android Auto ลำโพง 8 ตำแหน่ง ช่องต่อ USB 4 ตำแหน่ง ช่องต่อไฟ 12V 3 ช่อง พร้อมช่องต่อไฟ 230V 1 ช่อง ไฟตกแต่งในห้องโดยสาร และอื่น ๆ อีกมากมาย

อุปกรณ์ภายใน

รุ่น Sport ให้อุปกรณ์พื้นฐานมาดังนี้

  • ชุดแต่งภายในสีดำสปอร์ต (เฉพาะรุ่น Sport)
  • แท่นชาร์จไร้สาย
  • เบาะหนัง และหนังสังเคราะห์
  • หน้าจอสีแบบสัมผัสมัลติทัช ขนาด 10.1 นิ้ว
  • หน้าจอแสดงผลบนหน้าปัดแบบสี ขนาด 8 นิ้ว
  • รองรับ Apple Car Play และ Android Auto
  • ระบบเชื่อมต่อบลูทูธ และระบบสั่งงานด้วยเสียง
  • ระบบ FordPass Connect
  • ช่องต่อ USB 2 ตำแหน่ง
  • ช่องต่อไฟ 12V 3 ช่อง
  • ลำโพง 8 ตำแหน่ง
  • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แยกอิสระซ้าย-ขวา
  • เบาะนั่งคนขับปรับและผู้โดยสารตอนหน้า ปรับ 8 ทิศทาง
  • เบาะแถวที่ 3 พับได้
  • กระจกมองหลังแบบลดแสงอัตโนมัติ พร้อมช่องต่อ USB

รุ่น Titanium+ ให้อุปกรณ์เพิ่มเติมจากรุ่น Sport มาดังนี้

  • แท่นชาร์จไร้สาย
  • หน้าจอสีแบบสัมผัสมัลติทัช ขนาด 12 นิ้ว
  • หน้าจอแสดงผลบนหน้าปัดแบบสี ขนาด 12.4 นิ้ว
  • ช่องต่อ USB 4 ตำแหน่ง
  • ช่องต่อไฟ 12V 3 ช่อง พร้อมช่องต่อไฟ 230V 1 ช่อง
  • เบาะแถวที่ 3 พับไฟฟ้า
  • ไฟตกแต่งในห้องโดยสาร


ห้องโดยสารภายในมีความกว้างขวาง โปร่งโล่ง

4. ขุมพลัง Ford Everest 2022

ขุมพลัง Ford Everest 2022 มี 2 ทางเลือก ประกอบด้วย

  • เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ Turbo ส่งกำลังสูงสุด 170 แรงม้า ที่ 3,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 405 นิวตันเมตร ที่ 1,750 - 2,250 รอบต่อนาที
  • เครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบคู่ Bi-Turbo ส่งกำลังสูงสุด 210 แรงม้า ที่ 3,750 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,750 - 2,000 รอบต่อนาที


ขุมพลังดีเซล 2.0 ลิตร

5. ความปลอดภัย Ford Everest 2022

Ford Everest 2022 ได้ติดตั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงมาในรุ่น Titanium+ เช่น ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ พร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน ระบบเตือนการชนด้านหน้า ระบบช่วยควบคุมรถหลังจากชน ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน ส่วนรุ่น Sport ได้รับการติดตั้งระบบความปลอดภัยตามมาตรฐานมาอย่างครบครัน อาทิ ถุงลมนิรภัย 7 จุด กล้องมองหลังขณะถอยจอด ระบบป้องกันล้อล็อก ABS, ระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control ฯลฯ

อุปกรณ์ความปลอดภัย

รุ่น Sport ให้อุปกรณ์พื้นฐานมาดังนี้

  • ถุงลมนิรภัย 7 จุด : คู่หน้า ด้านข้าง ม่านถุงลม และถุงลมบริเวณหัวเข่า
  • ระบบช่วยโทรฉุกเฉิน
  • สัญญาณเตือนระยะจอดด้านหน้า-หลัง
  • กล้องมองหลังขณะถอยจอด
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control
  • ระบบป้องกันล้อล็อก ABS, ระบบกระจายแรงเบรก EBD
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี
  • ระบบช่วยการออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน HLA
  • ระบบลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ ROM
  • เบรกมือไฟฟ้า

รุ่น Titanium+ ให้อุปกรณ์เพิ่มเติมจากรุ่น Sport มาดังนี้

  • ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ
  • กล้องมองรอบคัน 360 องศา
  • ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ
  • ระบบตรวจจับลมยาง
  • ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ พร้อมระบบ Stop & Go และระบบควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง
  • ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติ พร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนน
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้า
  • ระบบช่วยควบคุมรถหลังจากชน
  • ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน
  • ระบบตรวจจุดบอด และระบบตรวจจับขณะออกจากช่องรถ
  • ระบบป้องกันการชนเมื่อถอยหลัง
  • ระบบช่วยการหักพวงมาลัยเพื่อเลี่ยงการปะทะ


ระบบความปลอดภัยครบครัน

6. ราคา Ford Everest 2022

  • รุ่น Sport ราคา 1,464,000 บาท
  • รุ่น Titanium+ ราคา 1,854,000 บาท


รุ่น Sport ราคา 1.464 ล้านบาท


รุ่น Titanium+ ราคา 1.854 ล้านบาท

อ่านเพิ่มเติม >>

ในหมวดเดียวกัน