รีวิว Nissan Navara Black Edition “สี่ประตูลุคดุ” นอกสายตาที่อยากให้คุณลองสัมผัส

6 ส.ค 2561     โดย Pranut

รีวิว Nissan Navara Black Edition “สี่ประตูลุคดุ” นอกสายตาที่อยากให้คุณลองสัมผัส
คะแนนของบรรณาธิการ
คะแนนของผู้ใช้
4
รีวิว Nissan Navara Black Edition กระบะในแบบสี่ประตูที่ตกแต่งมาให้พร้อมออกจากโรงงาน อะไรบ้างที่น่าใจในรถรุ่นนี้ และข้อด้อยมีอะไรบ้างที่คุณต้องรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ Khaorot เราจะพาคุณไปดูรายละเอียดพร้อมๆ กัน...
  • 1. แนะนำ Nissan Navara Black Edition
  • 2. รีวิวภายนอก Nissan Navara Black Edition
  • 3. รีวิวภายใน Nissan Navara Black Edition
  • 4. รีวิวเครื่องยนต์ Nissan Navara Black Edition
  • 5. รีวิวความปลอดภัย Nissan Navara Black Edition
  • 6. สรุป

1. แนะนำ Nissan Navara Black Edition

ว่าไปแล้วในตลาดรถกระบะเมืองไทย ประเภทที่ได้รับความนิยมมาที่สุดตอนนี้คงหนีไม่พ้นในแบบ “สี่ประตู”  ที่ช่วยตอบโจทย์การใช้งานให้แก่ผู้ใช้รถได้มากกว่า ไม่ว่าเงื่อนในความต้องการของผู้ใช้รถจะเป็นอย่างไร กระบะประเภทสี่ประตูคือทางเลือกที่ครอบคลุมทุกคำตอบเงื่อนไขมากที่สุด  และกับรุ่นพิเศษในเวอร์ชั่นสี่ประตูของ Nissan Navara กับ Nissan Navara Black Edition คันนี้ ที่ไม่ใช่รุ่นยอดนิยมอยู่ในระดับหัวแถวของตลาดเมื่อเทียบกับค่ายอื่น แต่ก็มีหลายอย่างน่าสนใจที่ไม่อาจมองข้ามได้ สำหรับใครที่กำลังมองหากระบะสี่ประตูเวอร์ชั่นแต่งเสร็จจากโรงงานสักคัน  และนี่คือรีวิวของ Nissan Navara “Black Edition” กระบะเวอร์ชั่นแต่งดุจาก Navara 


Nissan Navara Black Edition เวอร์ชั่นแต่งเสร็จจากโรงงาน ที่มากับความดุดันมากกว่าที่เคยเป็น

Nissan ได้เปิดตัวเวอร์ชั่นแต่งของกระบะตัวเอกในค่ายอย่าง Navara ที่มากับชื่อพ่วงท้ายว่า Black Edition เมื่อช่วงปีต้นปี 2017 เพื่อเพิ่มความตื่นตาเร้าใจและทางเลือกที่มากขึ้น ภายใต้แนวคิดที่ว่า “Innovation That Excite” หวังเอาใจผู้ที่กำลังมองหากระบะที่ความพิเศษ “มากกว่า” ต่างจากเวอร์ชั่นวิ่งบนถนนทั่วไป และ Nissan ก็ทำออกมาได้อย่างน่าสนใจในชื่อ Nissan Navara Black Edition 


Nissan Navara Black Edition ทำออกมาเพื่อเพิ่มทางเลือกสำหรับคนที่ชอบความโดดเด่น และแตกต่างจาก Navara เวอร์ชั่นทั่วไป

กับความพิเศษที่ชัดเจนเมื่อแรกมองใน Navara เวอร์ชั่น Black Edition ที่ว่าไปแล้วน่าจะเหมาะกับการที่จะมาเป็นคู่ต่อกรกับกระบะเวอร์ชั่นแต่งจากค่ายอื่นได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็น Toyota Rocco, Isuzu V-Cross, Mitsubishi Triton Athlete หรือ Ford Wildtrak จากการปรับแต่งที่ดุดันเอาเรื่องและพิเศษกว่าเวอร์ชั่นรุ่นธรรมดาเป็นอย่างมาก แต่น่าเสียดายที่ Nissan ไม่ทำรุ่นย่อยที่เป็นแบบขับเคลื่อนสี่ล้อออกมา 

โดยในรุ่นขับสี่จะไปอยู่ในอีกรุ่นที่มีชื่อว่า Nissan Navara SportTECH ซึ่งเมื่อดูเปรียบเทียบกับตัว Black Edition แล้ว พูดได้เลยว่า Navara Black Edition ดูดุดันมากกว่าเยอะ!  เราไปดูราคาในแต่ละรุ่นของ Nissan Navara Black Edition กันดีกว่ามีเท่าไรกันบ้าง

ราคา Nissan Navara Black Edition
รุ่น King Cab(สองประตู) Calibre E 6MT ราคา 801,500 บาท
รุ่น Double Cab(สี่ประตู) Calibre E6 MT 876,500 บาท
รุ่น Double Cab(สี่ประตู) Calibre EL 7AT 935,500 บาท

เปรียบเทียบ Mitsubishi Triton Athlete 2018 กับ Ford Ranger Raptor

2. รีวิวภายนอก Nissan Navara Black Edition

ความพิเศษที่ภายนอกของ Navara Black Edition โดยเฉพาะในรุ่นสี่ประตู Double Cab จัดเต็มมาให้ทุกความโหด ที่นอกจากชูความโดดเด่นด้วยการใช้สีแดงเป็นตัวโปรโมทรุ่น จะมาพร้อมลายสติกเกอร์กราฟฟิกสุดเท่สีดำคาดที่ตัวรถแล้ว ยังมีอีกหลายจุดที่ตกแต่งเพิ่มด้วยโทนสีดำให้เข้ากับคอนเซ็ปต์ชื่อรุ่น เริ่มตั้งแต่กระจังหน้าถูกเปลี่ยนเป็นสีดำทั้งหมด โคมไฟหน้าแบบ LED โปรเจคเตอร์(สีดำ) พร้อมไฟวิ่งกลางวัน Daytime กรอบไฟตัดหมอก มือจับประตูและกระจกมองข้างตกแต่งด้วยสีดำ เช่นเดียวบันไดข้างและกันชนหลัง เพิ่มความดุดันกับโป่งซุ้มล้อทั้งสีข้างซึ่งใช้เป็นสีดำด้าน เพื่อตัดกับสีของล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วสีดำเงา ลงตัวเข้ากันเป็นอย่างดี เติมเต็มความสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นรุ่นธรรมดาของ Navara ให้ไม่ได้ 

มิติตัวรถ : Navara Black Edition

  • ยาว (mm) : 5255
  • กว้าง (mm) : 1850
  • สูง (mm) : 1785
  • ระยะฐานล้อ (mm) : 3150
  • ความสูงจากพื้นรถ (mm) : 218

ภายนอก Navara

ภายนอก Navara

ภายนอก Navara
ภายนอกดูดุดันขึ้น ด้วยโทนการตกแต่งที่ดึงสีดำเข้ามาช่วยและโป่งข้างขนาดใหญ่

3. รีวิวภายใน Nissan Navara Black Edition

ถ้าเทียบอนุกรมความแตกต่างของ Navara รุ่นปกติกับ Black Edition อาจไม่เห็นความแตกต่างในเรื่องของภายใน เพราะในรุ่นตกแต่งพิเศษนี้ใส่ความพิเศษมาไว้แค่ที่ภายนอกเท่านั้น แค่ในเวอร์ชั่น Black Edition นี้จะให้ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control มาครบทุกรุ่นย่อยทุกราคา ส่วนภายในยังคงไว้ซึ่งอุปกรณ์และการตกแต่งเนื้อดีที่มีอยู่เดิมของ Navara  พวงมาลัยวัสดุยูรีเทนเป็นแบบมัลติฟังก์ชั่น แผงแดชบอร์ดและภายในตกแต่งด้วยโทนสีดำเป็นหลักสลับการด้วยวัสดุที่เป็นสี Piano Black และเงินเมทัลลิก เบาะหุ้มด้วยผ้าสีดำปรับได้ 6 ทิศทางสำหรับฝั่งคนขับ และคนนั่งปรับได้ 4 ทิศทาง หน้าปัดมาตรวัดแสดงข้อมูลการขับขี่ให้มาเป็นแบบ 3D Display ระบบ Infotainment จะมาพร้อมกับหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับทุกความบันเทิงทั้ง DVD, MP3, USB, HDMI พร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง  น่าเสียดายที่รุ่นพิเศษ Black Edition นี้ไม่ได้ให้แอร์แบบอัตโนมัติแยกซ้ายขวามา ยังเป็นแค่แบบปุ่มกดธรรมดา แต่ยังดีที่ให้ช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารเบาะหลังมาด้วย เย็นสบายกันทุกตำแหน่งการนั่ง หมดปัญหาแอร์เย็นไม่ถึงสำหรับรุ่นสี่ประตูห้องโดยสารกว้าง ๆ 

ภายใน Navara

ภายใน Navara
ภายในไม่แตกต่างจาก Navara ทั่วไปกับอุปกรณ์การใช้งานพื้นฐานครบครัน

ภายใน Navara
แอร์สำหรับเบาะนั่งตอนหลังมีมาให้ด้วย หมดปัญหาแอร์ไม่เย็นได้เลย

เปรียบเทียบข้อดีและข้อเสียระหว่าง Mitsubishi Triton กับ Nissan Navara

4. รีวิวเครื่องยนต์ Nissan Navara Black Edition

ใน Navara นั้นเครื่องยนต์จะแบ่งออกเป็นดีเซลสองเกรดภายใต้รหัสเดียวกัน YD25DDTi ที่เกรดสูงกว่าจะได้แรงม้าอยู่ที่ 190 แรงม้ากับแรงบิด 450 Nm และอีกเกรดที่อยู่ใน Navara Black Edition จะใช้เป็นเครื่องยนต์ 2.5L คอมมอนเรล 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว VGS เทอร์โบแปรผันทำงานร่วมกับอินเตอร์คูลเลอร์ รีดแรงม้าสูงสุดได้มาอยู่ที่ 163 แรงม้าและแรงบิดอยู่ที่ 403 Nm พร้อมมาตรฐานไอเดีย Euro4 ส่งกำลังขับเคลื่อนล้อหลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 7 Speed พร้อม Manuel Mode (และยังมีรุ่นเกียร์ธรรมดา 6 ให้เลือก) 


เครื่องยนต์สำหรับ Navara Black Edition ไม่ใช่ตัวเครื่องยนต์แรงที่สุดของ Navara

รายละเอียดด้านสมรรถนะของ Nissan Navara Black Edition(รุ่นสี่ประตู Double Cab)

  • น้ำหนักตัวรถ (กิโลกรัม) : 1880
  • ความเร็ว 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (วินาที):  N/A
  • ความเร็วสูงสุด (กิโลเมตรต่อชั่วโมง) :  N/A
  • อัตราการสิ้นเปลืองในสภาวะรวมใน Eco Sticker (กิโลเมตรต่อลิตร) : 13.2 

5. รีวิวความปลอดภัย Nissan Navara Black Edition

โครงสร้างนิรภัย Zone Body ช่วยปกป้องผู้โดยสารเมื่อเกิดอุบัติเหตุ น่าเสียดายที่ Nissan ให้ถุงลมกับ Navara Black Edition มาแค่สองคู่หน้าเท่านั้น แม้จะเป็นรุ่นย่อยสูงสุดที่ราคา Calibre EL 7AT 935,500 บาทก็ตาม เพราะในสเปคสูงสุด Navara ให้มาทั้งม่านถุงลม และถุงลมบริเวณเข่าคนขับมาแล้ว  ในเรื่องการขับขี่มั่นใจได้มากกว่าเมื่อให้มาพร้อมกับระบบเบรก ABS พร้อม EBD และ BA พร้อมระบบตัดวาล์วน้ำมันอัตโนมัติเมื่อรถพลิกคว่ำ กุญแจที่ให้มาเป็นกุญแจอัจฉริยะ Immobilizer ให้มาพร้อมสัญญาณกันขโมย  กล้องมองหลังเพื่อการขับขี่ที่ที่ปลอดภัยและง่ายกว่า 

Navara Black Edition แม้ตัวท็อปสุดของรุ่นนี้ ยังให้มาแค่ถุงลมคู่หน้าเท่านั้น

6. สรุป

Navara Black Edition ทำได้ดีที่ภายนอก ลุคดุดัน สะดุดตาที่สุดเมื่อวิ่งอยู่บนท้องถนนแบบไม่น้อยหน้าคู่แข่งหลายๆ รุ่นที่เป็นเวอร์ชั่นแต่งมาจากโรงงานเหมือนกัน  การใช้โทนสีดำทั้งเงาด้านคือตัวช่วยสำคัญที่ทำให้ Navara โฉมนี้ดูดีลงตัวขึ้นสมกับความเป็นกระบะยุคนี้  สำคัญที่สุดคือ “โป่งข้าง” ทั้งสี่ล้อที่ทำให้มิติตัวรถดูใหญ่กว้างกว่าเดิม เติมอารมณ์ความเป็น Off-Road ได้อย่างเต็มขั้น ทำให้ Navara เดิมๆ ที่ดูน่าเบื่ออยู่เดิมเปลี่ยนเป็นอีกรุ่นจนแทบจำไม่ได้ 


จัดมาเต็ม เด่นสุดแต่ภายนอก แต่อุปกรณ์ในการใช้งานเด่นๆ Nissan ยังกั๊กไว้ให้รุ่นที่ราคาสูงกว่า

แต่ก็มีจุดที่น่าเสียซึ่งดูเหมือน Nissan ยังดูสับสนในความต้องการของลูกค้า ไม่เข้าใจความต้องการที่แท้จริงสักเท่าไร เมื่อในเวอร์ชั่น Black Edition ภายนอกเต็มสูบอารมณ์กับความเป็นรถสไตล์ลุยแล้ว แต่กลับไม่มีรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อมาให้เลือก รวมถึงเรื่องเครื่องยนต์ที่ยังใส่บล็อกที่สเปคแรงม้าแค่เริ่มต้นที่ 163 แรงม้ามาให้ ทั้งที่ลุคดุดันแบบนี้น่าจะได้เครื่องยนต์ตัวแรงม้า 190 ตัวมาให้เลย  ส่วนเรื่องอุปกรณ์ก็เช่นกัน ทั้งในเรื่องการใช้งานและความปลอดภัยก็เป็นอีกส่วนที่ทำได้น่าผิดหวัง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของจำนวนถุงลม ระบบช่วยในการขับขี่ทั้งระบบควบคุมการทรงตัว, ระบบป้องกันล้อหมุน หรือกล้องมองรอบคันที่จะเอื้อเพื่อให้ปลอดภัยในการขับขี่มากยิ่งขึ้นทาง Nissan กลับไปประเคนไว้ให้แต่กับรุ่นท็อปขับสี่ SportTECH ซะหมดแล้ว  เหมือนกับว่าความเป็นรุ่นพิเศษของ Navara Black Edition นี้ให้มาเพียงอารมณ์ที่เต็มขั้นแต่ภายนอกเท่านั้นจริง ๆ  

กับกระบะม้านอกสายตารุ่นนี้ Navara Black Edition ลุคดูหล่อลงตัวครบแต่กลับมาตกม้าตายในเรื่องอุปกรณ์การใช้งาน  ถ้าโดนใจจริง ๆ ก็เลือกได้สำหรับรุ่นนี้ที่แม้อุปกรณ์หลายอย่างจะดูด้อยไม่ค่อย “สุด” สักเท่าไร ก็ยังพอไหวในการใช้งานพื้นฐานที่ยังถือว่าให้มาครบมาตรฐานของรถยุคนี้อยู่  แล้วสำหรับคุณละ Navara Black Edition คันนี้โดนใจคุณตรงไหนบ้าง บอกกับเรา Khaorot สักหน่อยที่คอมเม้นท์ด้านล่างนี้ได้เลย

ดูเพิ่มเติม:
บอกเล่าประสบการณ์ใช้รถกระบะ Ford Ranger Raptor จากผู้ใช้งานจริง
รีวิวรถกระบะ Chevrolet Colorado High Country 2018 คุ้มค่า ทุกจังหวะชีวิต

คะแนนรถคันนี้
ความคิดเห็นของผู้อ่าน 0
เรียงลำดับตาม:
ร่วมแสดงความคิดเห็น อีเมลของคุณจะไม่ปรากฏบนเว็บไซต์
กรุณากรอกข้อมูลของคุณ