รีวิว Nissan Navara King Cab Calibre E 6MT เติมเต็มความมันส์ในทุกเส้นทาง

11 ก.ย 2561     โดย มนัส ช่วยบำรุง

รีวิว Nissan Navara King Cab Calibre E 6MT เติมเต็มความมันส์ในทุกเส้นทาง
คะแนนของบรรณาธิการ
คะแนนของผู้ใช้
4
Nissan Navara King Cab Calibre E 6MT เพิ่มความประทับใจให้แก่ผู้ขับขี่ในทุกเส้นทางพร้อมรูปลักษณ์ภายนอกในแบบกระบะ 2 ประตูสุดสปอร์ตที่พกพาความเร้าใจมาอย่างเต็มเหนี่ยว เริ่มต้นเพียง 7.5 แสนบาท มาดูการรีวิว Nissan Navara King Cab Calibre E 6MT อย่างละเอียดที่นี่
  • 1. แนะนำ
  • 2. รีวิวภายนอก Nissan Navara King Cab Calibre E 6MT
  • 3. รีวิวภายใน Nissan Navara King Cab Calibre E 6MT
  • 4. รีวิวเครื่องยนต์ Nissan Navara King Cab Calibre E 6MT
  • 5. รีวิวระบบความปลอดภัย Nissan Navara King Cab Calibre E 6MT
  • 6. สรุป

1. แนะนำ

สร้างความแตกต่างเหนือกระบะทั่วไปกับ Nissan Navara King Cab Calibre E 6MT โฉมใหม่ล่าสุดที่ได้รับการออกแบบภายนอกอย่างพิถีพิถันด้วยเส้นสายที่ให้ความรู้สึกเข้มทรงพลังเพิ่มความประทับใจให้ผู้ขับขี่ในทุกเส้นทางผสานกับการติดตั้งขุมพลังแบบใหม่เครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ขนาด 2.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุดได้มากถึง 163 แรงม้า พร้อมสร้างความมันส์ในทุกเส้นทางด้วยระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด

Nissan Navara King Cab Calibre E 6MT เพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้ขับขี่ด้วยเฉดสีตัวถังที่มีให้เลือกถึง 6 รูปแบบด้วยกัน ได้แก่ สีส้มสะวันนา ออเรนจ์ Savanna Orange , สีแดงเบิร์นนิ่ง เรด Burning Red , สีดำ แบล็ค สตาร์ Black Star , สีขาว ไวท์ โซลิด White Solid , สีขาวมุก White Pearl และ สีเงิน บริลเลียนท์ ซิลเวอร์ Brilliant Silver ผสานกับเฉดสีตกแต่งภายในที่เน้นโทนสีดำเข้มพร้อมกับการออกแบบติดตั้งฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกสุดครบครัน

2. รีวิวภายนอก Nissan Navara King Cab Calibre E 6MT

Nissan Navara King Cab Calibre E 6MT
รีวิวรถกระบะ Nissan Navara King Cab Calibre E 6MT

ภายนอก Nissan Navara King Cab Calibre E 6MT ได้รับการตกแต่งอย่างเหนือระดับ ล้ำสมัยด้วยเส้นสายบนตัวรถที่ได้รับการออกแบบให้ดูสปอร์ตสะดุดตาผู้พบเห็น ผสานกับตัวถังที่ได้รับการดีไซน์ให้มีขนาดที่ใหญ่มากยิ่งขึ้นในร่างกระบะแค็บ 2 ประตู พร้อมมิติตัวถังที่ยาว 5,255 มิลลิเมตร กว้าง 1,850 มิลลิเมตร สูง 1,755 มิลลิเมตร ความสูงใต้ท้องรถ 219 มิลลิเมตร น้ำหนักรถรวม 1,824 กิโลกรัม

กระจังหน้าแบบโครเมี่ยม
กระจังหน้าแบบโครเมี่ยม

ด้านหน้าเพิ่มความโดดเด่นด้วยกระจังหน้าสีโครเมียมสุดสปอร์ต กันชนหน้าสีเดียวกับตัวรถ ให้ความสว่างด้วยไฟหน้าแบบ LED โปรเจคเตอร์ พร้อมไฟหรี่แบบ LED ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่กลางวันแบบ Daytime Running Lights และ ไฟตัดหมอกด้านหน้า กระจกมองข้างขนาดใหญ่ปรับพับได้ด้วยไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยวในตัวแบบ LED มือจับประตูด้านนอกแบบ Grip Type สีโครเมี่ยม

ไฟหน้าแบบ LED
ไฟหน้าแบบ LED

ให้ความสะดวกมากยิ่งขึ้นด้วยบันไดด้านข้างทั้ง 2 ฝั่ง ที่ปัดน้ำฝนด้านหน้าแบบ 2 จังหวะพร้อมระบบหน่วงเวลา เสริมด้วยการติดตั้งบังโคลนในทั้งหน้า-หลัง ส่วนด้านหลัง Nissan Navara King Cab Calibre E 6MT เพิ่มความสปอร์ตมากยิ่งขึ้นด้วยการติดตั้งสปอยเลอร์ทรงสปอร์ตพร้อมกันชนหลังแบบโครเมี่ยม เสริมด้วยการติดตั้งไฟท้ายดีไซน์ใหม่ล่าสุด ไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED ส่วนช่วงล่างได้รับการติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว พร้อมยางขนาด 255/70 R16

ด้านข้าง Nissan Navara King Cab Calibre E 6MT
ด้านข้าง Nissan Navara King Cab Calibre E 6MT

ราคาและตารางผ่อน NISSAN NAVARA BLACK EDITION 2018 ความแก่งเต็มพิกัด ลูกผู้ชายตัวจริง เข้มดุดัน สไตล์สปอร์ต

3. รีวิวภายใน Nissan Navara King Cab Calibre E 6MT

คอนโซลหน้าตกแต่งลายเปียโนแบล็ค
คอนโซลหน้าตกแต่งลายเปียโนแบล็ค

ภายใน Nissan Navara King Cab Calibre E 6MT ได้รับการตกแต่งอย่างพิถีพิถันด้วยการดีไซน์สีภายในห้องโดยสารโทนสีดำเข้มเพิ่มความสปอร์ตแบบจุใจจากแผงควบคุมเครื่องเสียงและเครื่องปรับอากาศตกแต่งด้วยสีดำพร้อมตกแต่งลายเปียโนแบล็ค เพิ่มความสะดวกด้วยคอนโซลกลางแบบมีฝาปิดพร้อมที่วางแก้วน้ำจำนวน 2 จุด เสริมด้วยช่องแอร์ในตอนหลัง พร้อมช่องเก็บของที่แผงประตู เพิ่มความสะดุดตาด้วยเบาะนั่งหุ้มผ้าสีดำ โดยเบาะนั่งฝั่งคนขับสามารถปรับระดับได้ 6 ทิศทาง ส่วนเบาะนั่งฝั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับได้ 4 ทิศทาง ติดตั้งหมอนรองศีรษะในที่นั่งด้านหน้า

รีวิว Nissan March 2018 อีโคคาร์รุ่นบุกเบิก แต่น่าซื้อกับราคาที่เป็นมิตร

คอนโซลกลางแบบมีฝาปิดพร้อมที่วางแก้วน้ำ 2 จุด
คอนโซลกลางแบบมีฝาปิดพร้อมที่วางแก้วน้ำ 2 จุด

Nissan Navara King Cab Calibre E 6MT ให้ความบันเทิงผ่านระบบอินโฟเทนเมนท์บนหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 5 นิ้ว รองรับการเล่นแผ่น CD/MP3 พร้อมช่องเชื่อมต่ออุปกรณ์ USB/AUX รองรับการเชื่อมต่อข้อมูลไร้สายผ่านสัญญาณบลูทูธ ให้เสียงกระหึ่มผ่านลำโพงที่ถูกติดตั้งเอาไว้กว่า 4 จุด พร้อมพวงมาลัยพาวเวอร์ ยูริเทนแบบ  3 ก้าน ตกแต่งด้วยสีเงิน และ ติดตั้งปุ่มควบคุมเครื่องเสียงที่พวงมาลัย เพิ่มความล้ำหน้าผ่านมาตรวัดแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบ 3 มิติ 3D Display รวมถึงนาฬิกาแบบดิจิตอล

ระบบปรับอากาศในด้านหลัง
ระบบปรับอากาศในด้านหลัง

ทั้งนี้ Nissan Navara King Cab Calibre E 6MT ยังได้รับการติดตั้งฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสาร และ ไฟอ่านแผนที่ กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อน ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ Push Start กระจกปรับขึ้น-ลง แบบอัตโนมัติพร้อมระบบป้องกันการหนีบเฉพาะด้านผู้ขับขี่ ระบบเซ็นทรัลล็อค ที่บังแดดพร้อมช่องเก็บแว่นตา และ แผงลวดไล่ฝ้ากระจกหลัง

กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อน
กระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อน

เปรียบเทียบ “ข้ามรุ่น” Nissan Navara 2018 กับ Ford Ranger Raptor 2018 จะซื้อคันไหนดี ?

4. รีวิวเครื่องยนต์ Nissan Navara King Cab Calibre E 6MT

Nissan Navara King Cab Calibre E 6MT พร้อมเติมเต็มทุกขุมพลังความเร็วด้วยเครื่องยนต์ดีเซล YD22DDTI คอมมอนเรล 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว เทอร์โบแปรผัน (VGS) อินเตอร์คูลเลอร์ ขนาด 2.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 403 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ระบบจ่ายเชื้อเพลิงแบบคอมมอนเรลควบคุมด้วย ECCS 32 บิท ความจุถังน้ำมัน 80 ลิตร พร้อมมาตรฐานการปล่อยไอเสียระดับ Euro 4

เครื่องยนต์ดีเซล DOHC 16 วาล์ว เทอร์โบแปรผัน (VGS) อินเตอร์คูลเลอร์ ขนาด 2.5 ลิตร
เครื่องยนต์ดีเซล DOHC 16 วาล์ว เทอร์โบแปรผัน (VGS) อินเตอร์คูลเลอร์ ขนาด 2.5 ลิตร

Nissan Navara King Cab Calibre E 6MT ได้รับการติดตั้งระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบอิสระปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริง และ เหล็กกันโคลง ด้านหลังแหนบซ้อนพร้อมโช๊คอัพ ระบบเบรกด้านหน้าติดตั้งดิสก์เบรกแบบมีครีบระบายความร้อน ส่วนด้านหลังติดตั้งดรัมเบรก

เบรกด้านหน้าแบบมีครีบระบายความร้อน ส่วนด้านหลังแบบดรัมเบรก
เบรกด้านหน้าแบบมีครีบระบายความร้อน ส่วนด้านหลังแบบดรัมเบรก

เสริมด้วยการออกแบบเพิ่มช่วงล่างที่มีความทนทานด้วยแชสซีย์เหล็กกล้าชิ้นเดียวยาวตลอดคัน เพิ่มความปลอดภัย และ ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยมพร้อมผสานเทคโนโลยีภายใต้โครงสร้างเพิ่มระยะต่ำสุดของรถจากพื้นถนน (Ground Clearance) ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถคอนโทรลรถในขณะที่วิ่งเข้าโค้งได้อย่างสมดุลมากยิ่งขึ้น

ระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด
ระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด

5. รีวิวระบบความปลอดภัย Nissan Navara King Cab Calibre E 6MT

Nissan Navara King Cab Calibre E 6MT ได้รับการออกแบบให้สามารถปกป้องผู้ขับขี่ได้ในทุกสภาพเส้นทางผ่านโครงสร้างตัวถังนิรภัย (Body Reinforcement) เพิ่มความปลอดภัยให้เป็นพิเศษป้องกันแรงกระแทกจากรอบด้าน เสริมด้วยระบบถุงลมนิรภัยคู่หน้าแบบ SRS ที่ช่วยเหลือผู้ขับขี่ยามเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนในด้านหน้าถุงลมจะพองตัวอัตโนมัติเพื่อช่วยลดความรุนแรงและอาการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นได้จากการกระแทกกับด้านหน้า เสริมด้วยการติดตั้งระบบกระจายแรงเบรก EBD ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยทำให้ระยะเบรกสั้นลงด้วยการควบคุมกระจายแรงเบรก และ ปรับแรงดันน้ำมันเบรกแบบอิสระทั้ง 4 ล้อ

กุญแจรีโมทอัจฉริยะแบบ Immobilizer
กุญแจรีโมทอัจฉริยะแบบ Immobilizer

คุ้มครองความปลอดภัยให้แก่ผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้นด้วยระบบช่วยเบรกป้องกันล้อล็อคแบบ ABS ที่ช่วยผู้ขับขี่ให้ทำการเบรกได้โดยล้อไม่ล็อคและลื่นไถลในขณะทำการเบรกกะทันหัน อีกทั้งยังช่วยให้ควบคุมทิศทางและหักหลบสิ่งกีดขวางได้สะดวกยิ่งขึ้น รวมถึงระบบเสริมแรงเบรกแบบ BA ที่ช่วยให้รถหยุดนิ่งได้อย่างง่ายดาย เสริมด้วยการติดตั้งกระจกบังลมด้านหน้าแบบอัดซ้อนนิรภัย เข็มขัดนิรภัยเบาะนั่งด้านหน้าปรับระดับได้แบบ ELR 3 จุด 2 ตำแหน่ง พร้อมระบบดึงรั้งกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ

ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ Push Start
ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ Push Start

อีกทั้งยังได้รับการติดตั้งฟีเจอร์ด้านความปลอดภัยเข้ามาเสริมอีกมากมาย อาทิ กุญแจรีโมทอัจฉริยะแบบ Immobilizer พร้อมสัญญาณกันขโมย ให้ทัศนวิสัยในการถอยหลังได้ดียิ่งขึ้นผ่านกล้องมองภาพขณะถอยหลัง นอกจากนี้แล้วยังได้รับการติดตั้งคานกันกระแทกด้านข้างตัวรถ พวงมาลัยแบบยุบตัวได้เมื่อเกิดการชนด้านหน้า และ ระบบตัดวาล์วน้ำมันเชื้อเพลิงแบบอัตโนมัติในกรณีที่รถพลิกคว่ำ

ระบบช่วยเบรกป้องกันล้อล็อคแบบ ABS
ระบบช่วยเบรกป้องกันล้อล็อคแบบ ABS

6. สรุป

สำหรับผู้ที่สนใจกระบะสไตล์สปอร์ต Nissan Navara King Cab Calibre E 6MT ที่ได้รับการปรับโฉมรูปลักษณ์ภายนอกให้เข้ม ดุดัน แต่แฝงไว้ด้วยความทันสมัยที่น่าประทับใจพร้อมการออกแบบภายในที่สร้างความผ่อนคลายในทุกเส้นทางการขับขี่ผ่านเบาะนั่งด้านผู้ขับขี่ที่สามารถปรับได้ถึง 6 ทิศทาง เสริมด้วยระบบไล่ฝ้ากระจกหลัง และ กล้องมองภาพขณะถอยหลังที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มองทัศนวิสัยเมื่อถอยจอดได้อย่างชัดเจน อีกทั้งยังได้รับการติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว ขนาด 2.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า ถือว่ายอดเยี่ยมเลยทีเดียวในราคาเริ่มต้นเพียง 755,000 บาท นับเป็นกระบะอีกหนึ่งรุ่นที่น่าจับตามองในปี 2018 นี้

ดูเพิ่มเติม:

คะแนนรถคันนี้
ความคิดเห็นของผู้อ่าน 0
เรียงลำดับตาม:
ร่วมแสดงความคิดเห็น อีเมลของคุณจะไม่ปรากฏบนเว็บไซต์
กรุณากรอกข้อมูลของคุณ