รู้หรือไม่ว่ารถยนต์ที่ปล่อยควันดำนอกจากจะสร้างมลพิษ ผิดกฎหมาย โดนโทษปรับ และอาจจะถูกสั่งห้ามใช้รถชั่วคราว

25 มิ.ย 2561

รู้หรือไม่ว่าการปรับจูนเครื่องยนต์ในแต่ละครั้งเป็นตัวสร้างปัญหาและก่อให้เกิดควันดำปัญหามลพิษทางอากาศที่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ถือว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายตามพ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 โดยผิดข้อหานำรถที่มีอุปกรณ์ส่วนควบคุมไม่ได้มาตรฐานก่อให้เกิดมลพิษมาใช้ในทางวิ่ง มีโทษปรับสูงสุด 500 บาท ขณะที่รถบรรทุกปรับไม่เกิน 5,000 บาท

รถแต่งปล่อยควันดำ สร้างมลพิษทางอากาศ
รถแต่งปล่อยควันดำ สร้างมลพิษทางอากาศ

ทุกวันนี้รถแต่งเกลื่อนเต็มถนนไปหมด มีทั้งรถแต่งที่เป็นมือใหม่หัดแต่งรถที่แต่งรถแบบพอประมาณเก็บเล็กผสมน้อย ไม่หวือหวาจนเกินไป  และรถแต่งแบบมืออาชีพที่จัดหนักจัดเต็มมีเท่าไหร่ใส่ลงไปแบบไม่ยั้ง  และจำนวนรถแต่งบนท้องถนนก็เพิ่มขึ้นมากเรื่อยๆ แบบไม่มีวันหยุด และทุกวันนี้ความนิยมของนักแต่งรถกระบะก็มีเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะแต่งรถเพื่อให้สมรรถนะของรถเพิ่มขึ้น ซึ่งก็คงหนีไม่พ้นการปรับจูนเครื่องยนต์ แต่ก็ต้องทำใจเพราะการปรับจูนเครื่องยนต์แต่ละครั้งเมื่อได้ลองใช้งานไปสักพักก็จะรู้สึกว่าเครื่องยนต์ไม่แรงอย่างที่ใจคิด จึงเป็นสาเหตุที่ต้องมีการปรับจูนเครื่องยนต์ครั้งที่สองและครั้งที่สามมาหรืออีกหลายครั้งตามมาจนกว่าสมรรถนะของรถแต่งจะแรงอย่างที่ใจต้องการ

รถแต่งปล่อยควันดำ สร้างมลพิษทางอากาศ ผิดกฎหมายตามพ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522
รถแต่งปล่อยควันดำ สร้างมลพิษทางอากาศ ผิดกฎหมายตามพ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522

แต่รู้หรือไม่ว่าการปรับจูนเครื่องยนต์ในแต่ละครั้งเป็นตัวสร้างปัญหาและก่อให้เกิดควันดำปัญหามลพิษทางอากาศที่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ซึ่งเกิดจากการอุดระบบหมุนเวียนไอเสีย (EGR), เพิ่มแรงดันน้ำมันเชื้อเพลิง และการถอด Catalytic converter เป็นต้น  ซึ่งถ้ารถแต่งคันใดปล่อยควันดำที่ก่อให้เกิดมลพิษทางอากาศ ก็ถือว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายตามพ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 โดยผิดข้อหานำรถที่มีอุปกรณ์ส่วนควบคุมไม่ได้มาตรฐานก่อให้เกิดมลพิษมาใช้ในทางวิ่ง มีโทษปรับสูงสุด 500 บาท ขณะที่รถบรรทุกปรับไม่เกิน 5,000 บาท 

รถแต่งปล่อยควันดำ สร้างมลพิษทางอากาศ ถูก
รถแต่งปล่อยควันดำ สร้างมลพิษทางอากาศ ถูก "ห้ามใช้ชั่วคราว" 

และบทลงโทษของข้อหานี้ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะถ้าหากรถแต่งคันไหนปล่อยควันดำเกินร้อยละ 50 ด้วยเครื่องมือวัดควันดำระบบกระดาษกรอง หรือเกินร้อยละ 45 ด้วยเครื่องมือระบบวัดความทึบแสง จะถูกประจานโดยรถแต่งคันนั้นจะถูกติดสติ๊กเกอร์ "ห้ามใช้ชั่วคราว" เพื่อให้ผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถนำรถไปแก้ไขและปรับปรุงเครื่องยนต์ให้กลับมาสู่สภาพพร้อมใช้งานและสมบูรณ์โดยที่ไม่ปล่อยควันดำภายใน 30 วัน แต่ถ้าหากพ้น 30 วัน แล้วผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถไม่มีการปรับปรุงและแก้ไขเครื่องยนต์ก็จะถูกเปลี่ยนจากคำสั่ง "ห้ามใช้ชั่วคราว" มาเป็น "ห้ามใช้เด็ดขาด" แทน ซึ่งจะไม่สามารถเคลื่อนย้ายรถไปได้นอกจากจะได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่เท่านั้น 

ส่วนประเภทรถยนต์ที่จะถูกห้ามใช้ตามกฎหมายหากมีควันดำเกินค่ามาตรฐานที่กำหนด มีดังนี้:
     1. รถยนต์ส่วนบุคคล  ได้แก่ รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน, รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน, รถยนต์บรรทุกส่วนบุคคลซึ่งมิได้ประกอบการขนส่งส่วนบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก เช่น รถกระบะหรือรถปิ๊กอัพ รถตู้ เป็นต้น 
     2. รถยนต์สาธารณะ  ได้แก่ รถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกิน 7 คน, รถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัด, รถยนต์สาธารณะอื่นนอกจากรถยนต์โดยสารประจำทาง 
     3. รถยนต์บริการ  ได้แก่ รถยนต์บริการให้เช่า ,  รถยนต์บริการธุรกิจ,  รถยนต์บริการทัศนาจร    
     4. รถพ่วง 
     5. รถบดถนน 
     6. รถแทรกเตอร์ 

ถ้าหากรถดังกล่าวถูกติดสติ๊กเกอร์ "ห้ามใช้เด็ดขาด" แล้วมีผู้นำไปใช้งานโดยพลการ และไม่ได้รับการอนุญาตจากเจ้าหน้าที่ จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มีโทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท และถ้านำรถไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตและยัง ฉีก/แกะเครื่องหมาย "ห้ามใช้ชั่วคราว" หรือ "ห้ามใช้เด็ดขาด" จะมีความผิดทางอาญาด้วย  และถ้าพบด่านตรวจผู้ขับขี่ไม่หยุดรถให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเครื่องยนต์และอุปกณ์ต่างๆ ของรถยนต์ก็จะต้องรับโทษตามมาตรา 103 แห่ง พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

เห็นไหมจะว่าการแต่งรถอย่ามัวแต่คิดว่าแต่งรถเพื่อความสวยงามหรือเน้นหนักไปในด้านเพิ่มสมรรถนะของตัวรถเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ควรจะศึกษาข้อกฎหมายเกี่ยวกับการแต่งรถให้ดีเสียก่อนเพื่อจะได้หลีกเลี่ยงไม่แต่งรถผิดกฎหมาย และจะได้ไม่ต้องมาคอยขับรถแต่งแบบกังวลว่าวันนี้จะมีด่านตรวจไหมและถ้ามีจะถูกปรับไหม ทางที่ดีควรจะแต่งรถให้อยู่ในกรอบของกฎหมายเพราะจะได้ไม่ต้องเสียเงินซ้ำซ้อน ทั้งเสียเงินไปกับอุปกรณ์แต่งรถ ค่าปรับ และอาจจะต้องเสียเงินไปปรับปรุงให้สภาพรถและเครื่องยนต์กลับมาสู่สภาพเดิมอีกครั้ง ซึ่งก็คงหมดไม่ใช่น้อยเหมือนกัน

ดูเพิ่มเติม:

ความคิดเห็นของผู้อ่าน 0
เรียงลำดับตาม:
ร่วมแสดงความคิดเห็น อีเมลของคุณจะไม่ปรากฏบนเว็บไซต์
กรุณากรอกข้อมูลของคุณ