10:46, 17 ส.ค. 2561

เปรียบเทียบ Isuzu MU-X 2018 กับ Ford Everest 2018 คันไหนดีกว่ากัน?

บันทึกรายการ

เปิดหน้าท้าดวลกันอย่างเต็มเหนี่ยวระหว่าง Isuzu MU-X 2018 กับ Ford Everest 2018 ยอดรถยนต์อเนกประสงค์ตระกูล PPV ที่ถูกประชันโฉมพร้อมกันในตลาดรถเมืองไทย วันนี้ข่าวรถจะนำมาเปรียบเทียบกันชัดๆว่าใครจะน่าสนใจมากกว่ากันครับ

1. แนะนำ

เพิ่มความร้อนแรงในสตลาดรถ PPV ได้เป็นอย่างดีเมื่อ 2 ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ต่างปล่อยทีเด็ดออกมาในช่วงเวลาเดียวกันโดยในรายแรก ได้แก่ Isuzu MU-X  2018 รถอเนกประสงค์รุ่นเรือธงจากอีซูซุที่ได้รับการการันตีถึงสมรรถนะการใช้งานในระดับสากลผสานกับการดีไซน์ตัวถังที่เพิ่มความเข้มข้นมากขึ้นด้วยเส้นสายสปอร์ตโฉบเฉี่ยว พร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ Blue Power ที่มีให้เลือกทั้งขนาด 1.9 ลิตร และ 3.0 ลิตรช่วยประหยัดพลังงานอย่างเต็มที่และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อีกทั้งยังเพิ่มระบบขับเคลื่อนทั้งแบบ 2WD และ 4WD อีกด้วย ในราคาเริ่มต้นเพียง 1,099,000 บาท


รีวิว Isuzu MU-X  2018

ส่วนผู้ท้าชิงความยิ่งใหญ่ในเซกเมนท์เดียวกันอย่าง Ford Everest 2018 ก็ได้รับการปรับโฉม Minor Change ให้ดูสปอร์ตโดนใจผู้ใช้งานมากขึ้น พร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่ได้รับการคัดสรรมาอย่างดีด้วยการนำเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร ใน Ford Ranger Raptor กระบะสายพันธุ์แกร่งที่พึ่งทำการเปิดตัวไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมาเข้ามาติดตั้งในรถรุ่นนี้ด้วย ผสานกับการดีไซน์กระจังหน้าแบบโครเมียมให้มีความโดดเด่นแปลกตาพร้อมชุดตกแต่งกันชนหน้า-หลังแนวสปอร์ต รวมถึงโหมดขับเคลื่อนแบบ 4 ล้อ ในสภาพการขับขี่แบบพื้นทราย  ทางเรียบ ปีนป่ายหินขรุขระ และ ลุยโคลน-หิมะ ในราคาเริ่มต้นเพียง 1,299,000 บาท


รีวิว Ford Everest 2018

2. เปรียบเทียบ Isuzu MU-X 2018 กับ Ford Everest 2018 ในด้านราคา

สำหรับราคาจำหน่าย Isuzu MU-X 2018 ถือว่าไม่สูงมากนักอาจมีผลสืบเนื่องมาจากการเพิ่มอัตราการแข่งขันในตลาดรถ PPV ด้วยกันแต่ก็ยังคงเอกลักษณ์ในโฉมหน้าที่สปอร์ต พร้อมระบบขับเคลื่อนทั้งแบบ 2WD และ 4WD เสริมด้วยการนำเครื่องยนต์ขนาด 1.9 ลิตร และ ขนาด 3.0 ลิตร เข้ามาติดตั้งในรถโฉมนี้ด้วย


Isuzu MU-X 2018

ราคาจำหน่าย Isuzu MU-X 2018 มีดังนี้

ISUZU MU-X รุ่น 1.9 Ddi 4 x 2 CD AT ราคา 1,099,000 บาท

ISUZU MU-X รุ่น 1.9 Ddi 4 x 2 DVD MT ราคา 1,214,000 บาท

ISUZU MU-X รุ่น 1.9 Ddi 4 x 2 DVD AT ราคา 1,264,000 บาท

ISUZU MU-X รุ่น 1.9 Ddi 4 x 2 DVD Navi DA AT ราคา 1,329,000 บาท

ISUZU MU-X รุ่น 3.0 Ddi 4 x 2 DVD NAVI AT ราคา 1,374,000 บาท

ISUZU MU-X รุ่น 3.0 Ddi 4 x 4 DVD NAVI AT ราคา 1,474,000 บาท

ส่วน Ford Everest 2018 มาพร้อมกับราคาจำหน่ายที่น่าจับจองเลยทีเดียวเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับรถในเซกเมนท์เดียวกัน อีกทั้งยังได้รับการออกแบบโครงสร้างตัวถังให้แข็งแกร่งในสไตล์รถอเมริกันที่พร้อมลุยในทุกเส้นทางผสานกับเครื่องยนต์ขนาด 2.2 ลิตร รวมถึงเครื่องยนต์ขนาด 3.2 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุดมากถึง 200 แรงม้า ทำให้เป็นอีกหนึ่งในรุ่นรถที่น่าสนใจสำหรับปี 2018 นี้


Ford Everest 2018

ราคาจำหน่าย Ford Everest 2018 มีดังนี้ 

Ford Everest 2018 รุ่น Trend Plus 2.0 ลิตร 2WD AT ราคา 1,299,000 บาท

Ford Everest 2018 รุ่น Titanium Plus 2.0 ลิตร 2WD AT ราคา 1,439,000 บาท

Ford Everest 2018 รุ่น Titanium Plus 2.0 ลิตร 2WD AT ราคา 1,599,000 บาท

Ford Everest 2018 รุ่น Titanium Plus 2.0 ลิตร 4WD AT ราคา 1,799,000 บาท

3. เปรียบเทียบ Isuzu MU-X 2018 กับ Ford Everest 2018 จากภายนอก

สำหรับภายนอกของ Isuzu MU-X 2018 พร้อมหยุดทุกสายตาผ่านเส้นสายทรวดทรงที่ถูกรังสรรให้มีความปราดเปรียวมากยิ่งขึ้นโดดเด่นด้วยกระจังหน้าสีโครเมี่ยมพร้อมสเกิร์ตตกแต่งด้านหน้า-ด้านหลังสีเทาเมทัลลิก ไฟหน้าดีไซน์ใหม่แบบ Bi-LED ที่ช่วยให้ความสว่างมากขึ้นพร้อมระบบปรับระดับไฟหน้าสูง-ต่ำอัตโนมัติ ไฟส่องสว่างกลางวัน Daytime Running Light ในโคมเดียวกันเพิ่มความสว่างด้วยเส้นนำแสง LED Guiding Light

The New Isuzu MU-X เอกลักษณ์แห่งเอกสิทธิ์ โดดเด่นด้วยนวัตกรรมแห่งขุมพลัง 1.9 และ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์


กระจังหน้าสีโครเมี่ยม

นอกจากนี้แล้ว Isuzu MU-X 2018 ยังเพิ่มการตกแต่ง Roof Spoiler รูปทรงใหม่สีทูโทนรับกับตัวรถ กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวแบบ LED สามารถปรับพับได้ด้วยไฟฟ้า Isuzu MU-X 2018 ยังเพิ่มความโดดเด่นในด้านหลังผ่านไฟท้าย LED แบบ Sharp Horizon ราวหลังคารวมถึงบันไดด้านข้างสีเงินเมทัลลิก เสาอากาศแบบครีบฉลาม พร้อมแผงลวดไล่ฝ้าที่กระจกมองหลัง ให้การปกป้องในทุกการขับขี่ผ่านไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED และ ระบบป้องกันกระจกไฟฟ้าหนีบด้านผู้ขับขี่แบบ Jam Protection ส่วนช่วงล่างล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว พร้อมยางขนาด 255/60R18


ไฟหน้าแบบ Bi-LED พร้อมระบบปรับระดับไฟหน้าสูง-ต่ำอัตโนมัติ

ขณะที่คู่แข่งในเซกเมนท์เดียวกัน Ford Everest 2018 ถูกปรับโฉมดีไซน์ให้ทันสมัยแต่แฝงไว้ด้วยความโฉบเฉี่ยวพร้อมเส้นสายบนตัวถังที่บ่งบอกถึงความสปอร์ตเร้าใจตอบโจทย์นักขับสายลุย ล้ำหน้าด้วยการออกแบบตัวถังให้มีรูปทรงที่โฉบเฉี่ยวมากขึ้นด้วยไฟหน้าแบบ HID Projector พร้อมชุดครอบโคมไฟหน้าปรับระดับสูง-ต่ำอัตโนมัติ ผสานการทำงานร่วมกับไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่กลางวันแบบ LED พร้อมระบบเปิด-ปิด ไฟหน้าอัตโนมัติ


กระจังหน้าแบบสปอร์ต และ ดิฟฟิวเซอร์สีโครเมี่ยมในด้านหลัง

สะดุดตาด้วยกระจังหน้าแบบสปอร์ต พร้อมให้ความประทับใจในทุกทริปการเดินทางกับหลังคาแบบ Panoramic Moonroof เปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวปรับและพับได้ด้วยไฟฟ้า ราวหลังคาและบันไดข้างแบบ Roof Rails & Running Boards รวมถึงไฟส่องสว่างข้างตัวรถ แผงกันแมลงบริเวณฝากระโปรงหน้า ชุดท่อไอดีอากาศเข้าเครื่องยนต์ และ ชุดลากเทรลเลอร์ ช่วงล่างล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว พร้อมยาง 265/50 เฉพาะรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ เมื่อนำทั้งคู่มาเปรียบเทียบกันแล้วต้องยอมรับว่าการออกแบบภายนอกของ Ford Everest 2018 มีความน่าสนใจกว่ามาก


ช่วงล่างล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว พร้อมยาง 265/50

4. เปรียบเทียบภายใน Isuzu MU-X 2018 กับ Ford Everest 2018

สำหรับการตกแต่งภายในของ Isuzu MU-X  2018 สะดวกสบายอย่างเหนือระดับด้วยฟังก์ชั่นภายในสุดครบครันเพิ่มความโดดเด่นด้วยเบาะนั่งหุ้มหนังดีไซน์ใหม่ล่าสุดแบบ Sport Cut เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้าได้ 6 ทิศทาง เพลิดเพลินไปกับผิวสัมผัสใหม่แบบ Soft Touch เพิ่มความนุ่มนวลในบริเวณคอนโซลหน้า แผงข้างประตู และ ที่พักแขน ให้ความเรียบหรูด้วยวัสดุตกแต่งภายในห้องโดยสารลายไม้ Fine Walnut ผสานรับกับเฉดสีภายในห้องโดยสารสีดำ Piano Black ส่วนคอนโซลกลาง ชุดเกียร์ และ ช่องแอร์ประดับด้วยขอบโครเมี่ยมสวยสะดุดตา 


เบาะนั่งหุ้มหนังดีไซน์ใหม่ล่าสุดแบบ Sport Cut 

Isuzu MU-X  2018 อำนวยความสะดวกในทุกเส้นทางด้วยจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID แบบสี ติดตั้งมาตรวัดเรืองแสงแบบ Optitron ให้ความบันเทิงผ่านระบบ ISUZU iConnect พร้อม Built-in Navigator หน้อจอระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว พร้อม Air Mirroring รองรับการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายกับสมาร์ทโฟนพร้อมจุดเชื่อมต่อ USB , MP3 และ Flash Drive ติดตั้งลำโพง 8 ตำแหน่ง เสริมด้วยจอภาพสำหรับผู้โดยสารด้านหลังขนาด 10.5 นิ้ว ให้ความเย็นด้วยระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติพร้อมช่องแอร์ให้ความเย็นทั้ง 3 ตอน และ สวิตช์แยกควบคุมแรงลมสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง 


จอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID แบบสี ติดตั้งมาตรวัดเรืองแสงแบบ Optitron

ทางด้าน Ford Everest 2018 รถอเนกประสงค์ PPV ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงเพียบพร้อมด้วยห้องโดยสารขนาดใหญ่ผ่านการดีไซน์ที่หรูหราอย่างเหนือระดับ อาทิ เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมการตกแต่งสีเบาะแบบทูโทนด้วยสีเบจและสีดำ  เบาะนั่งแถวที่ 2 สามารถปรับเอนเลื่อนตำแหน่งหน้า-หลังได้ เบาะนั่งแถวที่ 3 ปรับพับได้ พร้อมประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า เสริมความคมชัดด้วยไฟตกแต่งภายในห้องโดยสารเปลี่ยนสีได้ 7 โทนสี ชายแสตนเลสแบบ LED และ ช่องต่อไฟขนาด 12 V 4 จุด


สีเบาะแบบทูโทน (สีเบจ และ สีดำ) 

เสริมด้วยฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกภายในสุดครบครันล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยีการตัดเสียงรบกวน พร้อมการติดตั้งปลั๊กไฟบ้านแบบ AC 230 V ให้ความบันเทิงด้วยหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว พร้อมลำโพง 9 ตัว ระบบสั่งงานด้วยเสียง SYNC เชื่อมต่อ Bluetooth รองรับ Apple Carplay ระบบนำทาง Navigator ระบบปรับอากาศแยกอัตโนมัติซ้ายขวาแบบ Dual Zone และ พวงมาลัยเพาเวอร์ช่วยผ่อนแรงด้วยไฟฟ้าแบบ EPAS ผลักดันให้ Ford Everest 2018 มีการตกแต่งภายในที่เหนือชั้นไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า Isuzu MU-X  2018


พวงมาลัยเพาเวอร์ช่วยผ่อนแรงด้วยไฟฟ้าแบบ EPAS

5. เปรียบเทียบเครื่องยนต์ Isuzu MU-X 2018 กับ Ford Everest 2018

สำหรับเครื่องยนต์ของ Isuzu MU-X  2018 ได้รับการติดตั้งขุมพลังที่มีให้เลือกถึง 2 รูปแบบ ได้แก่ เครื่องยนต์ดีเซล รหัส RZ4E-TC แบบ 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว DOHC Commonrail Direct Injection พร้อม VGS Turbo และ อินเตอร์คูลเลอร์ ขนาด 1.9 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800-2,600 รอบ/นาที ส่งผ่านทุกอัตราการเร่งด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Rev Tronic และ ระบบเกียร์ธรรมดาในรุ่น 1.9 2WD MT


เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ DOHC Commonrail Direct Injection ขนาด 3.0 ลิตร

อีกทั้งยังเสริมด้วยเครื่องยนต์ดีเซลรหัส 4JJ1-TCX แบบ 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว DOHC Commonrail Direct Injection พร้อม VGS Turbo และ อินเตอร์คูลเลอร์ ขนาด 3.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 177 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 380 นิวตัน-เมตร ที่1,800-2,800 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมระบบ Genius Sport Shift ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถขับได้อย่างสนุกออกตัวได้แรงอัตราการทดต่อเนื่อง พร้อมเกียร์โอเวอร์ไดร์ฟถึง 2 ตำแหน่งที่เกียร์ 5 และ เกียร์ 6 ซึ่งถือเป็นวัตกรรมใหม่ล่าสุดจากอีซูซุอีกด้วย


ระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Rev Tronic

ทางด้าน Ford Everest 2018 มาพร้อมทางเลือกเครื่องยนต์ 2 รูปแบบ  ได้แก่ เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว เทอร์โบแปรผันพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ขนาด 2.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 160 แรงม้า ที่ 3,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 385 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600-2,500 รอบ/นาที ส่งผ่านทุกความเร็วด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมโหมดเปลี่ยนเกียร์แบบธรรมดา ในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ

ส่วนในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้ออัตโนมัติ มาพร้อมระบบ Terrain Management เติมเต็มทุกความเร็วด้วยขุมกำลังเครื่องยนต์ดีเซล 5 สูบ แถวเรียง 20 วาว์ล  เทอร์โบแปรผันพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ขนาด 3.2 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 200 แรงม้า ที่ 3,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 470 นิวตัน-เมตร ที่ 1,750-2,500 รอบ/นาที ผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมโหมดเปลี่ยนเกียร์แบบธรรมดาเช่นกัน


เครื่องยนต์ดีเซล 5 สูบ แถวเรียง 20 วาว์ล  เทอร์โบแปรผันพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ขนาด 3.2 ลิตร

นอกจากนี้แล้ว Ford Everest 2018 มีแนวโน้มที่จะนำเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบคู่ Bi-Turbo ขนาด 2.0 ลิตร จาก Ford Ranger Raptor 2018 ที่เปิดตัวไปเมื่อต้นปีมา พร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีดที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันจากฟอร์ดเข้ามาใส่ใน Ford Everest โฉมใหม่นี้ด้วยส่งผลให้ PPV รุ่นเรือธงจากฟอร์ดดูมีขุมพลังเครื่องยนต์ที่ทรงพลังและทางเลือกเครื่องยนต์ที่มากกว่า Isuzu MU-X  2018

6. เปรียบเทียบ Isuzu MU-X 2018 กับ Ford Everest 2018 ด้านความปลอดภัย

สำหรับระบบความปลอดภัยในรถ PPV จากทั้ง 2 ค่ายต้องยอมรับเลยว่าได้รับการติดตั้งมาแบบไม่มีกั๊กจัดเต็มในทุกขีดความสามารถที่ช่วยปกป้องผู้ขับขี่ได้ในทุกเส้นทางอย่างไม่น้อยหน้ากัน โดย Isuzu MU-X 2018 มาพร้อมโครงสร้างห้องโดยสารเสริมเหล็กกล้าแบบ High Tensile Strenght Steel สุดแข็งแกร่ง ส่วน Ford Everest 2018 ชูจุดเด่นด้วยฟังก์ชั่นความปลอดภัยผ่านระบบลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำแบบ Rollover Mitigation ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในทุกทริปการขับขี่

ระบบความปลอดภัยใน Isuzu MU-X 2018 มีดังนี้

  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้าแบบ Dual SRS Airbags
  • แกนพวงมาลัยและแป้นเบรกแบบยุบตัวได้
  • เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด ทั้ง 7 ที่นั่ง
  • จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็กแบบ Isofix ในเบาะนั่งแถวที่ 2
  • คานเหล็กกันกระแทกด้านข้าง Side Door Beam ทั้ง 4 ประตู
  • โครงสร้างห้องโดยสารเสริมเหล็กกล้าแบบ High Tensile Strenght Steel
  • กล้องบันทึกภาพวีดีโอด้านหน้ารถขณะขับขี่แบบ DVR
  • ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชันแบบ HSA
  • ระบบเบรกป้องกันล้อล็อกขณะเบรกแบบ ABS พร้อม Dual G-Sensor


ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC

ระบบความปลอดภัยใน Ford Everest 2018 มีดังนี้

  • ระบบป้องกันล้อล็อค ABS
  • ระบบกระจายแรงเบรก EBD
  • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TC
  • ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว ESP
  • ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชันแบบ Hill Descent Control
  • ระบบควบคุมการทรงตัวขณะลากจูง Trailer Sway Mitigation
  • ระบบช่วยการออกตัวขณะจอดอยู่บนทางลาดชัน HLA 
  • ระบบลดความเสี่ยงจากการพลิกคว่ำ Rollover Mitigation
  • ถุงลมนิรภัยจำนวน 7 จุด บริเวณคู่หน้า ด้านข้าง หัวเข่าฝั่งคนขับ และ ม่านถุงลมนิรภัย
  • สัญญาณเตือนกะระยะทั้งด้านหน้า-ด้านหลัง
  • กล้องมองหลังขณะถอยจอด
  • ระบบตรวจจับรถในจุดอับสายตา
  • ระบบตรวจจับรถขณะออกจากซองจอด Cross Traffic Alert
  • สัญญาณกันขโมย และ ระบบกุญแจนิรภัยแบบ Volumetric Burgular Alarm System and Immobilizer


Ford Everest 2018 ติดตั้งระบบช่วยการออกตัวขณะจอดอยู่บนทางลาดชันแบบ HLA

7. สรุป

สำหรับผู้สนใจ Isuzu MU-X 2018 ยอดรถยนต์อเนกประสงค์ขนาด 7 ที่นั่ง ในสไตล์ PPV ที่ได้รับการออกแบบให้มีความสปอร์ตถูกใจนักขับรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบความคล่องตัวและสามารถพาครอบครัวไปท่องเที่ยวได้ในทุกทริปวันหยุดด้วยราคาจำหน่ายที่ไม่สูงนักเริ่มต้นเพียง 1,099,000 บาท เท่านั้น สำหรับรุ่น 1.9 Ddi 4 x 2 CD AT ถือว่าน่าสนใจเลยทีเดียว

ส่วนผู้ท้าชิงตำแหน่งรถ PPV ที่ดีที่สุดตลอดกาลอย่าง Ford Everest 2018 ถูกออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกด้วยเส้นสายที่บ่งบอกถึงความเร้าใจผสานกับฟังก์ชั่นภายในที่จัดเต็ม เสริมด้วยช่วงล่างที่แข็งแกร่งในสไตล์รถอเมริกัน เริ่มต้นเพียง 1,299,000 บาท เท่านั้น นับเป็นราคาที่ไม่สูงมากนักเมื่อนำมาเทียบกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยในรถรุ่นนี้

ดูเพิ่มเติม:

มนัส ช่วยบำรุง

บทความที่เกี่ยวข้อง

ในหมวดเดียวกัน