ส.อ.ท.ตั้งเป้าภายในปีนี้จะต้องผลิตรถยนต์ให้ได้ 2 ล้านคัน หลังจากที่มียอดขายรถยนต์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

22 มิ.ย 2561     โดย น้ำเพชร

ในเดือนพฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมายอดการผลิตรถยนต์เพื่อจำหน่ายในประเทศเพิ่มขึ้น โดยแบ่งเป็นรถยนต์นั่ง เพิ่มขึ้น 8.94% และรถกระบะเพิ่มขึ้น 10.01% โดยกลุ่มรถยนต์นั่งผลิตได้ 80,175 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2560 12.54% และรถยนต์กระบะขนาด 1 ตัน ผลิตได้ทั้งหมด 109,859 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2560 14.96% ซึ่งถือว่าสอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เป็นบวกต่อเศรษฐกิจในปัจจุบัน

ยอดขายรถยนต์เพิ่มขึ้น
ยอดขายรถยนต์ในตลาดประเทศไทยเพิ่มขึ้น

เนื่องจากสภาวะทางเศรษฐกิจของประเทศไทยที่ผ่านมีความวิกฤติและฝืดเคืองมาก จึงทำให้ธุรกิจต่างๆ ซบเซา เงียบเหงา แต่ในวงการธุรกิจรถยนต์ก็ยังสามารถขับเคลื่อนไปได้อย่างต่อเนื่อง และเมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมาเศรษฐกิจก็เริ่มจะฟื้นตัวขึ้น และสถานการณ์รถยนต์ก็ยังคงมีผลเป็นบวกเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยดูจากยอดผลิต-ยอดส่งขาย-ยอดส่งออกที่มียอดบวกอย่างต่อเนื่อง  

นาย สุรพงษ์  ไพสิฐพัฒนพงษ์  รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้ออกมาเปิดเผยว่า สำหรับยอดผลิตรถยนต์ในเดือนพฤษภาคม 2561 มีทั้งสิ้น 193,130 คัน โดยเป็นยอดที่เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2560 ถึง 13.94% จำนวนรถยนต์ที่ผลิตในเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2561 มีจำนวนทั้งสิ้น 867,599 คัน โดยเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2560 ถึง 11.87% ทำให้ดัชนีความเชื่อมั่นมากกว่า 100 และมีแนวโน้มจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นาย สุรพงษ์  ไพสิฐพัฒนพงษ์  ได้ออกมากล่าวว่า “รถกระบะและรถบรรทุกที่มีการผลิตได้ดียิ่งขึ้น เป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่าเศรษฐกิจมีการฟื้นตัวดีขึ้น รถกระบะเมื่อขายดีเป็นตัวบ่งบอกว่าเศรษฐกิจมีการขับเคลื่อนมากยิ่งขึ้น และเป้าหมายที่เราตั้งเอาไว้ 1,100,000 คันในการผลิตเพื่อส่งออกในปีนี้น่าจะเป็นไปได้จากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว”

ยอดการผลิตรถยนต์เพื่อจำหน่ายในประเทศเพิ่มขึ้น
ยอดการผลิตรถยนต์เพื่อจำหน่ายในประเทศเพิ่มขึ้น

ในเดือนพฤษภาคม 2561 ที่ผ่านมายอดการผลิตรถยนต์เพื่อจำหน่ายในประเทศเพิ่มขึ้น โดยแบ่งเป็นรถยนต์นั่ง เพิ่มขึ้น 8.94% และรถกระบะเพิ่มขึ้น 10.01%   โดยกลุ่มรถยนต์นั่งผลิตได้ 80,175 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2560   12.54% และรถยนต์กระบะขนาด 1 ตัน ผลิตได้ทั้งหมด 109,859 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2560  14.96% ซึ่งถือว่าสอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่เป็นบวกต่อเศรษฐกิจในปัจจุบัน 

ยอดการผลิตรถยนต์เพื่อการส่งออกเพิ่มขึ้น
ยอดการผลิตรถยนต์เพื่อการส่งออกเพิ่มขึ้น

ส่วนยอดยอดการผลิตรถยนต์เพื่อส่งออกรถยนต์นั้นก็มีไม่น้อยไปกว่ายอดจำหน่ายในประเทศ โดยในเดือนพฤษภาคม 2561 มีมูลค่า 80,390.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2560 6.54% ซึ่งตั้งแต่เดือนมกราคม – พฤษภาคม 2561 มีมูลค่า 384,292.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2560 3.8% ส่วนยอดขายภายในประเทศของเดือนพฤษภาคม 2561 มีจำนวน 84,965 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนพฤษภาคม 2560  27.9% โดยตั้งแต่เดือนมกราคม – พฤษภาคม 2561 รถยนต์มียอดขาย 401,264 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมกราคม – พฤษภาคม 2560  18% 

ซึ่งยอดขายในประเทศและการส่งออกในเดือนพฤษภาคม 2561 ที่เพิ่มขึ้นเป็นเพราะมีการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่มีราคาถูกลงมากกว่าปีก่อนๆ ที่ผ่านมา และบวกกับสภาพเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัว ผลผลิตสินค้าทางการเกษตรบางอย่างเริ่มนำผลผลิตออกสู่ตลาดและทำรายได้ดี ทั้งขายภายในประเทศและส่งออกต่างประเทศ แต่ถึงแม้ว่าสภาพเศรษฐกิจของประเทศไทยจะยังไม่ค่อยฟื้นตัวแบบเต็มร้อยแต่ก็ถือว่าดีขึ้น และรถยนต์ก็ถือว่าเป็นปัจจัยที่ 5 ของทุกคน ซึ่งถ้าจำเป็นต้องใช้งานก็จำเป็นต้องซื้อเพื่อใช้ในการอำนวยความสะดวกในการดำเนินชีวิตประจำวันและใช้เพื่อการประกอบอาชีพ จึงทำให้ตลาดรถยนต์ไม่ซบเซา

แต่ถึงแม้ว่าตลาดรถยนต์จะดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่องแต่ถ้าค่ายรถควรจะนำเอาความต้องการของผู้ใช้มารวมกันทั้งด้านความสวยงาม สมรรถนะ ความปลอดภัย  ความสะดวกสบาย เทคโนโลยี ไว้ในรถยนต์คันเดียวให้ครบครัน และราคา ให้ได้อยู่ในระดับกลางๆ ไม่กระโดดสูงหรือแพงจนเกินไปก็จะทำให้ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยมียอดขายเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องได้เช่นกัน

เพิ่มเติม:

ความคิดเห็นของผู้อ่าน 0
เรียงลำดับตาม:
ร่วมแสดงความคิดเห็น อีเมลของคุณจะไม่ปรากฏบนเว็บไซต์
กรุณากรอกข้อมูลของคุณ