รีวิว BMW i8 Roadster 2018 สปอร์ตคาร์โดนใจทุกองศา

23 พ.ย 2561     โดย มนัส ช่วยบำรุง

รีวิว BMW i8 Roadster 2018 สปอร์ตคาร์โดนใจทุกองศา
คะแนนของบรรณาธิการ
คะแนนของผู้ใช้
5
รีวิว BMW i8 Roadster 2018 รถสปอร์ตคาร์สุดโฉบเฉี่ยวที่ได้รับการเพิ่มขุมพลังไฮบริดขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าเพื่อความประหยัดในทุกทริปการเดินทาง เริ่มต้นเพียง 12.9 ล้าน เท่านั้น
  • 1. แนะนำ
  • 2. รีวิวภายนอก BMW i8 Roadster 2018
  • 3. รีวิวภายใน BMW i8 Roadster 2018
  • 4. รีวิวเครื่องยนต์ BMW i8 Roadster 2018
  • 5. รีวิวระบบความปลอดภัย BMW i8 Roadster 2018
  • 6. สรุป

1. แนะนำ

BMW i8 Roadster 2018 ยนตรกรรมสปอร์ตคาร์สุดล้ำที่เพิ่มความโดนใจให้กับนักขับด้วยหลังคาเปิดประทุนที่สามารถเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า โดยถูกออกแบบให้เปิดและปิดหลังคาได้ภายใน 15 วินาที เท่านั้น เสริมด้วยกระจังหน้าทรงไตคู่อันเป็นเอกลักษณ์ของ BMW ตกแต่งด้วยขอบโครเมี่ยมพร้อมสะกดทุกสายตาผสานกับการออกแบบเส้นสายบนตัวรถที่ให้ความรู้สึกทันสมัยแฝงไว้ด้วยความคล่องตัวได้อย่างเด่นชัด

เสริมด้วยระบบกุญแจรีโมท BMW Display Key พร้อมหน้าจอแดชบอร์ดแบบ BMW Head-up Display ที่แสดงผลการตั้งค่าต่างๆได้อย่างดีเยี่ยม เสริมด้วยฟังก์ชั่นสุดล้ำอีกมากมายทั้งระบบไฟหน้าแบบ BMW Laserlight ระบบสร้างเสียงจำลองเพื่อให้คนเดินถนนได้ยิน ระบบช่วยเหลือในการขับขี่ Driving Assistant ส่วนขุมพลังของสปอร์ตคาร์รุ่นนี้ได้รับการติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ BMW TwinPower Turbo ให้กำลังสูงสุด 231 แรงม้า และ มอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุดมากถึง 143 แรงม้า เคาะราคาเริ่มต้นที่ 12,999,000 บาท   

2. รีวิวภายนอก BMW i8 Roadster 2018

BMW i8 Roadster 2018
รีวิวรถยนต์ BMW i8 Roadster 2018

BMW i8 Roadster 2018 สปอร์ตซีดานสุดเท่เพิ่มความโดดเด่นด้วยกระจังหน้าทรงไตคู่ที่ถือเป็นเอกลักษณ์ของ BMW ผสานเข้ากับไฟหน้าแบบ LED ที่ได้รับการติดตั้งฟังก์ชั่น Air Curtain เสริมด้วยกระโปรงหน้าที่ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษคาดด้วยแถบสีดำรูปทรงตัว V ยาวไปจรดเข้ากับด้านท้ายรถ โดยรถรุ่นนี้ได้รับการดีไซน์ให้ลดแรงต้านเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูงตรงตามหลักอากาศพลศาสตร์ และกระจกหน้าได้รับการผลิตจากวัสดุคาร์บอนน้ำหนักเบา

ไฟหน้าแบบ LED (BMW Laserlight)
ไฟหน้าแบบ LED (BMW Laserlight)

ส่วนหลังคาที่นำมาเชื่อมต่อกับตัวรถนั้นถูกผลิตขึ้นด้วยชิ้นส่วนหลักจากอะลูมิเนียมโดยใช้เทคนิคการขึ้นรูปแบบ 3 มิติ ส่งผลให้ตัวโครงสร้างมีการยึดเกาะกันได้อย่างแข็งแกร่งอีกทั้งยังมีน้ำหนักที่เบาทำให้มีความแตกต่างจากรถเปิดประทุนโดยทั่วไป ทั้งนี้หลังคาของ BMW i8 Roadster 2018 สามารถที่จะเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้าภายใน 15 วินาที ที่ความเร็วสูงสุดไม่เกิน 50 กม./ชม. โดยหลังคาจะถูกเก็บเอาไว้ในลักษณะตั้งฉากกินพื้นที่ประมาณ 100 ลิตร แต่ยังคงเหลือพื้นที่จัดเก็บสัมภาระด้านหลังเพิ่มขึ้นอีก 80 ลิตร นับเป็นอุปกรณ์ตกแต่งที่บี เอ็ม ดับเบิลยูคำนึงถึงรูปแบบการใช้งานอย่างแท้จริง

ด้านข้าง BMW i8 Roadster 2018
ด้านข้าง BMW i8 Roadster 2018

นอกจากนี้แล้ว BMW i8 Roadster 2018 ยังได้รับการติดตั้งสัญลักษณ์ Roadster บริเวณท้ายรถและเสา C-pillar พร้อมทั้งระบบปัดน้ำฝนทำงานอัตโนมัติ กระจกมองข้างตัดแสงอัตโนมัติ ส่วนช่วงล่างได้รับการติดตั้งล้ออัลลอย BMW I ขนาด 20 นิ้ว ลาย W-spoke พร้อมยางล้อหน้าขนาด 215/45 R20 ล้อหลัง 245/40 R20 โดยมีมิติตัวรถกว้าง 1,982 มม. ยาว 4,689 มม. สูง 1,297 มม. น้ำหนักรถโดยรวม 1,670 กิโลกรัม ระยะฐานล้อ 2,800 มิลลิเมตร และ ระยะต่ำสุดถึงพื้น Ground Clearance 117 มม.

BMW i8 Roadster 2018 มาพร้อมไฟท้ายรูปทรงใหม่ล่าสุด
BMW i8 Roadster 2018 มาพร้อมไฟท้ายรูปทรงใหม่ล่าสุด

3. รีวิวภายใน BMW i8 Roadster 2018

BMW i8 Roadster 2018 ได้รับการตกแต่งภายในอย่างประณีตในสไตล์รถสปอร์ตคาร์ด้วยโทนสีดำและวัสดุ Dry Carbon คอนโซลหน้าบุด้วยหนังสีดำพร้อมเย็บเก็บตะเข็บด้วยด้ายสีขาวคาดด้วยแถบสีส้ม แผงประตูทั้งสองข้างตกแต่งด้วยวัสดุสีเทา-ดำคาดด้วยแถบสีส้ม บริเวณคอนโซลกลางติดตั้งที่วางแก้วน้ำผสานเข้ากับการตกแต่งด้วยวัสดุ Carbon Kevlar เพิ่มความสปอร์ตเร้าใจได้อย่างดีเยี่ยม ส่วนเบาะนั่งเป็นแบบหนังแท้จาก Spheric พร้อมรูระบายอากาศ แผงแอร์ด้านหน้าได้รับการตกแต่งด้วยวัสดุสีเงินโครเมี่ยมติดตั้งระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 2 โซน

BMW X1 2018 Diesel ดีไหม?

BMW i8 Roadster 2018 ตกแต่งภายในด้วยโทนสีดำและวัสดุ Dry Carbon
BMW i8 Roadster 2018 ตกแต่งภายในด้วยโทนสีดำและวัสดุ Dry Carbon

BMW i8 Roadster 2018 ได้รับการติดตั้งเทคโนโลยี BMW ConnectedDrive ให้ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมต่อกับรถได้อย่างไร้ขีดจำกัด หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบ BMW Head-up Display กระจกมองหลังสามารถปรับแสงได้อย่างอัตโนมัติ อีกทั้งยังติดตั้งชุดไฟส่องสว่างภายในและภายนอกห้องโดยสาร หัวเกียร์และปุ่มปรับโหมดการขับขี่ตกแต่งด้วยวัสดุสีเงินโครเมี่ยม เพิ่มความโดดเด่นมากยิ่งขึ้นด้วยพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบ 3 ก้าน ตกแต่งด้วยแถบสีเงินติดตั้งสัญลักษณ์ BMW พร้อมปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ 

พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบ 3 ก้าน
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบ 3 ก้าน

เพิ่มความประทับใจในทุกทริปการเดินทางด้วยระบบอินโฟเทนเมนท์บนหน้าจอขนาดใหญ่รองรับการใช้งาน Apple Carplay  ให้เสียงกระหึ่มด้วยลำโพงจาก Harman Kardon ติดตั้งระบบวิทยุพร้อมแผนที่นำทางรุ่น Professional ระบบแสดงข้อมูลการจราจรแบบเรียลไทม์ RTTI ผสานการทำงานร่วมกับฟังก์ชั่นบริการติดต่อผู้ช่วยส่วนตัว ระบบเชื่อมต่อข้อมูลไร้สายผ่านสัญญาณบลูทูธพร้อมช่องเสียบ USB และ แท่นสำหรับอุปกรณ์เสริมรวมถึงระบบ Remote Services

จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบ BMW Head-up Display
จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบ BMW Head-up Display

นอกจากนี้แล้ว BMW i8 Roadster 2018 ยังได้รับการติดตั้งฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ระบบช่วยเหลือในการขับขี่ Driving Assistant ระบบควบคุมความเร็วคงที่พร้อมฟังก์ชั่นช่วยลดความเร็ว (Cruise Control With Braking Function) พร้อมด้วยกุญแจรีโมทระบบสัมผัส BMW Display Key ระบบปลดล็อกประตูอัจฉริยะ รวมถึงระบบสร้างเสียงจำลองเพื่อให้ผู้ใช้ทางเท้าได้ยิน 

หัวเกียร์ตกแต่งด้วยวัสดุสีเงินโครเมี่ยม
หัวเกียร์ตกแต่งด้วยวัสดุสีเงินโครเมี่ยม

4. รีวิวเครื่องยนต์ BMW i8 Roadster 2018

BMW i8 Roadster 2018 เติมเต็มทุกอัตราการเร่งผ่านขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ TwinPower Turbo Plug-In Hybrid ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 231 แรงม้า ที่ 5,800-6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 320 นิวตัน-เมตร ที่ 3,700 รอบ/นาที จับคู่การทำงานร่วมกับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาดความจุ 34 แอมป์ ช่วยเพิ่มความจุแบตเตอรี่มากขึ้นถึง 11.6 กิโลวัตต์/ชั่วโมง และ ผสานการทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Synchronous electric motor จำนวน 2 ตัว ให้กำลังสูงสุด 143 แรงม้า ที่ 4,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 250 นิวตัน-เมตร ที่ 0-2,500 รอบ/นาที

BMW i8 Roadster 2018 ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ TwinPower Turbo Plug-In Hybrid
BMW i8 Roadster 2018 ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ TwinPower Turbo Plug-In Hybrid

เมื่อประสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าแล้วจะให้กำลังสูงสุดได้มากถึง 374 แรงม้า ที่ 5,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 570 นิวตัน-เมตร ที่ 3,700 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ Steptronic 6 สปีด พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยที่เครื่องยนต์จะทำการส่งกำลังไปยังล้อคู่หลัง ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้าจะส่งกำลังไปยังล้อคู่หน้าสามารถสร้างอัตราการเร่งในระยะความเร็ว 0-100 กิโลเมตร ได้ภายใน 4.6 วินาที เท่านั้น

ช่องเสียบชาร์จไฟ
ช่องเสียบชาร์จไฟ

โดยมีอัตราความเร็วสูงสุด 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง เมื่อต้องขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวสามารถสร้างความเร็วสูงสุดได้มากถึง 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง หากผู้ขับขี่เลือกใช้โหมด eDrive จะสร้างอัตราความเร็วสูงสุดได้มากถึง 105 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งการขับขี่ด้วยโหมดดังกล่าวจะไม่มีการปล่อยไอเสียออกมามีระยะทางสูงสุดมากถึง 53 กิโลเมตร หรือ เมื่อเลือกขับขี่ด้วยเครื่องยนต์จะมีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงเฉลี่ยอยู่ที่ 47.6 กิโลเมตร/ลิตร โดยมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 51 กรัม/ลิตร

พร้อมทางเลือกการชาร์จไฟที่มีให้ถึง 2 รูปแบบ ได้แก่ การชาร์จไฟผ่าน BMW i Wallbox ซึ่งผู้ขับขี่สามารถชาร์จไฟจาก 0-80 เปอร์เซ็นต์ได้ภายใน 2 ชั่วโมง หลังจากนั้นระบบจะทำการปรับให้มีการชาร์จไฟที่ช้าลงจนเต็มภายใน 3 ชั่วโมง และ การชาร์จด้วยไฟบ้านซึ่งสามารถทำการชาร์จจาก 0-80 เปอร์เซ็นต์ได้ภายใน 2.5 ชั่วโมง เมื่อครบแล้วระบบจะปรับให้ชาร์จได้ช้าลงจนเต็มภายใน 4 ชั่วโมง

BMW i8 Roadster ชาร์จไฟผ่าน BMW i Wallbox ได้ 80 เปอร์เซ็นต์ ภายใน 2 ชั่วโมง
BMW i8 Roadster ชาร์จไฟผ่าน BMW i Wallbox ได้ 80 เปอร์เซ็นต์ ภายใน 2 ชั่วโมง

5. รีวิวระบบความปลอดภัย BMW i8 Roadster 2018

BMW i8 Roadster 2018 เพิ่มการปกป้องผู้โดยสารในทุกสภาพเส้นทางด้วยระบบช่วยเหลือในการขับขี่แบบ Driving Assistant อันเป็นเอกสิทธิ์ของบี เอ็ม ดับเบิลยู ซึ่งประกอบไปด้วยระบบเตือนรถออกนอกช่องทางจราจร Lane Departure Warning ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติตรวจจับรถและคนเดินถนนที่ความเร็วต่ำ City Braking Function ระบบช่วยเบรกอัตโนมัติขณะถอยจอด Rear Collision Prevention และ ระบบเตือนเมื่อรถตัดผ่านขณะถอยหลัง Crossing-Traffic Warning Rear

กุญแจรีโมทระบบสัมผัสแบบ BMW Display Key
กุญแจรีโมทระบบสัมผัสแบบ BMW Display Key

เสริมด้วยการติดตั้งฟังก์ชั่นสร้างเสียงจำลองเพื่อให้คนเดินถนนได้ยิน ระบบ Teleservices พร้อมปุ่มโทรฉุกเฉิน Intelligent Emergency Call  กุญแจรีโมทระบบสัมผัสแบบ BMW Display Key ระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่แบบ DSC ระบบควบคุมการยึดเกาะถนนแบบ DTC ระบบเบรกป้องกันล้อล็อกแบบ ABS ผสานการทำงานร่วมกับระบบช่วยเสริมแรงเบรกแบบอัตโนมัติ Brake Assist และ ระบบควบคุมการกระจายแรงเบรกในขณะเข้าโค้งแบบ CBC

ระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่แบบ DSC
ระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่แบบ DSC

นอกจากนี้แล้ว BMW i8 Roadster 2018 ยังได้รับการติดตั้งฟีเจอร์พื้นฐานด้านความปลอดภัยอีกมากมาย เช่น ชุดปะยางฉุกเฉิน ระบบเซ็นเซอร์ควบคุมการจอดด้านหน้าและหลัง ระบบเบรกมือไฟฟ้าพร้อมฟังก์ชั่น Hold อัตโนมัติขณะรถหยุดนิ่ง ระบบถุงลมนิรภัยสำหรับคนขับและผู้โดยสารด้านหน้า ระบบถุงลมนิรภัยด้านข้างสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร และ ถุงลมนิรภัยบริเวณศีรษะสำหรับผู้โดยสารตอนหน้าและหลัง (ยกเว้นผู้โดยสารตอนหลังกลาง)

ระบบเตือนรถออกนอกช่องทางจราจร Lane Departure Warning
ระบบเตือนรถออกนอกช่องทางจราจร Lane Departure Warning

6. สรุป

สำหรับผู้ที่สนใจสปอร์ตคาร์แห่งยุค BMW i8 Roadster 2018 นับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจในราคาเริ่มต้น 12,999,000 บาท เพิ่มความเร้าใจในทุกทริปการเดินทางด้วยขุมพลัง TwinPower Turbo Plug-In Hybrid 3 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร สามารถสร้างอัตราความเร็วสูงสุดได้มากถึง 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง พร้อมฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกแบบจัดเต็มตามแบบฉบับ BMW ที่ผสานการทำงานร่วมกับฟีเจอร์ความปลอดภัยสุดล้ำระบบช่วยเหลือในการขับขี่แบบ Driving Assistant พร้อมมอบความปลอดภัยให้แก่ผู้ขับขี่ได้ในทุกเส้นทาง

ดูเพิ่มเติม:

คะแนนรถคันนี้
ความคิดเห็นของผู้อ่าน 0
เรียงลำดับตาม:
ร่วมแสดงความคิดเห็น อีเมลของคุณจะไม่ปรากฏบนเว็บไซต์
กรุณากรอกข้อมูลของคุณ