11:36, 25 มิ.ย. 2561

ผมอยากถามว่า น้ำยาแอร์คืออะไร และมีกี่ชนิดครับ ปกติกี่ปีถึงจะเติมครับ

บันทึกรายการ

เมื่อมีแอร์ ก็ต้องมีน้ำยาแอร์ รถยนต์ถึงจะเย็นฉ่ำตลอดทาง แต่ผมอยากถามว่า จะต้องเติมน้ำยาแอร์บ่อยแค่ไหน ?

รถผมใช้มา 5 ปี แอร์เริ่มไม่เย็น ปรึกษาช่างแอร์ ช่างบอกว่าน้ำยาแอร์หมดต้องเติม อยากทราบว่าน้ำยาแอร์คืออะไรและมีกี่ชนิดครับ  ปกติกี่ปีถึงจะเติมครับ ขอบคุณครับ

จารุวัชร์ รอดผล (bebig_298@gmail.com)

เจษฎา โชคอำนวย


การเติมน้ำยาแอร์

แอร์ไม่เย็น เป็นปัญหาที่คนมีรถทุกคนต้องพบเจอ ไม่ว่าจะช้าหรือเร็วก็ตาม โดยมากพอปรึกษาช่างก็จะบอกว่าน้ำยาแอร์หมดตลอด ต้องเสียเงินเติมน้ำยาแอร์ สามร้อยบ้าง ห้าร้อยบ้าง  ซึ่งสาเหตุที่แท้จริงอาจไม่ใช่เพราะน้ำยาแอร์ก็เป็นได้

อยากทราบว่าน้ำยาแอร์คืออะไร ?

น้ำยาแอร์ คือ สารทำความเย็นที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในระบบแอร์ทั่วไป เป็นสารจำพวก CFCs (Chloro Fluoro Carbons) ซึ่งมีคุณสมบัติ คือ ไม่มีพิษ ไม่มีกลิ่น และความถ่วงจำเพาะของสารหนักกว่าอากาศ มีจุดเดือดต่ำกว่าสารทั่วไปจึงถูกนำมาใช้ในการทำความเย็น

น้ำยาแอร์มีกี่ชนิดครับ ?

สารที่นำมาใช้เป็นน้ำยาแอร์มีด้วยกันหลายชนิด ซึ่งแต่ละตัวก็มีคุณสมบัติเฉพาะที่แตกต่างกันเล็กน้อย เช่น

• R-134a  (tetrafluoroethane – CF3CH2F)  เป็นสารทำความเย็นกลุ่มอีเทน  ซึ่งโมเลกุลของอีเทนประกอบด้วยคาร์บอน  2  อะตอม  และไฮโดรเจน  6  อะตอม  เมื่อเปลี่ยนไฮโดรเจนด้วยฟลูโอรีนจำนวน  4  อะตอมจะได้เป็น  R-134a ราคา จะสูงกว่า  ซึ่งเป็นสาร  HFC  เป็นสารทำความเย็นที่ถูกพัฒนามาใช้แทนสาร  CFC มักนิยมใช้เป็นน้ำยาแอร์รถยนต์

• R-11 (CCI3F)  เป็นสารทำความเย็นกลุ่มฟลูออโรคาร์บอน  มีจุดเดือด  74.7°‑F  (23.7°C)  ที่ความดันบรรยากาศ  สามารถทำงานได้ที่ความดันต่ำมากคือความดันด้านต่ำจะต่ำกว่าความดันบรรยากาศ  เมื่อเกิดการรั่วในระบบจะทำให้ความดันในระบบสูงขึ้นเนื่องจากมีอากาศเข้าไปในระบบ    ใช้เป็นสารสำหรับล้างระบบเมื่อคอมเพรสเซอร์ไหม้  ไม่กัดกร่อนโลหะ  ไม่เป็นพิษ  และไม่ติดไฟ  มีระดับความปลอดภัย  A1 นิยมใช้กับระบบปรับอากาศขนาดใหญ่ที่ใช้คอมเพรสเซอร์แบบแรงเหวี่ยงหนศูนย์กลาง


น้ำยาแอร์รถยนต์ R-134a

• R-12  (CCI2F2)  เป็นสารทำความเย็นที่นิยมใช้กันมากที่สุด  เนื่องจากเป็นสารที่มีความปลอดภัย  ไม่ติดไฟ  มีระดับความปลอดภัย  A1  แต่ห้ามสารทำความเย็น  R-12  สัมผัสกับเปลวไฟ  เพราะจะกลายเป็นสารพิษได้  มีจุดเดือด  -21.6°F  (-29.8°C)  ที่ความดันบรรยากาศ  ใช้งานได้ทั้งระบบที่มีอุณหภูมิสูง  ปานกลาง  และต่ำ  R-12  รวมตัวกับน้ำมันหล่อลื่น(lube oil) ได้ดีในทุกสภาวะ  ทำให้ไม่มีปัญหาในเรื่องน้ำมันหล่อลื่นค้างในระบบ  สารทำความเย็น/ น้ำยาแอร์ สามารถพาน้ำมันหล่อลื่น(lube oil)กลับคอมเพรสเซอร์ได้ดี  โดยเฉพาะจะไม่มีฟิล์มน้ำมันจับเคลือบที่ผิวท่อ  ทำให้ประสิทธิภาพในการถ่ายเทความร้อนดี  R-12  มีอัตราการทำความเย็นต่ำจึงมีขนาดของอุปกรณ์ใหญ่กว่า  แต่มีข้อดีคือทำงานได้ที่ความดันต่ำ  ใช้ในเครื่องทำความเย็นทั่วไป  เช่น  ตู้เย็น  ตู้แช่  เครื่องปรับอากาศรถยนต์   เป็นต้น

• R-22 (CHCIF2)  เป็นสารกลุ่มฟลูออโรคาร์บอน  มีค่าความปลอดภัยระดับ  A1  มีจุดเดือด  -41.4°  (-40.8°C)  ที่ความดันบรรยากาศ  ใช้คอมเพรสเซอร์มีขนาดเล็กกว่า R-12เพราะมีปริมาตรจำเพาะน้อย  R-22  สามารถรวมกับน้ำมันหล่อลื่น(lube oil) ได้  แต่จะแยกตัวออกอุณหภูมิต่ำเมื่ออยู่ในเครื่องระเหย  มักใช้กับเครื่องทำความเย็น  เครื่องปรับอากาศทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ทั่วไป

ปกติกี่ปีถึงจะเติมครับ ?

ระบบแอร์เป็นระบบปิดครับ ไม่ต้องเติม สามารถใช้ได้ตลอดอายุการใช้งานของรถ โดยทั่วไปแล้วอะไหล่แอร์พวก รังผึ้งแอร์ คอยล์ร้อน มักจะพังก่อน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้แอร์รถยนต์ไม่เย็น แต่ถ้าแอร์รถพร่องหรือหมดจริงๆ อาจเกิดจากรอยรั่วบริเวณข้อต่อต่างๆ ต้องให้ช่างสำรวจให้ดีแล้วซ่อมรูรั่วนะครับ ไม่อย่างงั้นคุณธวัชต้องเสียเงินค่าน้ำยาแอร์บ่อยๆแน่ครับ

ในหมวดเดียวกัน