เปรียบเทียบ Honda Civic 2018 กับ Ford Focus 2018 ใครจะคุ้มค่าน่าจับจองมากกว่ากัน

15 ส.ค 2561     โดย มนัส ช่วยบำรุง

เปรียบเทียบ Honda Civic 2018 กับ Ford Focus 2018 ใครจะคุ้มค่าน่าจับจองมากกว่ากัน
คะแนนของบรรณาธิการ
คะแนนของผู้ใช้
4
Honda Civic 2018 กับ Ford Focus 2018 จัดเป็นคู่แข่งในตลาดรถรายสำคัญจากการพัฒนาเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตรที่ติดตั้งมาในรถยนต์จากทั้งสองค่าย เรามาดูกันว่าสมรรถนะในการขับขี่ของใครจะน่าสนใจกว่ากัน
  • 1. แนะนำ
  • 2. เปรียบเทียบราคาจำหน่าย Honda Civic 2018 กับ Ford Focus 2018
  • 3. เปรียบเทียบ Honda Civic 2018 กับ Ford Focus 2018 จากภายนอก
  • 4. เปรียบเทียบภายใน Honda Civic 2018 กับ Ford Focus 2018
  • 5. เปรียบเทียบเครื่องยนต์ Honda Civic 2018 กับ Ford Focus 2018
  • 6. เปรียบเทียบระบบความปลอดภัย Honda Civic 2018 กับ Ford Focus 2018
  • 7. สรุป

1. แนะนำ

All New Honda Civic 2018 สุดยอดยนตรกรรมซีดานรุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากฮอนด้าที่ได้ถูกปรับโฉมเสริมรูปลักษณ์ให้ดูสปอร์ตหรูหรามากยิ่งขึ้นผสานกับฟังก์ชั่นภายในที่ได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีสุดทันสมัยเข้าไปมากมาย พร้อมกับการนำเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร VTEC TURBO ซึ่งให้อัตราการเร่งอย่างดีเยี่ยมผสานการทำงานร่วมกับระบบส่งกำลังด้วยระบบเกียร์ CVT ที่มีความแม่นยำสูงจนสร้างความประทับใจให้ผู้ขับขี่ได้ในทุกเส้นทาง นอกจากนี้แล้วยังมีทางเลือกรุ่นย่อยถึง 4 รุ่น ได้แก่ รุ่น 1.8E , รุ่น 1.8EL , รุ่น 1.5 TURBO และ รุ่น 1.5 TURBO RS ในราคาเริ่มต้นเพียง 869,000 บาท เท่านั้น

All New Honda Civic 2018
All New Honda Civic 2018

ส่วนรถยนต์อเนกประสงค์แบรนด์ดังอีกค่าย คือ Ford Focus 2018 ที่ได้รับการเผยโฉมออกมาเช่นกันสร้างความประทับใจให้กับนักขับหลายรายด้วยฟีเจอร์ระบบอำนวยความสะดวกในระดับเฟิร์สคลาสเติมเต็มทุกอัตราการเร่งผ่านขุมพลัง EcoBoost ขนาด 1.5 ลิตร แบบใหม่ล่าสุด อีกทั้งยังถูกพัฒนาขึ้นภายใต้แพล็ตฟอร์ม C2 ที่เน้นเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสารผ่านการดีไซน์ให้สามารถดูดซับแรงกระแทกได้มากขึ้น ผสานกับการลดน้ำหนักตัวถังให้น้อยลงกว่ารุ่นก่อนหน้าเพื่อลดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง เสริมด้วยทางเลือกรุ่นย่อยถึง 2 รูปแบบ ทั้งแบบ 4 ประตู และ 5 ประตู เริ่มต้นเพียง 7.9 แสนบาท เท่านั้น

Ford Focus 2018
Ford Focus 2018

2. เปรียบเทียบราคาจำหน่าย Honda Civic 2018 กับ Ford Focus 2018

สำหรับราคาจำหน่าย Honda Civic 2018 นับได้ว่าไม่สูงมากนักเมื่อนำมาเปรียบเทียบกับรถยนต์จากค่ายอื่นในเซกเมนท์เดียวกันที่ชูจุดเด่นด้วยความคล่องตัวผสานกับรูปลักษณ์สปอร์ตที่พร้อมสะกดสายตาทุกคู่ที่พบเห็นรวมถึงเครื่องยนต์ที่มีให้เลือกทั้งขนาด 1.8 ลิตร และ 1.5 ลิตร ที่ได้รับการการันตีในเรื่องความประหยัดน้ำมันแบบสุดๆ

Honda Civic 2018
รีวิว Honda Civic 2018

ราคาจำหน่าย Honda Civic 2018 มีดังนี้

ราคา Honda Civic รุ่น 1.8 E AT 869,000 บาท
ราคา Honda Civic รุ่น 1.8 EL AT 959,000 บาท
ราคา Honda Civic รุ่น 1.5 TURBO 1,099,000 บาท
ราคา Honda Civic รุ่น 1.5 TURBO RS 1,199,000 บาท

ส่วนราคาจำหน่าย Ford Focus 2018 ในบ้านเรายังคงไม่มีการแจ้งราคาอย่างเป็นทางการเนื่องจากยังคงไม่มีการนำเข้ามาทำตลาดภายในประเทศ ทั้งนี้ราคาจำหน่ายฟอร์ดโฟกัสรุ่นปัจจุบันที่ได้ทำตลาดอยู่ในประเทศไทยเป็นโฉมปี 2016 ซึ่งก็ได้รับความนิยมจากผู้ขับขี่มากเช่นกัน

ราคาจำหน่าย Ford Focus 2018 มีดังนี้

All-New Ford Focus 4 ประตู
ราคา Ford Focus รุ่น 1.6L Ambiente 6 AT 799,000 บาท
ราคา Ford Focus รุ่น 1.6L Ti-VCT Trend 6 AT 829,000 บาท
ราคา Ford Focus รุ่น 2.0L Ti-VCT GDi Titanium 6 AT 959,000 บาท
ราคา Ford Focus รุ่น 2.0L Ti-VCT GDi Titanium+ 6 AT 1,069,000 บาท

All-New Ford Focus 5 ประตู
ราคา Ford Focus รุ่น 2.0L Ti-VCT GDi Sport Plus 6 AT 1,079,000 บาท
ราคา Ford Focus รุ่น 2.0L Ti-VCT GDi Sport Plus 6 AT (Luxury pack) 1,089,000 บาท
ราคา Ford Focus รุ่น 1.5L EcoBoost Sport AT  1,099,000 บาท

Ford Focus 2018
Ford Focus 2018

3. เปรียบเทียบ Honda Civic 2018 กับ Ford Focus 2018 จากภายนอก

สำหรับการดีไซน์ภายนอกจากรถยนต์ในทั้ง 2 ค่าย ให้ความสปอร์ตได้อย่างไม่แพ้กันมากนัก โดยในส่วนของรายแรก All New Honda Civic 2018 ได้รับการดีไซน์รูปโฉมภายนอกให้โดดเด่นสะดุดตาผู้พบเห็นมากยิ่งขึ้นผ่านเส้นสายบนตัวถังที่ให้ความรู้สึกสปอร์ตล้ำสมัยแต่แฝงไว้ด้วยความพลิ้วไหวนุ่มนวลสร้างจุดเด่นด้วยกันชนหน้า และ กระจังหน้าแนวสปอร์ตแบบ RS ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ทำงานผสานกับไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ผ่านระบบเปิด-ปิดไฟหน้าแบบอัตโนมัติ ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED เพิ่มความสะดวกเมื่อจอดรถด้วยนวัตกรรมปิดไฟหน้าอัตโนมัติเมื่อดับเครื่องยนต์

ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์
ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์

ด้านหลัง All New Honda Civic 2018 ได้รับการติดตั้งไฟท้ายแบบ LED พร้อมไฟเบรกแบบ LED เช่นเดียวกัน เพิ่มความโดดเด่นมากยิ่งขึ้นด้วยท่อไอเสียแบบคู่ มือจับประตูด้านนอกสีโครเมี่ยม สร้างความสปอร์ตด้วยสปอยเลอร์หลังแบบ Wing กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวปรับพับได้ด้วยไฟฟ้า เพิ่มความสะดวกด้วยระบบปัดน้ำฝนแบบปรับตั้งหน่วงเวลาพร้อมระบบปัดน้ำฝนแบบอัตโนมัติ และ ช่วงล่างได้รับการติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว พร้อมยางขนาด 215/50 R17

ไฟท้ายแบบ LED
ไฟท้ายแบบ LED

สำหรับผู้ท้าชิงตำแหน่งรถขายดีอีกราย Ford Focus 2018 ได้รับการออกแบบให้เพิ่มความยาวของฐานล้อมากขึ้น 53 มิลลิเมตร เสริมด้วยการเพิ่มความแข็งแกร่งของโครงสร้างตัวถังอีก 20 เปอร์เซ็นต์ ผสานกับการติดตั้งระบบ Sign-based Light ปรับองศาไฟหน้าตามป้ายจราจรอันเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจากฟอร์ด

ทั้งนี้ Ford Focus 2018 มีการเปิดตัวพร้อมกันทั้งหมด 4 รูปแบบตัวถัง ได้แก่ แฮทช์แบ็ค, ซีดาน, แวกอน, ครอสโอเวอร์ (Focus Active) พร้อมกับการดีไซน์รูปลักษณ์ภายนอกให้ดูแปลกตาไปจากรุ่นเดิมอย่างชัดเจน เช่น การเพิ่มไฟท้ายเข้าไปอีก 2 ชิ้น ในรุ่นแฮทช์แบ็ค รวมถึงการนำกระจกโอเปร่าออกทั้งในรุ่นซีดาน และ แฮทช์แบ็ค

ไฟหน้าแบบ Adaptive Front Lighting System
ไฟหน้าแบบ Adaptive Front Lighting System

นอกจากนี้แล้วภายนอกของ Ford Focus 2018 โฉมใหม่ ยังคงถูกเสริมให้มีความโดดเด่นมากขึ้นด้วยการติดตั้งไฟหน้าแบบ Adaptive Front Lighting System ที่พ่วงมากับระบบ Predictive Curve Light ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมใหม่จากฟอร์ดในการทำงานผ่านกล้องหน้ารถที่ช่วยปรับองศาไฟหน้าก่อนเข้าโค้ง รวมถึงระบบ Sign-based Light ปรับองศาไฟหน้าตามป้ายจราจรได้ครั้งแรกในโลกด้วยส่งผลให้การดีไซน์ภายนอกของ Ford Focus 2018 ดูมีความเหลื่อมล้ำกว่า Honda Civic 2018 อยู่บ้างเล็กน้อย

ไฟท้ายพร้อมแถบ LED
ไฟท้ายพร้อมแถบ LED

4. เปรียบเทียบภายใน Honda Civic 2018 กับ Ford Focus 2018

สำหรับการออกแบบภายใน Honda Civic 2018 ได้รับการตกแต่งภายในอย่างพิถีพิถันโดยใช้วัสดุตกแต่งคอนโซลแบบ Piano Black พร้อมเฉดสีตกแต่งภายในโทนสีดำให้บรรยากาศสบายตามากขึ้นผสานกับเบาะนั่งหุ้มด้วยหนังแท้ โดยเบาะนั่งด้านคนขับสามารถปรับไฟฟ้าได้ 8 ทิศทาง ส่วนเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้าได้ 4 ทิศทาง เพิ่มความโดดเด่นมากยิ่งขึ้นด้วยพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหุ้มหนังแบบดูอัลพิเนี่ยนพร้อมเพาเวอร์ผ่อนแรงแบบไฟฟ้า (DP-EPS) และ ฟังก์ชั่น Swipe ปรับระดับได้ 4 ทิศทาง อีกทั้งยังได้รับการติดตั้งระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ Paddle Shift อีกด้วย

ภายในตกแต่งคอนโซลหน้าแบบ Piano Black
ภายในตกแต่งคอนโซลหน้าแบบ Piano Black

Honda Civic 2018 ให้ความบันเทิงผ่านระบบอินโฟเทนเมนท์บนหน้าจอทัชสกรีนขนาด 7 นิ้ว แบบ Advance Touch รองรับ Apple Carplay รวมถึงระบบสั่งการด้วยเสียง SIRI และ การเชื่อมต่อข้อมูลไร้สายผ่านสัญญาณบลูทูธ ติดตั้งระบบสั่งการเนวิเกเตอร์ ช่องเชื่อมต่อ USB รวมถึงช่องเชื่อมต่อ HDMI อีกทั้งยังให้เสียงกระหึ่มผ่านลำโพงกว่า 8 จุด มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT เพิ่มทัศนะวิสัยที่ดียิ่งขึ้นด้วยกระจกมองหลังแบบปรับลดแสงอัตโนมัติ รวมถึงแป้นเหยียบคันเร่งและเบรกแบบสปอร์ต    

มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT
มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT

ส่วน Ford Focus 2018 ภายในได้รับการออกแบบอย่างหรูหราในระดับเฟิร์สคลาสพร้อมห้องโดยสารที่ถูกปรับให้มีขนาดกว้างขวางมากยิ่งขึ้นติดตั้งออฟชั่นเสริมต่างๆอีกมากมาย เช่น ระบบขับขี่อัตโนมัติแบบ Level 2 พร้อมติดตั้งระบบ Adaptive Cruise Control ที่ช่วยให้สามารถควบคุมความเร็วได้ง่ายมากขึ้น

Ford Focus 2018 ตกแต่งภายในด้วยสีทูโทนดำ-เทา
Ford Focus 2018 ตกแต่งภายในด้วยสีทูโทนดำ-เทา

เสริมให้ทุกการขับขี่อย่างมั่นใจ Ford Focus 2018 ยังได้ถูกติดตั้งระบบ Stop & Go ช่วยเหลือจากการขับขี่ในสภาวะรถติดโดยสามารถขับเคลื่อนรถไปได้อย่างอัตโนมัติ ให้ความบันเทิงผ่านระบบอินโฟเทนเมนท์บนหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว ติดตั้งระบบ SYNC 3 รองรับระบบปฏิบัติการทั้ง Android และ IOS ใน Apple Carplay อีกทั้งยังเพิ่มเสียงกระหึ่มด้วยลำโพงกว่า 10 จุด ผ่านระบบเสียง B&O ให้ความมันส์อย่างเต็มที่ส่งผลให้ฟีเจอร์พื้นฐานภายในฟอร์ด โฟกัส 2018 มีความทัดเทียมกับฮอนด้า ซีวิค 2018 ได้อย่างน่าประทับใจ   

หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว ติดตั้งระบบ SYNC 3
หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้ว ติดตั้งระบบ SYNC 3

5. เปรียบเทียบเครื่องยนต์ Honda Civic 2018 กับ Ford Focus 2018

สำหรับเครื่องยนต์ของรถจากทั้ง 2 ค่ายนับได้ว่ามีความน่าสนใจเป็นอย่างมากเนื่องจากมีการติดตั้งเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตรซึ่งเป็นขนาดเดียวกันจึงเปรียบทั้งคู่เป็นคู่แข่งรายสำคัญในตลาดรถเลยทีเดียว

โดยในรายแรก Honda Civic 2018 มาพร้อมทางเลือกเครื่องยนต์ถึง 2 รูปแบบ ได้แก่ เครื่องยนต์ SOHC 4 สูบ 16 วาวล์ i-VTEC ขนาด 1.8 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 141 แรงม้า ที่ 6,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 174 นิวตัน-เมตร ที่ 4,300 รอบ/นาที เสริมด้วยเครื่องยนต์ DOHC 4 สูบ 16 วาวล์ VTEC Turbo ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 173 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 220 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700-5,500 รอบ/นาที

เครื่องยนต์ DOHC 4 สูบ 16 วาวล์ VTEC Turbo ขนาด 1.5 ลิตร
เครื่องยนต์ DOHC 4 สูบ 16 วาวล์ VTEC Turbo ขนาด 1.5 ลิตร

ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT (Continuously Variable Transmission)  อีกทั้งยังได้รับการติดตั้งระบบ ECON Mode ที่ช่วยลดการใช้พลังงานอย่างสิ้นเปลืองด้วยวิธีการปรับระบบการทำงานของเครื่องยนต์ให้มีความสัมพันธ์กับระบบเกียร์ พร้อมทั้งยังช่วยปรับการทำงานของระบบปรับอากาศรวมถึงการหมุนเวียนอากาศภายในห้องโดยสารให้สมดุลกันเพื่อลดการใช้พลังงานลงไปอีกด้วย

ระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT
ระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT

ส่วนคู่แข่งตัวฉกาจอย่าง Ford Focus 2018 ที่ได้รับการปรับโฉมมาใหม่ได้รับการเพิ่มทางเลือกเครื่องยนต์ถึง 2 รูปแบบ ได้แก่ เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ EcoBoost ขนาด 1.0 ลิตร มีกำลังสูงสุดให้เลือกทั้ง 85, 100 และ 125 แรงม้า ส่วนเครื่องยนต์ EcoBoost ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 150 และ 182 แรงม้า

แป้นปรับระดับเกียร์
แป้นปรับระดับเกียร์

เสริมด้วยขุมพลังดีเซล EcoBlue บล็อกใหม่ล่าสุดขนาด 1.5 ลิตร กำลังสูงสุด 95 และ 120 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 300 นิวตัน-เมตร ทั้งคู่ และบล็อกขนาด 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 370 นิวตัน-เมตร ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดที่มาพร้อมปุ่มเปลี่ยนระดับเกียร์ดีไซน์สุดหรูเช่นเดียวกับรถในระดับ Luxury Class

6. เปรียบเทียบระบบความปลอดภัย Honda Civic 2018 กับ Ford Focus 2018

สำหรับระบบความปลอดภัยที่ติดตั้งมาในรถยนต์จากทั้ง 2 ค่าย สามารถเรียกได้ว่าจัดเต็มในส่วนของรายแรก Honda Civic 2018 ได้รับการติดตั้งระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลนแบบ Honda Lane Watch รวมไปถึงการติดตั้งกล้องมองภาพขณะถอยหลังที่สามารถปรับได้ถึง 3 ระดับถือว่ายอดเยี่ยมเลยทีเดียว

ระบบความปลอดภัยใน Honda Civic 2018 มีดังนี้

  • ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลนแบบ Honda Lane Watch
  • กล้องมองภาพด้านหลังสามารถปรับมุมมองได้ 3 ระดับ
  • ระบบเบรกมือไฟฟ้า และ ระบบ Auto Brake Hold
  • สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะรถเบรกกะทันหันแบบ ESS
  • ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ถุงลมนิรภัยด้านข้างคู่หน้า และ ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง
  • ระบบเตือนการลืมคาดเข็มขัดนิรภัยสำหรับผู้โดยสารด้านหน้า
  • เข็มขัดนิรภัยด้านหน้าแบบ 3 จุด 2 ตำแหน่ง ปรับระดับสูง-ต่ำได้
  • เข็มขัดนิรภัยด้านหลังแบบ 3 จุด 3 ตำแหน่งพร้อมจุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็กแบบ Isofix & Child Anchor
  • ระบบป้องกันล้อล็อก ABS
  • ระบบกระจายแรงเบรก EBD
  • ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้งแบบ VSA
  • ระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชันแบบ HSA  

ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลนแบบ Honda Lane Watch
ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลนแบบ Honda Lane Watch

ทางด้าน Ford Focus 2018 ก็ไม่น้อยหน้าพร้อมให้ความปลอดภัยในทุกเส้นทางด้วยระบบ Stop & Go ที่ช่วยผู้ขับขี่ในการประหยัดพลังงานเมื่อรถติดไฟแดงด้วยการหยุดการทำงานของเครื่องยนต์แต่ระบบปรับอากาศยังคงทำงานอยู่และสามารถเคลื่อนรถต่อไปได้เพียงแตะคันเร่งเพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานต่อ

ปุ่มเปลี่ยนโหมดการขับขี่
ปุ่มเปลี่ยนโหมดการขับขี่

ระบบความปลอดภัยใน Ford Focus 2018 มีดังนี้

  • ระบบป้องกันการชนด้านหน้า
  • ระบบช่วยหักพวงมาลัยหลีกเลี่ยงอุบัติเหตุ 
  • ระบบ Post-Collision Braking
  •  ระบบขับขี่อัตโนมัติ Adaptive Cruise Control
  • ระบบ Stop & Go
  • ระบบอ่านป้ายจำกัดความเร็ว
  • ระบบช่วยประคองเมื่อรถออกนอกเลน

7. สรุป

สำหรับผู้ที่สนใจ Honda Civic 2018 ยนตรกรรมซีดานสุดสปอร์ตจากฮอนด้าที่ได้รับการการันตีในการดีไซน์รูปโฉมภายนอกอย่างเหนือระดับพร้อมนำพาผู้ขับขี่ไปพบประสบการณ์สุดประทับใจ อีกทั้งฮอนด้ายังเสริมด้วยฟีเจอร์พื้นฐานในการอำนวยความสะดวกชนิดจัดเต็มที่ถูกนำเข้ามาติดตั้งในรถรุ่นนี้ผสานกับราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 869,000 บาท เท่านั้น ถือว่าน่าสนใจเลยทีเดียว

ส่วนรถยนต์อเนกประสงค์จากค่ายฟอร์ดที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงอย่างยาวนาน Ford Focus 2018 ยอดรถยนต์ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การขับขี่ในเมืองหรือย่านการจราจรแออัดผ่านการดีไซน์ตัวถังให้มีความปราดเปรียวคล่องตัวพร้อมช่วงล่างที่เรียกได้ว่าดีเยี่ยมในราคาเริ่มต้นเพียง 799,000 บาท นับเป็นราคาจำหน่ายที่ไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม

ดูเพิ่มเติม:

คะแนนรถคันนี้
ความคิดเห็นของผู้อ่าน 0
เรียงลำดับตาม:
ร่วมแสดงความคิดเห็น อีเมลของคุณจะไม่ปรากฏบนเว็บไซต์
กรุณากรอกข้อมูลของคุณ