บอกเล่าประสบการณ์ใช้รถกระบะ Ford Ranger Raptor จากผู้ใช้งานจริง

21 มิ.ย 2561     โดย มนัส ช่วยบำรุง

บอกเล่าประสบการณ์ใช้รถกระบะ Ford Ranger Raptor จากผู้ใช้งานจริง
คะแนนของบรรณาธิการ
คะแนนของผู้ใช้
5
Ford Ranger Raptor นวัตกรรมกระบะสายพันธุ์ออฟโรดที่ผสานรูปลักษณ์สปอร์ตโฉบเฉี่ยวเข้ากับฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกในระดับพรีเมี่ยมได้อย่างลงตัว เรามาชมกันว่าผู้ใช้งานโซเชียลเน็ตเวิร์คพูดถึงรถรุ่นนี้กันอย่างไรบ้าง
  • 1. แนะนำ
  • 2. ภายนอก Ford Ranger Raptor
  • 3. ภายใน Ford Ranger Raptor
  • 4. เครื่องยนต์ Ford Ranger Raptor
  • 5. ระบบความปลอดภัย Ford Ranger Raptor
  • 6. สมรรถนะการขับขี่บนถนน Ford Ranger Raptor

1. แนะนำ

Ford Ranger Raptor กระบะฟูลไซส์สายพันธุ์ออฟโรดถูกนำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการเมื่อต้นปี 2018 ที่ผ่านมา โดยได้รับการพัฒนามาจากรถต้นแบบ Ford F-150 เสริมด้วยการดีไซน์โครงสร้างแบบกระบะ 4 ประตู Double Cab เพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในห้องโดยสารอย่างเต็มที่ผสานกับการออกแบบตัวถังภายนอกให้มีโฉมหน้าที่สปอร์ตดูเข้ม ดุดัน ถูกใจแฟนคลับฟอร์ด เรนเจอร์ชาวไทยเป็นอย่างยิ่ง อีกทั้งฟอร์ดได้เพิ่มทางเลือกเฉดสีตัวถังให้มีความหลากหลายมากยิ่งขึ้นด้วย สีแดง Race Red , สีขาว Frozen White , สีฟ้า Lightning Blue , สีดำ Shadow Black รวมถึงสีพิเศษ สีเทา Conquer Grey ตัดกับสีเทา Dyno Grey ในราคาเริ่มต้นเพียง 1.6 ล้าน เท่านั้น

Ford Ranger Raptor 2018
Ford Ranger Raptor 2018

2. ภายนอก Ford Ranger Raptor

ภายนอก Ford Ranger Raptor ถูกดีไซน์ขึ้นภายใต้แนวคิดกระบะขั้นพรีเมี่ยมให้เส้นสายตัวถังสุดสปอร์ตผสานเข้ากับความพิถีพิถันของการดีไซน์โครงหน้าให้ดูเข้มมีสไตล์ตามแบบฉบับรถอเมริกันด้วยชุดกันชนหน้าสีดำเข้ม อีกทั้งยังดึงดูดสายตาผู้พบเห็นมากยิ่งขึ้นด้วยกระจังหน้าทรงสี่เหลี่ยมคางหมูที่ติดตั้งสัญลักษณ์ฟอร์ดตัวพิมพ์ใหญ่ เสริมความหล่อด้วยไฟหน้าแบบ LED และ ไฟตัดหมอกติดตั้งบริเวณกันชนด้านหน้าแบบ LED ถือว่าระบบไฟส่องสว่างของรถรุ่นนี้อยู่ในเกณฑ์ดีทีเดียวแต่ติดตรงที่ไฟท้ายด้านหลังถูกดีไซน์เหมือนกับในรุ่นก่อนอย่าง Ford F-150 ไม่ใช่แบบ LED จนมีผู้ใช้งานสื่อโซเชียลได้มาโพสต์ข้อความลงในเว็บไซต์พันทิปถึงกรณีดังกล่าวว่า

Ford Ranger Raptor ถูกดีไซน์ปรับโฉมแก้มรถด้านหน้าทั้ง 2 ข้าง ด้วยการนำวัสดุที่ผลิตจากคอมโพสิทซึ่งมีคุณสมบัติน้ำหนักเบาให้ความทนทานสูงลดปัญหาการเกิดรอยขีดข่วนที่อาจเกิดขึ้นได้จากการขับขี่ในรูปแบบออฟโรดจนมีผู้ใช้งานสื่อโซเชียลออกมาคอมเมนต์แสดงทัศนะถึงรถรุ่นนี้ในเว็บไซต์พันทิป กล่าวว่า “ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์สวยมาก ซื้อแล้วไม่ต้องแต่งเพิ่มอีก”

Ford Ranger Raptor 2018 ยังตอบโจทย์นักขับผู้ชื่นชอบการขับขี่ในรูปแบบออฟโรดด้วยการออกแบบกันชนท้ายให้ติดตั้งจุดเกี่ยวตะขอเพิ่ม 2 จุด รองรับการลากจูงวัตถุที่มีน้ำหนักได้มากถึง 3.8 ตัน อำนวยความสะดวกด้วยระบบเซ็นเซอร์  และ ตัวเชื่อมตะขอลากที่ออกแบบเป็นพิเศษ ทั้งนี้ฟอร์ดได้มีการออกแบบเพิ่มระบบผ่อนแรงฝากระบะท้าย (EZ Lift Tailgate) ที่ช่วยผ่อนแรงได้ถึง 66 เปอร์เซ็นต์

ส่วนช่วงล่างยางทั้ง 4 ล้อ แบบ All-terrain BF Goodrich ขนาด 17 นิ้ว 285/70 R17 มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 838 มิลลิเมตร กว้าง 285 มิลลิเมตร ส่วนมิติตัวถังยาว x กว้าง x สูง : 5,398 x 2,038 x 1,873  มิลลิเมตร ระยะต่ำสุดจากพื้น 283 มิลลิเมตร ทำให้ Ford Ranger Raptor มีขนาดตัวถังที่ใหญ่โตมากจนมีผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียได้โพสต์ข้อความตั้งคำถามลงในเว็บไซต์พันทิปเปรียบเปรยถึงขนาดของออฟโรดตัวเก่งรุ่นนี้ที่มีขนาดใหญ่ทำให้เข้าจอดในสถานที่จำกัดได้ค่อนข้างยาก

นอกจากนี้แล้วยังมีผู้ใช้งานอีกรายที่มีความกังวลถึงปัญหาในข้างต้นเช่นเดียวกันโดยได้นำข้อความดังกล่าวมาโพสต์ลงในเว็บไซต์พันทิป กล่าวว่า

เปรียบเทียบ Mitsubishi Triton Athlete 2018 กับ Ford Ranger Raptor

3. ภายใน Ford Ranger Raptor

ฟอร์ดได้ชูจุดเด่นของ Ford Ranger Raptor ด้วยการพัฒนาให้เป็นกระบะในระดับพรีเมี่ยมเรียบหรูพรั่งพร้อมด้วยฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกที่เหนือกว่ารถยนต์จากค่ายอื่นใน Segment เดียวกัน อีกทั้งยังได้รับการตกแต่งภายในห้องโดยสารอย่างพิถีพิถันแต่ยังคงแฝงไว้ด้วยความคลาสสิกตามแบบฉบับของรถอเมริกันจนมีผู้กล่าวถึงในสื่อโซเชียลโดยเฉพาะเว็บไซต์พันทิปถึงการพกพาฟังก์ชั่นเสริมและระบบควบคุมการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมของรถรุ่นนี้ที่มีมาให้อย่างครบครัน ดังนี้

อีกทั้ง Ford Ranger Raptor ยังให้ความประทับใจด้วยพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหุ้มหนังพร้อมแถบสีแดงด้านบนสลักลาย Raptor ติดตั้งมาพร้อมกับเบาะหนังที่ถูกออกแบบมาให้รองรับการขับทั้งในถนนปกติ และ ในรูปแบบออฟโรด อำนวยความสะดวกด้วยระบบอินโฟเทนเมนท์บนหน้าจอทัชสกรีนที่ติดตั้งระบบสั่งการผ่านเสียง SYNC 3 เสริมด้วยนวัตกรรมระบบกุญแจอัจฉริยะ Immobilizer ที่สามารถสั่งการเชื่อมต่อกับตัวรถได้จากระยะไกล และ ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์อัตโนมัติคอยอำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่ในทุกเส้นทาง

4. เครื่องยนต์ Ford Ranger Raptor

Ford Ranger Raptor กระบะคันแกร่งสายพันธุ์ออฟโรดให้ทุกอัตราการเร่งผ่านขุมกำลังเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบคู่ Bi-Turbo ขนาด 2.0 ลิตร ให้แรงขับ 213 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ให้ความสะดวกมากยิ่งขึ้นด้วยระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยแบบ Paddle Shift ถือว่าฟอร์ดได้ให้ขุมพลังที่ครบเครื่องเป็นอย่างมากแต่ก็มีผู้ใช้งานสื่อโซเชียลบางรายที่ยังคงมีข้อกังขากับเครื่องยนต์เทอร์โบคู่ และ ระบบช่วงล่างไร้แหนบที่สร้างภาพให้กระบะแร็พเตอร์รายนี้ดูคล้ายคลึงกับรถในตระกูล SUV อยู่พอสมควรโดยผู้ใช้งานรายดังกล่าวได้โพสต์ข้อความลงในเว็บไซต์พันทิป กล่าวว่า

ส่วนระบบส่งกำลังของ Ford Ranger Raptor ได้รับการติดตั้งระบบเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด โดยได้รับการออกแบบเป็นพิเศษเพิ่มความแข็งแกร่งทนทานด้วยเหล็กกล้าอะลูมิเนียมอัลลอย  คอมโพสิท  ช่วยให้เกียร์มีอัตราทดแคบลงลดปัญหาระบบเกียร์ติดขัด พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Terrain Management System (TMS) ที่มีให้เลือกถึง 6 รูปแบบตอบโจทย์ผู้ชื่นชอบการขับขี่ในรูปแบบออฟโรดจนได้รับคำชื่นชมจากผู้ใช้งานฟอร์ดเป็นอย่างมาก อาทิ ผู้ใช้งานฟอร์ดรายหนึ่งที่ได้โพสต์ถ้อยคำชื่นชมการคิดค้นวิจัยระบบเกียร์ของฟอร์ดที่มักจะทันสมัยอยู่เสมอ ดังนี้

5. ระบบความปลอดภัย Ford Ranger Raptor

Ford Ranger Raptor ได้รับการติดตั้งฟีเจอร์ความปลอดภัยในระดับพรีเมี่ยมอัดแน่นกว่ากระบะจากค่ายอื่นใน Segment เดียวกัน สามารถขับขี่ในเส้นทางทุรกันดารได้อย่างง่ายดาย อาทิ ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวแบบ ESP (Electronic Stability Program) ช่วยลดความเสี่ยงตัวรถเกิดการพลิกคว่ำ พร้อมระบบควบคุมการทรงตัวขณะทำการลากจูง TSC (Trailer Sway Control) ให้ความสมดุลในการลากจูงมากยิ่งขึ้นถือเป็นการเสริมระบบความปลอดภัยเพื่อตอบโจทย์นักขับออฟโรดผู้มีกระเป๋าหนักที่ชื่นชอบกระบะที่มาพร้อมฟังก์ชั่นความปลอดภัยสุดครบครันรุ่นนี้ อาทิ ผู้ใช้งานเว็บไซต์พันทิปที่ได้โพสต์ข้อความ กล่าวว่า “ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์มีฟังก์ชั่นความปลอดภัยรวมถึงระบบอำนวยความสะดวกที่ไม่มีค่ายรถยนต์ในบ้านเราทำมาก่อน”   

นอกจากนี้แล้ว Ford Ranger Raptor 2018 ยังเพิ่มระบบควบคุมความเร็วขณะขับในทางลาดชัน HDC (Hill Descent Control ที่ประสานการทำงานร่วมกับระบบช่วยออกตัวขณะจอดรถบนทางลาดชัน HLA (Hill Launch Assist) รวมถึงระบบควบคุมการบรรทุก LDC (Load Adaptive Control) และ ดิสก์เบรกด้านหลัง พร้อมระบบ Brake Actuation Master Cylinder ให้การเบรกอย่างหยุดนิ่งในทุกเส้นทางซึ่งระบบดังกล่าวนี้ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากผู้ใช้งานฟอร์ดโดยได้ถูกนำมาโพสต์ข้อความลงในเว็บไซต์พันทิป ดังนี้  

6. สมรรถนะการขับขี่บนถนน Ford Ranger Raptor

สำหรับสมรรถนะการขับขี่บนถนนของ Ford Ranger Raptor 2018 นั้นก็ไม่ได้ยิ่งหย่อนไปกว่าออฟชั่นภายในที่ให้มาอย่างเต็มที่ โดยสามารถสร้างอัตราการเร่งในการออกตัวได้เป็นอย่างดี ผนวกกับช่วงล่างล้อหลังแบบ Watt-Link Coil Over Shock ที่ถูกออกแบบมาให้ขับในพื้นที่ทุรกันดารโดยเฉพาะในแบบออฟโรดในรูปแบบของสปริงเข้ามาแทนที่การใช้แหนบสร้างความยืดหยุ่นได้เป็นอย่างดีซึ่งมีผู้ใช้งานเว็บไซต์พันทิปได้ให้ทัศนะถึงระบบดังกล่าวข้างต้นเอาไว้ว่า

นอกจากนี้แล้วฟอร์ดยังได้เสริมระบบกันสะเทือนใน Ford Ranger Raptor ด้วยช็อคอัพจาก Fox Racing Shox ที่ได้รับการการันตีถึงประสิทธิภาพที่ช่วยลดการสั่นสะเทือนของตัวรถให้น้อยลงเมื่อขับขี่ในเส้นทางทุรกันดารให้ความสบายแก่ผู้โดยสารได้เป็นอย่างดี โดยผู้ใช้งานเว็บไซต์พันทิปรายหนึ่งได้โพสต์ข้อความกล่าวชื่นชมถึงระบบกันสะเทือนที่ติดตั้งมาในรถรุ่นดังกล่าวนี้ว่า

สำหรับผู้ที่สนใจ Ford Ranger Raptor กระบะ 4 ประตูสายพันธุ์ออฟโรดจากค่ายฟอร์ดให้สมรรถนะการขับขี่ทั้งในแบบทางเรียบรวมถึงเส้นทางออฟโรดได้เป็นอย่างดี เสริมด้วยออฟชั่นอำนวยความสะดวกที่ให้มากกว่ารถยนต์ใน Segment เดียวกันจากค่ายอื่นสามารถจับจองเป็นเจ้าของรถรุ่นนี้ได้ในราคาสบายกระเป๋าเริ่มต้นเพียง 1,699,000 บาท เท่านั้น

ดูเพิ่มเติม

 Ford Focus 1.5 L EcoBoost Turbo sport เริ่มต้น 1 ล้าน

 รีวิว Ford Everest 2018 สุดยอดยนตรกรรมที่คุณต้องการ

คะแนนรถคันนี้
ความคิดเห็นของผู้อ่าน 07
เรียงลำดับตาม:
Rattana N.
Rattana N. : 
10 ธ.ค 2561

ชนิน
ชนิน : 
8 ธ.ค 2561

ชนิน
ชนิน : 
8 ธ.ค 2561

นาย อำนาจ อินทร์สิทธ
นาย อำนาจ อินทร์สิทธ : 
19 พ.ย 2561

พิกุล.  ยอดยศ
พิกุล. ยอดยศ : 
13 พ.ย 2561

ดูทั้งหมด
ร่วมแสดงความคิดเห็น อีเมลของคุณจะไม่ปรากฏบนเว็บไซต์
กรุณากรอกข้อมูลของคุณ