16:48, 11 ม.ค. 2562

รวบรวมปัญหา Honda CR-V สำรวจข้อมูลจากผู้ใช้งานจริง

บันทึกรายการ

Honda CR-V ครอสโอเวอร์ SUV รุ่นเรือธงจากฮอนด้าที่สร้างกระแสความนิยมอย่างล้นหลามในเมืองไทยจะสามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ดีเพียงใด ข่าวรถมีคำตอบให้ครับ

1. แนะนำรถยนต์ Honda CR-V

Honda CR-V ครอสโอเวอร์ SUV สุดแกร่งที่พร้อมนำพาผู้ขับขี่ไปพบกับประสบการณ์สุดเหนือระดับในทุกทริปการเดินทางผ่านการออกแบบรูปทรงภายนอกสุดโฉบเฉี่ยวผสานกับการติดตั้งฟังก์ชั่นขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD แบบ Full Time ที่ถือเป็นจุดเด่นของรถรุ่นนี้ อีกทั้งยังเพิ่มความหลากหลายให้แก่ผู้ขับขี่ด้วยทางเลือกเครื่องยนต์ที่มีให้ถึง 2 รูปแบบ ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร และ เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 1.6 ลิตร

Honda CR-V มอบความสะดวกสบายด้วยฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกสุดครับครัน อาทิ หน้าจออินโฟเทนเมนท์ระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advance Touch พร้อมระบบนำทาง Navigation รองรับการเชื่อมต่อ Apple Carplay กอปรกับการเพิ่มแผงควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ไฟฟ้าแบบสวิตช์เข้ามาให้อีกด้วย พร้อมราคาจำหน่ายสบายกระเป๋าเริ่มต้นเพียง 1.3 ล้านบาทเท่านั้น


รถยนต์ Honda CR-V

2. วิจารณ์ภายนอก Honda CR-V

Honda CR-V เพิ่มความโฉบเฉี่ยวพร้อมสะกดทุกสายตาผ่านไฟหน้าแบบ LED ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในกลางวันแบบ LED ติดตั้งระบบไฟหน้าปรับระดับสูง-ต่ำอัตโนมัติ และ ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ เสริมด้วยไฟตัดหมอกคู่หน้าตกแต่งด้วยโครเมี่ยม กระจังหน้าแบบโครเมี่ยมพร้อมระบบปัดน้ำฝนด้านหน้าแบบปรับตั้งหน่วงเวลา ฝากระโปรงหลังเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ติดตั้งสปอยเลอร์หลังทรงสปอร์ต และ เสาอากาศแบบครีบฉลาม ส่วนช่วงล่างติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว พร้อมยางขนาด 235/60 R18 โดยมีผู้แสดงความคิดเห็นถึงการออกแบบภายนอก Honda CR-V ดังนี้

ความคิดเห็นที่ 1

รอเธอมาตั้งนาน พอออกมาปุ๊บก็จองเลย ไม่ดูไม่ศึกษาให้ดี โกรธตัวเองที่เอา 2.0 E มาเพราะคิดว่าประหยัดกว่า เอา 2.4 รองท๊อปมาน่าจะแจ่มกว่าเยอะ
- เครื่องไม่ vtec รึป่าว เพราะไม่มีเขียนไว้ตรงกระจก (ตั้งแต่ขับมาเกือบปี ย่านนี้ยังไม่เคยเห็นใครขับ 2.0 เลยยิ่งรู้สึกแย่)
- ใส่ CD ได้แผ่นเดียว อันนี้เซ็งสุด ๆ (ไม่รู้ 2.4 ได้กี่แผ่น) มีใครเอาไปเปลี่ยนกรุณาแนะนำราคาด้วย
- E85 อืดดดดมากก 1100 ขับบ้านนอก รถไม่ติด เราได้ราว 350 อันนี้อาจเพราะดับเครื่อง และสตาร์ทบ่อย  แต่ E20 1600 ไม่อืด  ได้ 400+
- ข้างหลังเด้งเวลาเจอลูกระนาด (คนข้างหลังเค้าว่างั๊น)
แต่ที่ดีก็เยอะ สวย ขนาดกะลังดี ราคาพอไหว ขอแต่อีกที ทำไมฮอนด้าต้องบังคับจิตใจกะสีห้องโดยสารข้างในด้วยเนาะ อยากได้รถสีเทาดำ แต่ไม่อยากได้ข้างในสีครีม เลยต้องเอาสีเงินเลย

ความคิดเห็นที่ 2

อัดอั้นตันใจใด้พักหนึ่งแล้วครับ ขอระบายเพื่อเป็นอุทาหรณ์คนกำลังหารถใหม่
     ปัญหาที่เกิดไม่หนักหนาครับ ถ้ายี่ห้อเทวดา Honda จะปฎิบัติกับผมดีกว่านี้หน่อย
ให้สมกับราคารถสักหน่อย เริ่มเรื่องแล้วกัน ประวัติรถของผม
    CRV. G4 2.0E 4WD. ออกรถ มกราคม 2013 ไม่มีการตกแต่งภายนอก เพียงแต่เปลี่ยนใส่ล้อ
ของตัว 2.4 เท่านั้น
        อาการที่พบทั้งหมดจนถึงปัจจุบัน
   1.ขอบประตูด้านนอก ที่เป็นพลาสติกเสาบี หลุด เขี้ยวล็อคหัก
        ศูนย์ฟิวเจอร์ปาร์ควิ่งมาเปลี่ยนให้ตอนประมาณ 20,000 กม.
2.ที่ประตูด้านคนนั่งข้างคนขับ ผมใด้เอาไปเเปลี่ยนลำโพง ปรากฏว่าขณะถอดแผงประตูเพื่อ
     เปลี่ยนลำโพง ช่างเดินมาหาบอกให้ไปดูว่า ไม่มีการใส่น็อตมาสักตัว ผมก็ทำการถ่ยรูปใว้
3.เสียงที่ปุ่มทริปเซต เมื่อผ่านถนนที่ไม่เรียบ แต่ไม่ถึงกบหลุมบ่อ จะมีเสียง แกรกๆๆ น่ารำราญมาก
     อันนี้เกิดตอนประมาณ 10,000 กม.
4.เสียงที่เบาะหลัง เมื่อรถขึ้นเนิน หรือตกหลุม จะมีเสียงชัดเจนมากดัง แป็กๆๆ  รถจอดเอามือตบที่พิงหลังเบาๆ
     ก็จะใด้ยินเสียงที่เหมือนกัน
5.เสียงที่ช่วงล่างด้านหลัง หากผ่านช่วงที่มีการโยนตัว ซ้าย-ขวา ดัง กุ๊กๆๆ 
6.เสียงที่ช่วงล่างหน้าซ้าย อันนี้เป็นๆ หายๆ เวลากระแทก ไม่ต้องแรงนักจะใด้ยิน แป๊กๆๆ พอเอาเข้าศูนย์ไป
     ปรากฎว่าอายช่างไม่มี แต่พอกลับบ้านกลับมาอีก
7.แผ่นคาดแบตเตอรี่ ฉนวนร่อนลอกตั้งแต่ 20,000 กม. 
      อันนี้ขอเปลี่ยนใด้ของใหม่ครับ
8.ประตูด้านหลังคนขับ เปิด-ปิด ไม่ใด้  เจอที่ประมาณ 40,000กม.
     เคลมเปลี่ยนกลอนประตูใหม่ครับ

ความคิดเห็นที่ 3

CRV ขับเคลื่อน 4 ล้อตลอดเวลา Full time auto ขับไปไหน มั่นใจสุดๆ เมืองไทยฝนตกบ่อยๆเกือบทั้งปี  วิ่งทางไกล เจอหลุมน้ำเลนขวา หรือ เลนซ้าย ไม่ต้องผวา ผ่านไปแบบนิ่ง  ถ้าเอาแบบขับ 2 ล้อ ขับรถเก๋งเตี้ยๆไปดีกว่าครับ เกิด แฉลบหรืออย่างไร ยังควบคุมรถได้ง่ายกว่ารถสูง   ซื้อรถสูงมาใช้ต้อง ขับเคลื่อน 4ล้อ ตลอดเวลาเท่านั้นครับ ประเภทปกติขับเคลื่อน 2 ล้อ พอจำเป็นจริงๆค่อยปรับไปใช้ 4 แบบนี้ก็ไม่ปลอดภับ พอเวลามันจำเป็นต้องใช้เกิดมา แต่ไม่ทันได้กด ก็ลงไปอยู่ตรงร่องกลางถนนเสียแล้ว  ให้มันทำงานอัตโนมัติ ตลอดเวลาไปเสียเลยดีกว่าครับ  เรื่องกินน้ำมันเล็กน้อยอย่าได้ไปสนใจครับ  ตามคลิปผมจับรถขึ้นฮ้อย ยกล้อลอย ปั่นให้ดู ทำงานขับ 4 ล้อตลอดเวลาแบบชัดๆ ครับ แบบนี้ค่อยมั่นใจหน่อย โฉมก่อน Honda ทำขับสี่ไม่จริงออกมาขาย รอให้ล้อหน้าฟรีก่อน แล้วล้อหลังค่อยทำ  แบบนั้นมันก็ไม่ช่วยเรื่องการเกาะถนนเท่าไหร่ แต่ตัวใหม่นี้ ทำปั่น 4 ล้อตลอดเวลาออกมา ขับทางไกล ทางเปียก ทางแห้ง  เกาะถนนหายห่วงครับ 

ความคิดเห็นที่ 4

ขอตอบแบบรวมๆให้เห็นภาพนะครับ
1. การกินน้ำมัน ขับ4 กินกว่าขับ 2 อยู่แล้วครับ เอาแบบง่ายๆไม่ต้องเทียบอะไรเลย ขับ 4 มีอุปกรณ์ที่เอาไว้ขับ 4 นั่นแปลว่าน้ำหนักเยอะกว่า กินน้ำมันมากกว่าครับ  ยังไม่รวมเวลาขับ 4 ทำงาน เช่นฝนตกถนนลื่น ระบบขับ 4 ทำงาน ก็กินขึ้นมาอีกนิด แต่ว่ากันเป็นหลักสตางค์ต่อกิโลครับ แทบไม่มีนัยยะสำคัญ บางคนมองเรื่องความเสถียรในการเกาะถนนยามจำเป็น เค้าก็จะมองข้ามเรื่องน้ำมันไปได้ครับ
2. เรื่องราคาขายต่อ บอกยากครับ เพราะถ้าคุณขับไปขายเต็น เต็นเค้าจะมีคำพูดร้อยแปด เพราะเค้าจะซื้อถูก แต่ถ้าขายเองแบบใจเย็นๆ อ้างอิงราคาตลาด ขายง่ายครับ ถ้าสภาพดี ดูแลดี ไม่มีอุบัติเหตุหนักมาก่อน เพราะทั้ง ดีเซลและเบนซิน ก็มีคนอยากได้ตามเหตุผลใครเหตุผลมัน
3. เรื่องเสียงดัง ปัญหา CR-V ดีเซล ตอนนี้รถยังใหม่ครับว่าไม่ได้ ถ้าจะให้ดี ลองไปดูพวกรถยุโรปดีเซลอายุซัก 3 ปี ตามห้างดูจะรู้ ฮอนด้าจะดังกว่าหน่อยเพราะการเก็บเสียงสู้รถยุโรปไม่ได้อยู่แล้ว ตอนรถยุโรปออกดีเซลกันมา เคยไปลองฟังใกล้ๆ รถอายุ 2-3 ปี นี่มันเสียงกะบะชัดๆ แต่ถ้านั่งในรถ ก็แทบไม่ได้ยินครับ
ขอให้มีความสุขกับรถคันใหม่ครับ

ความคิดเห็นที่ 5

3. วิจารณ์ภายใน Honda CR-V

ฮอนด้า CR-V ได้รับการตกแต่งภายในอย่างประณีตผ่านเฉดสีภายในโทนสีดำพร้อมชุดแต่งภายในลายไม้และสีดำ Piano Black อีกทั้งยังเสริมด้วยวัสดุหุ้มเบาะและพวงมาลัยแบบหนังแท้รวมถึงหนังสังเคราะห์ โดยเบาะนั่งฝั่งคนขับสามารถปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง พร้อมปุ่มปรับดันหลัง 4 ทิศทาง ส่วนเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advance Touch รองรับ Apple Carplay รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน ระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ ระบบนำทางเนวิเกเตอร์ ทั้งนี้มีผู้แสดงความคิดเห็นถึงการออกแบบภายใน Honda CR-V มีข้อความว่า

ความคิดเห็นที่ 1

เคยเจอปัญหาจากเรื่องเสียงเหมือนกันครับ  แต่เยอะกว่านี้หลายเท่า
เสา B ดัง
เบาะหน้าซ้ายดัง
หัวเข็มขัดดัง(ดังเหมือนโลหะเสียดสีกันครับ เสียงแหลมๆ)
เบาะหลังดังเวลาเจอทางไม่เรียบ
ประตูหลังดังเกือบตลอดเวลา มีดังมาก กับ ดังน้อยจนแทบไม่ได้ยิน
พวงมาลัยมีเสียงดัง
เข้าศูนย์แรก ไม่เคยหายซักอย่าง บางอย่างใช้เวลาเครมเกือบปีครับ(รอจนแทบจะลืมแล้วว่าเคยแจ้งเครมไป)
พอเปลี่ยนศูนย์ไปเข้าที่กรุงเทพฯทุกอย่างจบหมดครับ  ลาขาดเลยกับศูนย์นี้(ผมอยู่ต่างจังหวัด มีศูนย์ Honda ศูนย์เดียวครับ)

ความคิดเห็นที่ 2

ข้อเสีย 2.0e  G3
1. ถ้าเคยขับรถเล็กมาก่อน จะรู้สึกว่า อืดมาก เวลาออกตัว    ขับคนเดียว ยังโอเค แต่เวลาไปเที่ยว (นั่งหลายคน+สัมพาระ)  แซงลำบาก   ต้องใช้ D3 ช่วย
2.เสียงคลัชดัง  เวลาตัดต่อ  รำคาญ  (คลัชอายุสั้น)
3.รอบเครื่องไม่ค่อยนิ่ง
4.เก็บเสียงไม่ค่อยดี 
5. เบาะหลังนั่งสบาย แต่แข็งไปหน่อย
6. ทรงตัวดี  แต่ไม่นุ่มนวล
พอแหละ เดี๋ยวเพื่อนว่า 555
ขายทิ้งมั้ย  --->   ยังครับ เพราะยังไม่มีอะไรที่ชอบกว่า

ความคิดเห็นที่ 3

2.0 4wd G4
ข้อดี 
-ใช้ e85ได้
-ผมว่าสวยกว่าG3
-กว้างขวางดี
-ทรงตัวดี พอได้ (เดิมๆ)
ข้อเสีย
-วัสดุภายในยังห่วยเหมือนเดิม
-ลูกเล่นน้อยกว่าแอคคอร์ทในราคาเดียวกัน
-ช่วงล่างกระด้าง
-ตัว2.0จะอืดกว่า2.4พอควร
นอกนั้นก็ ตาม คคห.ด้านบนครับ

ความคิดเห็นที่ 4

เรื่องเสียงของฮอนด้าเขาขึ้นชื่อ55
ทั้งลมทั้งยาง ก็ต้องทำใจกันไป
หรือถ้าทำใจไม่ได้ก็ต้องไปแดมป์เอาครับ

ความคิดเห็นที่ 5

Honda เก็บเสียงได้ห่วยทุกรุ่นอยู่แล้วครับ
Civic fb ขับ 160 ต้องปิดเพลงเลย เพราะฟังไม่รู้เรื่อง ฟังเสียงลมเสียงยางยังเพราะหูกว่า swift   ถูกกว่าครึ่งหนึ่งยังเก็บเสียงดีกว่าอีก
และระวังเรื่องสีด้วยนะครับ สี+แลคเกอร์อย่างกาก คลุมผ้าฝนตกแดดออก แลคเกอร์ไหม้
ส่วนเรื่องอื่นๆ เท่าที่ใช้มายังไม่มีปัญหา

4. วิจารณ์เครื่องยนต์ Honda CR-V

HONDA CR-V มาพร้อมทางเลือกเครื่องยนต์ที่มีให้ถึง 2 รูปแบบ ได้แก่ 1.เครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 1.6 ลิตร i-DTEC DIESEL TURBO 4 สูบ ให้กำลังสูงสุด 160 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ด้วยสวิตช์ (Shift by Wire)

2.เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร DOHC i-VTEC 4 สูบ ให้กำลังสูงสุด 173 แรงม้า ที่ 6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 224 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT รองรับเชื้อเพลิง E85 โดยมีผู้แสดงความคิดเห็นถึงสมรรถนะของเครื่องยนต์ใน HONDA CR-V มีข้อความดังนี้   

ความคิดเห็นที่ 1

ประหยัดน้ำมันดีนะ นั่งสบาย อาจไม่เหมาะกับคนที่ชอบรถ ที่คล่องตัว ปราดเปรียวใช้ได้ทั้ง E20 และ E85 ประหยัดทั้งคู่
แนะนำครับ คันก่อนหน้านี้ใช้ Wish อยู่ครับ เรื่องการกินน้ำมัน CRV ตัวนี้ประหยัดกว่ามาก แนะนำให้ใช้ Cruise control นะครับ
อาจไม่อยากติดแก๊สไปเลย เคยลองขับแบบ ไม่เปิดแอร์ ยิ่งประหยัดมากไปใหญ่เลย สงสัยว่า Compressor คงตัวใหญ่มาก

ความคิดเห็นที่ 2

ผมใช้ HONDA CRV 2.0E มาเกือบเดือนแล้วครับ ประหยัดกินน้ำมันพอๆกับซีวิคได้เลยมั้ง อืดนิดๆตอนออกตัวแต่พอ60 ขึ้นไม่อืดแล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 3

ผมขับ Gen 4 2.0 4WD อยู่ครับ
เติม E85 1,000.00 บาท ขับได้ประมาณ 350 กม.
1,000.00 บาทได้ประมาณ 40 ลิตร
เอา 350/40 = 8.75 กม./ลิตร ครับ
รถใช้งานที่ต่างจังหวัดครับ ปัจจุบันเกือบ 70,000 กม. แล้ว

ความคิดเห็นที่ 4

ผมใช้crv g2 อยู่ครับ เครื่อง2.0 มันเป็นตัวขับ4 ตอนรถใหม่ๆวิ่งได้ประมาน10-11กม./ล. แต่หลังๆนี้ถ้าวิ่งชานเมืองประมาน7-8กม./ล. วิ่งในเมือง5-6กม./ล. 
รถ12ปีแล้ว แต่วิ่งน้อย แค่7หมื่นกว่าโล ยังกินขนานนี้เลย 
ที่กินน้ำมันเพราะเรื่องของระบบเกียร์ครับ เฟื่องเกียร์จะหนาและใหญ่เป็นพิเศษเพื่อรองรับเวลาขับ4 ถึงแม้เวลาขับปกติจะขับ2แต่ก็กินน้ำมัน

ความคิดเห็นที่ 5

ตอบในฐานะคนใช้งานจริงนะครับ ใช้ G3 2010, 2.4AWD ใช้มา 4 ปีกับระยะทาง 134,000 กิโลเมตร
ในเมือง (กทม. นี่แหละ ย่านมีนบุรี ร่มเกล้า รามอินทรา หลักสี่ ดอนเมือง) แถวๆ นี้ใช้งานประจำ ตกอยู่ที่ 8-10 กม.ต่อลิตร
ต้องบอกว่า ใช้ทักษะการเลี้ยงรอบ ออกตัวช้าๆ อย่ากระชากแข่งใคร ไปเรื่อยๆ ต้องเข้าใจว่ารถเราน้ำหนักตัวเยอะ การกดคันเร่งออกตัวรวดเร็วมันจะซดมากๆ รถมันค่อนข้างสูงทัศนวิสัยดีกว่าเก๋ง มองเห็นข้างหน้าวางแผนล่วงหน้าได้ อย่าไปไล่จี้ใครแล้วเบรคๆ หยุดๆ แบบนั้นซดแน่นอนครับ

วิ่งต่างจังหวัดทางโล่งๆ ไกลๆ ทำได้ที่ 14 กิโลเมตรต่อลิตรโดยเฉลี่ย เว้นบางทริปที่ต้องทำเวลาหน่อยก็จะลดลง แต่ถ้าทริปไหนไปแบบชิวๆ นี่สบายๆ ครับ รักษารอบเครื่องอย่าให้เกิน 2,000 รอบ รับรองประหยัดแน่นอนครับ
ส่วนใครติดนิสัยซิ่งตลอด ต้องเร่ง ต้องแซง กระชากรอบบ่อยๆ มันก็ใช้ทัพพีแทนช้อนซดน้ำมันล่ะครับ อย่าไปแข่งใครถ้าอยากประหยัด

5. รีวิวระบบความปลอดภัย Honda CR-V

Honda CR-V พร้อมให้การปกป้องในทุกทริปการเดินทางผ่านระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน พร้อมเทคโนโลยีกล้องมองภาพด้านหลังที่สามารถปรับมุมมองได้ 3 ระดับ ทั้งนี้ผู้ขับขี่สามารถเลือกดูมุมกล้องได้ทั้งแบบ 130 องศา 180 องศา และ มุมมองจากด้านบน อีกทั้งยังได้รับการติดตั้งจุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็กแบบ ISOFIX & Child Anchor และ ถุงลมนิรภัยคู่หน้าอัจฉริยะแบบ Dual i-SRS โดยมีผู้ใช้งานสื่อโซเชียลกล่าวถึงระบบความปลอดภัยใน Honda CR-V มีข้อความดังนี้

ความคิดเห็นที่ 1

ข้อดี คือ ราคาเหมาะสม ประหยัดน้ำมันเพราะ เติม E85 ได้ ราคาขายต่อดี ในตระกูล suv ด้วยกันถือว่า ช่วงล่างนิ่มนวลดี
ข้อเสีย ปัญหา CR-V คือ ตัดระบบความปลอดภัยออกเยอะ ไม่มี VSA ไม่มี Traction Control เวลาเร่งแซงกระชั้นชิดจะไม่ทันใจ เวลาขับเร็วๆ ช่วงล่างนุ่มไปหน่อย 
คู่แข่งที่น่ากลัว คือ Mazda CX5 ที่จะเปิดตัวในอีก 3 เดือนข้างหน้า อันนี้ จัดเต็ม option ขับดี แรงกว่า เสียแค่ น่าจะเติม E85 ไม่ได้ กับ ไม่มีขับ 4 ในรุ่นเบนซิน

ความคิดเห็นที่ 2

สำหรับผม CRV G5 รุ่นนี้ตอบโจทย์สำหรับผมเรื่องการเดินทางไกลท่องเที่ยว ทั้งกำลังของเครื่องยนต์  ระบบขับเคลื่อนที่เป็น 4 ล้อตลอดเวลา ระบบเบรค มั่นใจสั่งได้ เบรคเมื่อไหร่ หน่วงพร้อมจะหยุดตัวรถให้ทันที ไม่มีเฉ ไม่มีปัด และที่สำคัญ ช่วงล่างนุ่มนวล ไม่แข็งกระด้าง เวลาเดินทางไกล หลุม บ่อ รอยต่างๆ กระแทกกลับมาที่ตัวรถน้อยมาก
ส่วนการขับเร็วๆ นิ่งๆ แล้วโยกหักหลบ หรือ วิ่งมาเร็วๆ แล้วเบรคกระทันหัน แล้วโยกหักหลบ การมาขับรถลักษณะนี้คงไม่กล้าทำแบบนี้แน่ครับ เพราะเป็นรถสูง จุดศูนย์ถ่วงอยู่สูง ขืนขับบ้าบิ่น แบบรถเตี้ย  ไม่วันใด วันหนึ่งเมื่อก่อนได้ลงข้างทางแน่ เมื่อก่อนผมเริ่มต้นด้วย corolla 3 ห่วงวางเครื่อง 4A-ge 20 valve 165 hp มา คันนี้แรงทางตรง ไปโยกหักหลบ มีสะบัดปลิวทั้งคัน  ขยับมาก็ civic fd 1,800 คันนี้เครื่องไม่ค่อยแรง แต่รถทำมาเกาะถนนถนนดี เปลี่ยนแมกซ์ เปลี่ยนโช๊คใหม่  เคยมุดซิ่งบนทางด่วนใน กทม. จนซีดานยุโรป เคืองต้องบี้ตามมาแล้ว ถัดมาก็มาเป็น แคมรี่ 2.5G 181 hp คันนี้แรงม้าสูงความเร็วปลายไหลเกิน 200 ทางตรงวิ่งดี นุ่มนวล ความเร็ว 120-130 โยกหักหลบ ขอแทรกเข้าเลนท์ ที่ความเร็วสูงๆ ทำได้ดี ปกติใช้คันนี้เป็นรถวิ่งทางไกล เดินทางต่างจังหวัด  พอได้ CRV  G5 มัน แหม่  มันนุ่ม มันขับแล้ว เกาะถนนกว่าแคมรี่  แบบนี้ก็ใช้เดินทางไกล ขับออกท่องเที่ยวต่างจังหวัด ได้สบายใจเลยครับ  รถที่ใช้สำหรับเดินทางไกล ช่วงล่างมันต้องออกแบบให้นุ่มๆ ซัพแรงสั่นสะเทือนจากถนนได้ดี แต่ มันต้องไม่โคลง  และที่สำคัญมันต้องเกาะถนนด้วยครับ crv g5 1.6 I-dtec คันนี้ เดินทางไกล 140-150 km/hr รอบเครื่องยนต์ประมาณ 2,000 rpm บู๊ชมาเต็ม  แรงบิดมาเต็ม เดินทางไกล สบายๆ ชิวๆ มากครับ นั่ง 4-5 คนขึ้นไปก็วิ่งไม่อืดลงใดๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 3

ผมเปลี่ยนจากทีด้ามาเป็น crv g5 2.4 EL 
1. เข้าใจถูกแล้วครับ ขับ 4 จะเกาะกว่าขับ 2 ในทุกสถานการณ์หรือสถาพถนน เฉพาะเวลาเร่งความเร็วเท่านั้นนะครับ ไม่เกี่ยวกับเวลาเบรค แต่ถามว่าจำเป็นไหม ก็ลองตรองดูว่า เราขับเก๋ง 2 ล้อหน้ามาทั้งชีวิต มีเหตุการณ์ไหนที่เราจำเป็นต้องใข้ AWD ไหม ของผมมี 1 ครั้งครับ ตอนขับลุยฝนแค่ 50-60 ตอนนี้ฝนลงทีไร ต้องเจียมตัวเลยครับ
2. เทียบกับ cx5 ไม่ทราบ แต่เทียบทีด้าจาก 7.5 โลลิตร เหลือ 5.5 โลลิตรครับ ใช้ในเมือง กินโคตรๆ ทำใจไว้ด้วยครับ
3. แถว 3 จริงตามว่า แต่ของผมตัดสินกันที่ข้อนี้เลย เพราะต้องใช้ 7 ที่นั่ง(เด็กนั่ง)บางครั้งครับ
4. -  6. ผมว่าพอๆกัน
7. CX5 กินขาด CRV ต้องรอ Honda sensing เหมือน ใน accord hybrid ตอน minor change เลย
8. ภายในผมชอบลายไม้ของ crv มากกว่า แถมที่เก็บของกลางใช้ประโยชน์ได้ดีกว่าครับ แต่ภายนอก cx5 สวยกว่าทั้งหน้าและหลัง
9. ช่วงล่าง ผมว่า crv ดีพอและดีกว่า นิ่งกว่าทีด้า(น่าจะซิลฟี่ด้วย)เยอะ เพราะรถมันหนักกว่า ยางใหญ่และกว้างกว่า แถมขับ 4 แต่ยังไม่เคยลอง cx5 ที่ว่าดียิ่งกว่าครับ
CR-V ปัญหาเรื่องเดียวที่น่าติ คือ เสียงรบกวนตอนขับ 80-100 ขึ้นไป (ขับไม่เร็ว พอโอเค) ลองขับดูครับ อาจจะยอมรับไม่ได้เลยทีเดียว เพราะมันแย่กว่าซิลฟี่ที่คุณใช้

ความคิดเห็นที่ 4

ผมวิ่ง 150-160 หน้าจอมันโชว์ว่าส่งกำลังไปทั้ง 4 ล้อ มีกราฟฟิกขึ้นชัดเจน  มันก็ต้องปั่น 4 ล้ออยู่แล้ว ทาง Honda คงไม่ทำหน้าจอ กราฟฟิก มาหลอกคนซื้อ CRV ทั่วโลกหรอก เกิดมีลูกค้าเอาไปปั่นจริง หน้าจอ โชว์ว่าปั่น 4 ล้อ  แต่ ที่รถจริงกลับ ปั่นแค่ 2 ล้อหน้า แบบนี้คงเจอ คนมือดี จับรถไปทดสอบ แขวนล้อลอย แล้ว  ปั่นที่ สุดไมล์ หากไม่ปั่นจริง คงต้องมีการฟ้องร้องกันหน้ามืดแน่นอนครับ  เมื่อก่อนตอนซื้อใหม่ๆ ก็มองจอตลอดว่า ปั่น 4 ตลอดหรือเปล่า  ดูแล้ว ปั่นตลอด ตอนนี้เลิกมองแล้ว วิ่งเร็วๆ แล้ว เกาะถนนมั่นใจ แบบนี้ก็ happy แล้วครับ 
ส่วนกำลังจะส่งไปเพลาหลัง เท่าไหร่นั้น ไม่ได้สนใจครับ จะได้ที่ 25 % ก็ยังดี ไม่จำเป็นต้อง 50:50 ก็ได้ เพราะอย่างไร กำลังก็ส่งไปแล้ว  อยู่ที่ ปั้มดูอัลคลัทซ์หลังจะจับแรงบิดระดับไหนครับ 

ความคิดเห็นที่ 5

ถ้าชอบขับรถก็เลือก CX-5 ครับ ผมเคยลองเทสต์ไดร์ฟ CR-V ขับ 4 ยาว 20 กว่ากม. (เซลล์ใจป้ำ ให้ลองไกลมากๆ) ขึ้น 120 ก็เริ่มไม่ค่อยมั่นใจละ เพราะพวงมาลัยไม่คม เบรคแล้วเทมาข้างหน้าทั้งคัน เวลาหักแรงๆหรือโยกเปลี่ยนเลนท้ายออก จัมพ์คอสะพานก็โยนพอสมควร ส่วน CX-5 ใหม่ ผมขับมั่นใจกว่า บนทางด่วนกดถึง 170 ยังมั่นใจได้อยู่ พอขับ 130-140 สามารถมุด โยก แทรก เปลี่ยนเลนกระทันหัน กระทืบเบรคมิดแป้นหักออกแล้วกระทืบคันเร่ง ฯลฯ ทำได้ดีเป็นที่น่าพอใจ แต่ไม่สามารถสาดโค้งแบบรถเก๋งได้ เททั้งคันเหมือนกัน
ที่สำคัญ ผมว่า Blindspot Assist ใน CX-5 ดีงามกว่า LaneWatch มากๆ ตอนที่ไปเทสต์ไดร์ฟ CR-V ผมแทบไม่ได้ดู LaneWatch เลย ขัดความรู้สึกมากที่จะต้องมองจอกลาง ในขณะที่ Blindspot Assist ใน CX-5 เราไม่ต้องมองจออะไรเลย มันแสดงที่กระจกหน้ารถและกระจกมองข้าง ถ้ามีรถในมุมอับขับตีคู่หรือเร็วกว่าเรา แค่เปิดไฟเลี้ยวมันก็ร้องเตือนแล้ว ... ซึ่งผมว่าฮอนด้าน่าจะให้ Blindspot แทน LaneWatch จริงๆ ใช้งานได้ดีกว่า LaneWatch มากๆ
แต่ถ้าถามสิ่งที่ชอบใน CR-V ก็คือแอร์ตอนหลังที่เย็นสบายมาก แถวสองที่กว้างขวางกว่า ชุดเครื่องเสียงที่ใช้งานง่าย แผนที่และระบบนำทางที่ดีกว่า(มากๆ) และช่องเก็บของที่เยอะกว่า ส่วนเบาะแถวสาม ถ้าผมถอย CR-V ผมจะไปถอดเก็บเป็นอย่างแรก

...

ดูเพิ่มเติม:

มนัส ช่วยบำรุง

ในหมวดเดียวกัน