กรองอากาศรถยนต์คืออะไร, แบบไหนดีและนี่คืออีกชิ้นส่วน ! ที่คุณละเลยมันไปหรือเปล่า ?

22 พ.ค 2562    

“ไส้กรองอากาศ” อีกชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ของรถที่คุณสามารถดูแลและตรวจสภาพการใช้งานได้อยู่เป็นประจำ แต่ทว่าคุณให้ความสำคัญกับมันมากพอหรือยัง หน้าที่หลัก ๆ ของมันคืออะไร และการเลือกใช้กรองอากาศรถยนต์ควรเป็นแบบไหนดี ไปหาคำตอบพร้อมกันเลยกับ Bikeandmotor กรองอากาศรถยนต์คืออะไร, แบบไหนดีและนี่คืออีกช

กรองอากาศรถยนต์


“ไส้กรองอากาศ” อีกชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ของรถที่คุณสามารถดูแลและตรวจสภาพการใช้งานได้อยู่เป็นประจำ แต่ทว่าคุณให้ความสำคัญกับมันมากพอหรือยัง หน้าที่หลัก ๆ ของมันคืออะไร และการเลือกใช้กรองอากาศรถยนต์ควรเป็นแบบไหนดี ไปหาคำตอบพร้อมกันเลยกับ Bikeandmotor
กรองอากาศรถยนต์ กรองอากาศรถยนต์คืออะไร, แบบไหนดีและนี่คืออีกชิ้นส่วน ! ที่คุณละเลยมันไปหรือเปล่า ?
ไส้กรองอากาศรถยนต์นั้นจะทำหน้าที่ช่วยดักจับเศษฝุ่นสกปรกของอากาศที่เข้าไปในส่วนของระบบการจุดระเบิดเครื่องยนต์ และเมื่อชิ้นส่วนนี้ผ่านการใช้งานไป คราบกรังสิ่งสกปรกในอากาศจะติดอยู่ จนทำให้อากาศไม่สามารถเข้าไปในส่วนของระบบการจุดระเบิดได้เพียงพอ ทั้งยังมีโอกาศที่เศษฝุ่นหลุดรอดเข้าไปในห้องเผาไหม้ได้อีกด้วย จนเป็นที่มาของอาการเผาไหม้ทำได้ไม่สมบูรณ์ ตัวเครื่องมีกำลังถดถอยลดลง เหยียบไม่พุ่ง เครื่องไม่แรงอย่างที่เคยเป็นตอนแรก เมื่อรู้หน้าที่ของเจ้าส่วนไส้กรองอากาศนี้แล้ว หน้าที่ของคุณผู้เป็นเจ้าของรถจึงควรให้การดูแลเป็นประจำ ด้วยการถอดออกมาเป่าลมไล่ฝุ่นละอองเศษสกปรก ไปจนถึงเปลี่ยนไส้กรองใหม่เลยก็ได้ตามอายุการใช้งานหรือก่อนเวลา เพราะราคาของอุปกรณ์ชิ้นนี้ถือว่าไม่สูงมากนัก เมื่อเทียบกับประโยชน์ที่ได้รับจากไส้กรองใหม่ ๆ สะอาด ๆ
เปรียบเทียบไส้กรองอากาศใหม่กับผ่านการใช้งานมาแล้ว เปรียบเทียบไส้กรองอากาศใหม่กับผ่านการใช้งานมาแล้ว
ดังนั้นเรามาทำความรู้จักกับไส้กรองอากาศรูปแบบต่าง ๆ กันดีกว่าว่ามีแบบไหนบ้าง

ไส้กรองอากาศแบบเปียก

ชนิดนี้จะเรียกว่าเป็นแบบโบราณก็ว่าได้ เพราะในรถปัจจุบันไม่ค่อยเห็นรถรุ่นใหม่ใช้กันสักเท่าไรนัก ลักษณะคือไส้กรองจะชุบหรือแช่อยู่ในน้ำมันเครื่อง แล้วให้สิ่งสกปรกที่ผ่านไปเกาะติดอยู่กับน้ำมันเครื่อง และจะทำความสะอาดโดยการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องที่ส่วนของไส้กรอง
ตัวอย่างไส้กรองอากาศแบบเปียก ตัวอย่างไส้กรองอากาศแบบเปียก

ไส้กรองอากาศแบบแห้ง

ไส้กรองอากาศแบบแห้งถูกนำมาใช้ในรถยนต์ปัจจุบันมากที่สุด สามารถแยกออกได้เป็นอีก 2 แบบ คือ แบบธรรมดา (ติดรถมาจากศูนย์) และแบบเคลือบน้ำยา (กรองแบบล้างได้) ให้น้ำยาทำหน้าที่เป็นตัวช่วยดักจับฝุ่นละอองหรือสิ่งสกปรกที่ปะปนอยู่ในอากาศได้ดียิ่งขึ้น หรืออีกนัยยะหนึ่งลักษณะการทำงานก็จะคล้ายกับไส้กรองอากาศแบบเปียก แต่ลักษณะและโครงสร้างของอุปกรณ์จะแตกต่างออกไป
ตัวอย่างไส้กรองอากาศแบบแห้ง ซึ่งตามภาพเป็นแบบถอดล้างได้ ตัวอย่างไส้กรองอากาศแบบแห้ง ซึ่งตามภาพเป็นแบบถอดล้างได้
Tips : กรองอากาศเดิม ๆ ติดรถ (แบบแห้ง) ที่ส่วนใหญ่ให้ทำความสะอาดด้วยการเป่าลม เคาะ ๆ ไล่ฝุ่นนั้น จริง ๆ ก็สามารถล้างได้เช่นกัน แต่ต้องรอให้แห้งสนิทจริง ๆ ก่อนถึงจะใส่กลับเข้าไปที่รถได้เพราะไม่เช่นนั้นแล้วความชื้นอาจเข้าสู่ตัวเครื่องยนต์ได้ เริ่มน่าสนใจขึ้นมาแล้วใช่ไหมสำหรับในส่วนของอุปกรณ์ชิ้นนี้ ลองเจาะลึกเข้ามาที่ไส้กรองแบบแห้งที่เป็นชนิดแบบเคลือบน้ำยากันสักหน่อย หรือ “กรองอากาสแบบล้างได้” ซึ่งคาบเกี่ยวว่าเป็นกรองแต่งได้เหมือนกัน แต่กรองนี้ไม่ใช่กรองเปลือยแต่งอย่างที่ใครเคยเห็น เพราะลักษณะชิ้นส่วนรูปร่างของอุปกรณ์เหมือนเดิม สามารถใส่เข้าไปทดแทนไส้กรองเดิมที่มากับรถได้เลย ไม่ต้องมีการดัดแปลงรถใด ๆ ทั้งสิ้น และแม้ว่าไส้กรองชนิดนี้จะถูกทำออกมาให้ตรงกับสเปครถรุ่นของคุณก็ตาม ทว่าคุณสมบัติของมันนั้นก็เพื่อความสามารถในการดักจับสิ่งสกปรกได้มากขึ้น ช่วยเพิ่มสมรรถนะให้กับตัวรถได้มากกว่า ให้มาพร้อมกับชุดทำความสะอาดและเคลือบน้ำยา ยกตัวอย่างแบรนด์ยี่ห้อของไส้กรองประเภทนี้ เช่น Hurricane, K&N และ Fabrix เป็นต้น
เปรียบเทียบไส้กรองอากาศ เปรียบเทียบไส้กรองอากาศแบบล้างได้กับแบบธรรมดาติดมากับรถ
ถ้าถามว่าการใช้งานทั่วไปไส้กรองอากาศเดิม ๆ ที่มากับรถ จริง ๆ ก็เพียงพอแล้ว เพียงในประเภทแบบล้างได้หรือกรองแบบเคลือบน้ำยานั้นจะช่วยให้คุณไม่ต้องเสียเงินเปลี่ยนกรองใหม่บ่อย ๆ เพราะถอดมาล้างและเคลือบน้ำยาใช้งานต่อได้เลย แต่ก็แน่นอนว่าราคาของมันสูงกว่ากรองปกติเดิม ๆ หลายเท่าตัว อย่ามัวแต่สนใจเรื่องของความร้อนหรือของเหลวในรถของคุณเท่านั้น เรื่องของไส้กรองอากาศก็ถือเป็นอีกส่วนที่คุณควรให้ความสนใจ นำออกมาเป่ามาเคาะบ้าง บ่อย ๆ ก็ดีสำหรับใครที่ต้องใช้รถบนถนนที่มีฝุ่นเยอะ เครื่องยนต์หายใจเข้าไปตัวไส้กรองอากาศก็ทำงานหนัก อย่าละเลยจนอาการออก “ตื้อ” เร่งเครื่องไม่ขึ้นมันฟ้องแล้วค่อยเปลี่ยนหรือทำความสะอาด เพราะถ้าแบบนั้นคุณจะรู้ไม่ได้เลยว่าสิ่งสกปรกเข้าไปในเครื่องยนต์ของคุณมากเท่าไรแล้ว ดูเพิ่มเติม:
ความคิดเห็นของผู้อ่าน 0
เรียงลำดับตาม:
ร่วมแสดงความคิดเห็น อีเมลของคุณจะไม่ปรากฏบนเว็บไซต์
กรุณากรอกข้อมูลของคุณ