รีวิวรถตู้อเนกประสงค์ MG V80 2019 จากแดนผู้ดี

20 มี.ค 2562     โดย Palist

รีวิวรถตู้อเนกประสงค์ MG V80 2019 จากแดนผู้ดี
คะแนนของบรรณาธิการ
คะแนนของผู้ใช้
4
ปี 2019 นี้ ตลาดรถตู้ 11-13 ที่นั่งค่อนข้างจะคึกคักเป็นพิเศษโดยเฉพาะช่วงต้นปี มีการเผยโฉมรุ่นใหม่ๆให้ได้เห็นในหลายๆค่าย เพื่อเป็นการโหมโรงก่อนงาน Bangkok International Motor Show 2019 หลังจากที่เราได้รีวิวรถตู้ยอดนิยมในตลาดบ้านเราที่กำลังจะออกรุ่นใหม่ออกมาอย่าง Toyota Hiace Commuter ให้ผู้อ่านได้ศึกษารายละเอียดกันก่อนหน้านี้แล้ว วันนี้เราขอข้ามฝากมาที่รถตู้ จากแดนผู้ดี อังกฤษอย่าง MG ที่กำลังจะเปิดตัว รถตู้ของค่ายที่เราจะนำมารีวิวในบทความนี้ อย่าง MG V80 2019 ให้ได้ตัดสินใจกัน
  • 1. แนะนำ MG V80 2019
  • 2. รีวิวภายนอกของ MG V80
  • 3. รีวิวภายใน MG V80
  • 4. รีวิวขุมพลังเครื่องยนต์ใน MG V80
  • 5. รีวิวความปลอดภัยของ MG V80
  • 6. สรุป

1. แนะนำ MG V80 2019

รีวิวรถตู้ MG  V80 2019

ก่อนหน้านี้ CP เคยทำตลาดรถตู้ V80 รุ่นนี้ในไทยด้วยแบรนด์ Maxus มาก่อน ในชื่อรุ่น Maxus V80 มีให้เลือกด้วยกันหลากหลายรูปแบบ และ หลายรุ่นย่อย ไม่ว่าจะเป็น V80 Pasina / Palina / Sativa / Lativa / Cortina ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 1,180,000 – 1,590,000 บาท เป็นรถตู้เพื่อการพาณิชย์ เบาะนั่งแบบ 4 แถว 11 ที่นั่ง

รายละเอียดรอบคันของ MG V80

ล่าสุดได้มีการปัดฝุ่นรุ่นนี้ใหม่อีกครั้ง และ เอามาขายในแบรนด์ MG ในชื่อรุ่นเดิม ” MG V80 ” เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ที่งาน Motor Show 2019 : 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2562 @ Challenger Hall 1-3 เมืองทองธานี

2. รีวิวภายนอกของ MG V80

ตัวถังภายนอกของ MG V80

ภายนอก มิติตัวถัง ของ MG V80 มีความยาว x กว้าง x สูง : 4,950 x 1,998 x 2,132 มิลลิเมตรส่วนระยะฐานล้อ wheelbase 3,100 มิลลิเมตร  มีความจุถังน้ำมัน 80 ลิตรเมื่อเทียบกับรถตู้เจ้าตลาดอย่าง Toyota Commuter พบว่า MG V80 จะสั้นกว่า 430 มิลลิเมตร กว้างกว่า 118 มิลลิเมตร เตี้ยกว่า 153 มิลลิเมตร ส่วนระยะฐานล้อนั้นจะสั้นกว่า 10 มิลลิเมตร

ไฟ LED

ด้านท้าย

3. รีวิวภายใน MG V80

ภายใน Dasboard ด้านหน้าผู้ขับ (Standard)

ภายในของ MG V80  มีพื้นห้องโดยสารที่ราบเรียบ (Flat floor) จึงทำให้ห้องโดยสารมีความโอ่โถง นั่งสบาย สามารถเดินถึงกันได้ในแบบ Walk Through พร้อมประตูสไลด์ 2 บาน และบันไดข้างไฟฟ้าระบบอัตโนมัติที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขึ้น-ลง  รวมไปถึงประตูท้ายบานคู่เปิดแบบ 50 : 50 ได้กว้างถึง 180 องศา เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน 

ภายใน Dasboard ด้านหน้าผู้ขับ (VIP)

พื้นห้องโดยสา่รที่ราบเรียบและช่องให้สามารถเดินถึงกันได้ตรงกลางห้องโดยสาร

สำหรับรายละเอียดของเบาะนั่งใน MG V80 มี 2 มีไสตล์คือ แบบ Sandard และแบบ VIP  แบ่งเป็น  4 แถว 11 ที่นั่ง  แถวที่ 1 : 2 ที่นั่ง แบบ Captain Seat (เข็มขัดนิรภัย 3 จุด ELR) แถวที่ 2 : 2 ที่นั่ง แบบ Captain Seat (เข็มขัดนิรภัย 3 จุด ELR) แถวที่ 3 : 3 ที่นั่ง (เข็มขัดนิรภัย 2 จุด NR) แถวที่ 4 : 4 ที่นั่ง (เข็มขัดนิรภัย 2 จุด NR) ส่วนฝาท้าย แยกเปิดอิสระ ซ้าย-ขวา 50 : 50 สามารถเปิดได้กว้างข้างละ 180 องศา

เบาะที่นั่งแบบ Standard  

เบาะที่นั่งแบบ VIP

4. รีวิวขุมพลังเครื่องยนต์ใน MG V80

ขุมพลังความแรงของ MG V80 ประกอบไปด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ VM Motori Eco-D ขนาด 2.5 ลิตร 2,499 ซีซี. เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 92.0 x 94.0 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 17.5 : 1 กำลังสูงสุด 136 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 330 นิวตันเมตร ที่ 1,800 – 2,600 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ หรือ เกียร์อัตโนมัติ AMT Selematic ขับเคลื่อนล้อหน้า

ขุมพลังเครื่องยนต์ใน MG V80

5. รีวิวความปลอดภัยของ MG V80

ด้านความปลอดภัย  MG V80 2019  มาพร้อมช่วงล่างที่ให้เสถียรภาพในการขับขี่แบบรถยุโรป ที่นั่งห้องโดยสารประกอบด้วยเข็มขัด ELR  ในที่นั่งทุกจุดของที่นั่ง ส่วนความปลอดภัยอื่นๆ ประกอบไปด้วยระบบดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ และติดตั้งระบบความปลอดภัย ESP (Electronic Stability Program) ซึ่งครอบคลุมทั้งระบบป้องกันล้อล็อก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD  และระบบความปลอดภัยอื่นๆ อีกครบครัน 

เข็มขัดนิรภัยที่มีให้ในทุกที่นั่งผู้โดยสาร

6. สรุป

เตรียมพบรายละเอียดเต็มๆของ MG V80 ได้ที่งาน Motor Show 2019

ทั้งหมดนี้เป็นรายละเอียดเพียงแค่เบื้องต้นของ รถตู้สายพันธุ์แดนผู้ดีที่มีความน่าสนใจดูเหมาะสมกับการใช้งานเป็นรถภายในครอบครัวหรือองค์กร ส่วนจะได้รับความนิยมแบบรถตู้ของค่ายฝั่งแดนอาทิตย์อุทัย อย่าง Toyota ซึ่งเป็นเจ้าตลาดในรถตู้บ้านเราคงยังอีกห่างไกลในด้านยอดขายแน่อน สำหรับ สำหรับผู้ที่สนใจสามารถชมและทดลองขับรถยนต์รุ่นต่างๆของ เอ็มจี ได้ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40  ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม ถึง 7 เมษายน 2562 ณ อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 หรือเว็บไซต์ www.mgcars.com ในส่วนของราคาคาดว่าใกล้เคียงรุ่นเดิมตอนที่ยังเป็น Maxus V80 เริ่มต้นที่ 1,000,000 บาทขึ้นไป แล้วแต่อุปกรณ์ในแต่ละรุ่นย่อย

ดูเพิ่มเติม:

คะแนนรถคันนี้
ความคิดเห็นของผู้อ่าน 0
เรียงลำดับตาม:
ร่วมแสดงความคิดเห็น อีเมลของคุณจะไม่ปรากฏบนเว็บไซต์
กรุณากรอกข้อมูลของคุณ