จัดจ้านลงตัวในทุกการขับขี่กับรถยนต์ MPV 4 ค่ายที่น่าซื้อน่าจับจองเป็นเจ้าของปี 2019

25 ธ.ค 2561     โดย Unclepor

จัดจ้านลงตัวในทุกการขับขี่กับรถยนต์ MPV 4 ค่ายที่น่าซื้อน่าจับจองเป็นเจ้าของปี 2019
คะแนนของบรรณาธิการ
คะแนนของผู้ใช้
5
รวบรวมรถยนต์ MPV จาก 4 แบรนด์ดังที่ขับขี่และน่าจับตามองในปี 2019 มาบอกเล่ารายละเอียดในทุกแง่มุมที่น่าสนใจ
  • แนะนำ 4 อันดับรถยนต์ MPV ที่น่าซื้อที่สุดปี 2019
  • กับความลงตัวทุกการสัมผัสใน Mitsubishi Xpander MPV ขนาดเล็กที่จะหลงใหลได้ไม่ยาก
  • สำหรับครอบครัวยุคใหม่ ทันสมัยเร้าใจทุกการขับขี่กับ Honda Mobilio
  • เรียบเท่ ทันสมัยทุกองศาพร้อมความแตกต่างที่น่าจับจองใน Suzuki Ertiga
  • เติมเต็มความทันสมัยกับครอบครัวยุคใหม่ใน Toyota Rush
  • สรุปความลงตัวกับวิถี MPV ที่น่าใช้ปี 2019

แนะนำ 4 อันดับรถยนต์ MPV ที่น่าซื้อที่สุดปี 2019

รวบรวมความน่ามองในทุกแง่มุมกับกระแส MPV กับ 4 ค่าย ที่น่าสนใจที่สุด
รวบรวมความน่ามองในทุกแง่มุมกับกระแส MPV กับ 4 ค่าย ที่น่าสนใจที่สุด

ช่วงท้ายๆปีแบบมีเราต้องมีเรื่องราวดีๆมานำเสนอ อย่างเช่นกระแสรถ MPV ที่ร้อนแรงมาตั้งแต่กลางปียันท้ายปี สำหรับรถครอบครัวที่แข่งกันแบบสุดแรงเพื่อแบ่งพื้นที่ในตลาด แบบไม่มีใครยอมใคร!!! ตายเป็นตาย ชนิดที่ว่าเสียชื่อไม่ว่าเสียหน้าไม่ได้  อัอแน่นทั้งราคาที่น่าสนใจตลอดจนคาแรคเตอร์รถที่เจาะแต่ละกลุ่มหรือพยายามดึงให้หลงมนต์เข้ามาในกลุ่ม MPV หรือ Mini MPV เพราะในหลายๆปัจจัย วันนี้เราจะมาส่องรถยนต์ MPV ปี 2019 ที่ร้อนแรง จัดมาแบบสำหรับทุกท่านที่กำลังสนใจรถครอบครัวขนาดนี้ได้ทราบกันแบบเจาะลึกทุกแง่มุมกับ 4 รถ MPV สุดร้อนแรงปี 2019 ที่น่าใช้ที่สุด !!

กับความลงตัวทุกการสัมผัสใน Mitsubishi Xpander MPV ขนาดเล็กที่จะหลงใหลได้ไม่ยาก

กับความลงตัวทุกการสัมผัสใน Mitsubishi Xpander MPV ขนาดเล็กที่จะหลงใหลได้ไม่ยาก
กับความลงตัวทุกการสัมผัสใน Mitsubishi Xpander MPV ขนาดเล็กที่จะหลงใหลได้ไม่ยาก

เป็นรถยนต์อีกหนึ่งรุ่นของปีนี้ที่หลายคนต่างเฝ้ารอ ด้วยดีไซน์ที่สวยแหวกแนว แถมยังเป็นเซ็กเม้นต์ใหม่ที่มิตซูพยายามอย่างสุดแรงจะตีตลาดในบ้านเรา แต่ก็มีคำถามว่า Xpander เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร กับเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด จะเพียงพอกับการใช้งานจริงหรือ!!!

Mitsubishi Xpander

เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว MIVEC 1.5 ลิตร 105 แรงม้า แรงบิด 141 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหน้า ความปลอดภัยถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว, ระบบป้องกันการลื่นไถล, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน, กล้องมองภาพด้านหลังขณะถอยจอด เป็นต้น ล้อแม็กขนาด 15 นิ้ว และ 16 นิ้ว ตามแต่ละรุ่นย่อย   ราคา 779,000 บาท และ GT ราคา 849,000 บาท   

 Mitsubishi Xpander ขุมพลัง 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว MIVEC 1.5 ลิตร 105 แรงม้า แรงบิด 141 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ
Mitsubishi Xpander ขุมพลัง 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว MIVEC 1.5 ลิตร 105 แรงม้า แรงบิด 141 นิวตันเมตร เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ 

คุณค่าที่คู่ควรครอบครัวยุคใหม่ในราคาที่สัมผัสได้กับ Mitsubishi Xpander MPV ขนาดเล็กที่จะหลงใหล
คุณค่าที่คู่ควรครอบครัวยุคใหม่ในราคาที่สัมผัสได้กับ Mitsubishi Xpander MPV ขนาดเล็กที่จะหลงใหล

สำหรับครอบครัวยุคใหม่ ทันสมัยเร้าใจทุกการขับขี่กับ Honda Mobilio

สำหรับครอบครัวยุคใหม่ ทันสมัยเร้าใจทุกการขับขี่กับ Honda Mobilio
ทันสมัยสุดลงตัวกับครอบครัวยุคใหม่ เร้าใจทุกสัมผัสการขับขี่กับ Honda Mobilio

เน้นสำหรับการตอบโจทย์ชีวิตในเมืองกับครอบครัวรุ่นใหม่สำหรับยนตรกรรมอเนกประสงค์ขนาดซับคอมแพคท์ Honda Mobilio  ด้วยดีไซน์สปอร์ตพรีเมียมรอบคัน เก๋ลงตัวสุดโมเดิร์นกับแผงคอนโซลหน้าใหม่ พร้อมห้องโดยสารกว้างขวางนั่งสบายทุกตำแหน่ง ลงตัวทุกกิจกรรม ด้วยพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ที่รองรับการใช้งานที่หลากหลาย ครบครันด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบาย และมาตรฐานความปลอดภัยที่ครบครันยิ่งขึ้น ยกระดับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ให้ลงตัวกับทุกจังหวะชีวิตเมืองมีให้เลือกทั้งแบบ 7 ที่นั่ง และ 5 ที่นั่ง รองรับการใช้งานทุกรูปแบบได้มากกว่า ด้วยพื้นที่อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ เพื่อการใช้ชีวิตยุคใหม่ที่ไม่หยุดนิ่ง โดยเฉพาะแบบ 7 ที่นั่งเบาะนั่งแถวที่ 3 ปรับพับได้ เพื่ออิสระในการใช้งาน พร้อมพื้นที่จัดเก็บสัมภาระด้านท้าย

เน้นความสบายและลงตัวในการโดยสารสำหรับครอบครัวยุคใหม่หลากหลายไลฟ์สไตล์อย่างท้จริง
เน้นความสบายและลงตัวในการโดยสารสำหรับครอบครัวยุคใหม่หลากหลายไลฟ์สไตล์อย่างท้จริง

ด้านเครื่องยนต์เป็น SOHC i-VTEC 1.5 ลิตร 117 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 146 นิวตัน-เมตร ที่ 4,700 รอบต่อนาที ผสานระบบเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ใหม่ ที่พัฒนาภายใต้ Earth Dreams Technology ให้อัตราการประหยัดน้ำมันและตอบสนองทุกการขับขี่อย่างดีเยี่ยม ทั้งยังรองรับพลังงานทางเลือก E85 นอกจากนี้ ยังติดตั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยครบครันยิ่งขึ้น อาทิ โครงสร้างตัวถังนิรภัย G-Force Control หรือ G-CON ปกป้องห้องโดยสารจากการชนรอบทิศทาง ถุงลมคู่หน้า Dual SRS ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA) ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA) ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) ระบบกระจายแรงเบรก (EBD) และกล้องส่องภาพด้านหลัง

ส่งต่อความแรงSOHC i-VTEC 1.5 ลิตร 117 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 146 นิวตัน-เมตร
ส่งต่อความแรงSOHC i-VTEC 1.5 ลิตร 117 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 146 นิวตัน-เมตร

รุ่น RS สปอร์ตเร้าใจในทุกมุมมองด้วยดีไซน์สปอร์ตรอบคัน ด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่แบบ Gloss Black โฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นด้วยไฟหน้าดีไซน์ใหม่แบบมัลติรีเฟล็กเตอร์พร้อมไฟหรี่แบบ LED ไฟตัดหมอกคู่หน้าพร้อมกันชนหน้าแบบสปอร์ต สเกิร์ตข้าง กันชนหลังแบบสปอร์ต พร้อมปลอกท่อไอเสียแบบสเตนเลส สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 15 นิ้วแบบ RS และสัญลักษณ์ RS บนกระจังด้านหน้าและฝากระโปรงท้าย

เสริมความมั่นในในชื่อ Honda ที่มั่นใจในการบริการหลังการขาย
เสริมความมั่นในในชื่อ Honda ที่มั่นใจในการบริการหลังการขาย

และความมั่นใจสำหรับการออกแบบและความสวยงามในสไตล์ Honda ทีครองตลาดคนไทยมานานแสนนาน
และความมั่นใจสำหรับการออกแบบและความสวยงามในสไตล์ Honda ทีครองตลาดคนไทยมานานแสนนาน

เรียบเท่ ทันสมัยทุกองศาพร้อมความแตกต่างที่น่าจับจองใน Suzuki Ertiga

Suzuki Ertiga กับรูปลักษณ์ที่เรียบเท่ลงตัวสำหรับครอบครัว ด้วยกระจังหน้าออกแบบให้ล้ำสมัยแต่คงความสปอร์ตในตัว และช่องอากาศในกันชนหน้าเป็นทรงปีกสอดรับกับกระจังหน้า มุมช่องอากาศทั้งสองฝั่งมีไฟ LED Daytime Running Light ทั้งหมดล้อมกรอบด้วยวัสดุโครเมียม จนทำให้คิดว่าเป็นการปรับโฉมใหม่หมด แต่รุ่น GL ก็ปรับกระจังหน้าใหม่เช่นกัน รวมถึงลายกันชนหน้าด้วย แต่ไม่หวือหวาเท่ารุ่น Dreza ด้านล้ออัลลอยทั้ง 2 รุ่นย่อยเป็นลายใหม่ต่างกันตามรุ่น ดูลงตัวเข้ากับการออกแบบภายนอกที่ต่างกัน

เรียบเท่ ทันสมัยทุกองศาพร้อมความแตกต่างที่น่าจับจองใน Suzuki Ertiga
เรียบง่ายแต่แตกต่าง ทันสมัยจนน่าหลงใหลและความลงตัวที่น่าสัมผัสใน Suzuki Ertiga

ภายในห้องโดยสารมี 2 แบบแยกตามรุ่นย่อย รุ่น Dreza เน้นภายในแบบทูโทน คอนโซลหน้าชิ้นบนและวัสดุหุ้มเบาะเป็นสีเข้มตัดกับสีเบจของห้องโดยสาร และเสริมด้วยวัสดุลายไม้ในหลายจุด ช่วยให้ดูหรูขึ้นอีก ขณะที่ภายในของรุ่น GL จะเป็นโทนสีเบจล้วนเน้นความโปร่งกว้าง และเรียบง่าย นอกนั้นแทบไม่ต่างกัน เว้นแค่พวงมาลัยของ Dreza เป็นแบบมัลติฟังก์ชัน จุดเด่นภายในของ เออร์ติก้า ที่ผู้เขียนชอบก็คือ เบาะนั่งแถวสองสามารถปรับเลื่อนหน้า-หลังได้ 240 มม. และยังมีที่วางแขนด้วย นอกจากนี้เบาะแถวสามพับแยกได้ 50:50 ให้ความอเนกประสงค์มากขึ้น

ดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์เน้นความทันสมัยแต่เรียบง่าย
ดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์เน้นความทันสมัยแต่เรียบง่าย 

Suzuki Ertiga  ติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 16 วาล์ว รหัส K14B ซึ่งเป็นตัวเดิมจากรุ่นก่อนปรับไมเนอร์เชนจ์ ให้กำลังสูงสุด 92 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 130 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ซึ่งน้อยไปนิด ด้านช่วงล่างหน้าเป็นแบบ แม็กเฟอร์สันสตรัท คอยล์สปริง และหลังแบบทอร์ชั่นบีม คอยล์สปริง ส่วนระบบเบรกด้านหน้าดิสก์-หลังดรัม เพียงพอต่อการชะลอและหยุดความเร็วได้อย่างมั่นใจ ทั้งยังให้ความรู้สึกตอบกลับที่ดีไม่น้อย

ขุมพลังเบนซิน 4 สูบ 16 วาล์ว รหัส K14B สูงสุด 92 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 130 นิวตันเมตร
ความทันสมัยในมิติลีลาการออกแบบที่ลงตัวของ Suzuki Ertiga ที่สวยน่าจับตามองที่สุดอีกรุ่นในตลาด MPV

ขุมพลังเบนซิน 4 สูบ 16 วาล์ว รหัส K14B สูงสุด 92 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 130 นิวตันเมตร
ขุมพลังเบนซิน 4 สูบ 16 วาล์ว รหัส K14B สูงสุด 92 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 130 นิวตันเมตร

Suzuki Ertiga ให้อุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบตรงความต้องการในระดับพอดี เช่น พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน (เฉพาะรุ่น Dreza), ช่องเชื่อมต่อ USB รองรับสารพัดอุปกรณ์พกพา และช่องจ่ายไฟสำรอง 12v ด้านหน้าใกล้กัน และด้านหลังสุดคอนโซลกลางอีกตำแหน่ง นับว่าโดนใจคนยุคนี้ที่มักมองหาแหล่งจ่ายไฟให้กับสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์สื่อสารอื่นๆ 

กว้าง โปร่ง โล่ง สบาย และให้ความรู้สึกพิเศษในทุกการเดินทางของครอบครัวคุณ
กว้าง โปร่ง โล่ง สบาย และให้ความรู้สึกพิเศษในทุกการเดินทางของครอบครัวคุณ

เติมเต็มความทันสมัยกับครอบครัวยุคใหม่ใน Toyota Rush

เติมเต็มความทันสมัยกับครอบครัวยุคใหม่ใน Toyota Rush
เติมเต็มความทันสมัยกับครอบครัวยุคใหม่ใน Toyota Rush  

Toyota Rush  เติมเต็มความสปอร์ตสำหรับครอบครัวยุคใหม่ ด้วยมิติตัวถัง ( กว้าง x ยาว xสูง)  = 1,695 x 4,435 x1,705 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,685 มิลลิเมตร ระยะห่างล้อหน้า/หลัง 1,450/1,460 มิลลิเมตร ความสูงจากพื้น 220 มิลลิเมตร 

ดีไซน์สปอร์ตเหนือชั้นสำหรับครอบครัวทันสมัยเช่นคุณ
ดีไซน์สปอร์ตเหนือชั้นสำหรับครอบครัวทันสมัยเช่นคุณ

เท่ลงตัวกับกระจังหน้าตกแต่งด้วยโครเมี่ยม 5 เส้นเรียงตัวพร้อมไฟหน้าแบบ LED และ LED Guiding Light ในกรอบเดียวกันพาดเฉียงขึ้นด้านข้าง รับกับเส้นขอบกระโปรงรถอย่างลงตัว ด้านล่างมีช่องดักลมและไฟตัดหมอกทรงกลมทันสมัย ตกแต่งกรอบหนาด้วยสีดำเพิ่มเพิ่มความสปอร์ตมากขึ้น นอกจากนี้ยังเสริมความโดดเด่นด้วยกันชนหน้าและหลังที่ลงตัวทุกมิติการออกแบบ

ลงตัวทุกมิติลีลาการออกแบบทั้งภายนอกภายในสไตล์ Toyota ที่ไว้ใจได้
ลงตัวทุกมิติลีลาการออกแบบทั้งภายนอกภายในสไตล์ Toyota ที่ไว้ใจได้

กระจกข้างพับปรับด้วยไฟฟ้าพร้อมไฟเลี้ยวในตัว ในส่วนของหลังคามีราวหลังคาสีดำ เติมเต็มความสะดวกเมื่อต้องบรรทุกสัมภาระในหลากไลฟ์สไตล์การเดินทาง

ไฟท้ายเป็น LED พร้อมไฟเบรกในกรอบเดียวกัน วางตัวแนวยาวโค้งไปทางด้านข้าง มองเห็นชัดเจนไม่ว่าจะมีรถสวนมาจากทางไหนก็ตาม นอกจากนี้ยังติดตั้งไฟเบรกดวงที่ 3 ให้ด้วย เสาอากาศเป็นแบบครีบฉลามเข้ากันกับรถดีไซน์สปอร์ต Toyota Rush 2018 ใช้ล้ออัลลอยทูโทนขนาด 17 นิ้ว รัดด้วยยาง 215/60 R17

ห้องโดยสารตกแต่งทูโทนสีดำตัดด้วยสีขาว พวงมาลัยเป็นพววงมาลัยไฟฟ้า EPS แบบสามก้านสามารถปรับระดับได้ ปุ่มควบคุมพื้นฐานบนพวงมาลัย ใช้งานง่ายยิ่งขึ้น กุญแจใช้ระบบ Smart Keyless entry พร้อมปุ่ม Push Start มาตรวัดเป็นแบบสองหน้าปัดอ่านง่าย พร้อมจอสี MID แสดงข้อมูลการขับขี่ตรงกลาง 

หน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ที่สามารถเชื่อมต่อได้ทั้ง iPhone และ Andriod รองรับ Internet Bluetooth เล่น DVD CD และวิทยุได้ มีข่องเสียบ USB AUX นอกจากนี้ยังมีช่องชาร์จไฟ 12V ให้ทุกแถวที่นั่งอีกด้วย  ขับพลังเสียงด้วยลำโพงคุณภาพเยี่ยม 8 ตัว รอบทิศทาง 

ลงตัวทุกฟังก์ชั่นการใช้งานใน Toyota Rush
ลงตัวทุกฟังก์ชั่นการใช้งานใน Toyota Rush  

ใต้หน้าจอหลักเป็นจุดควบคุมระบบแอร์ที่สามารถปรับอัตโนมัติได้ ควบคุมด้วยปุ่มกดดีไซน์ใหม่ มีหน้าจอแสดงผลตรงกลางดูล้ำสมัย ช่องแอร์ด้านข้างออกแบบทรงกลมสไตล์สปอร์ต 
เบาะหุ้มด้วยผ้ากำมะหยี่สีดำ ออกแบบกระชับกับสรีระทุกสัดส่วน โดยเบาะแถวหน้าฝั่งคนขับปรับไฟฟ้า ส่วนเบาะแถวที่สองและสามสามารถพับได้ 50:50 เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการเก็บสัมภาระ กระจกทุกบานปรับเลื่อนด้วยระบบไฟฟ้าทั้งหมด

เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 2NR-VE 4 สูบ 16 วาล์ว DOHC Dual VVT-i ให้กำลังสูงสุด 104 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 139 นิวตันเมตร ที่ 4,200 รอบต่อนาที ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เดียวกันกับ Toyota Avanza แต่ประหยัดเชื้อเพลิงมากกว่าถึง 25 %  ขับเคลื่อนแบบ RWD ส่งกำลังไปยังล้อด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ และเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ ช่วงล่างด้านหน้าแบบ MacPherson Strut พร้อมคอยล์สปริง ส่วนล้อคู่หลังเป็นแบบ 5 Link พร้อมคอยล์สปริง ซึ่งช่วงล่างแบบนี่จะรองรับแรงกระแทกได้ดี

เครื่องยนต์และระบบความปลอดภัยมั่นใจได้ ครบครันด้วยบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยมใน Toyota
เครื่องยนต์และระบบความปลอดภัยมั่นใจได้ ครบครันด้วยบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยมใน Toyota

มาตรฐานความปลอดภัย ASIAN NCAP ระดับ 5 ดาว จัดมาให้เต็มที่ด้วยถุงลมนิรภัย 6 จุด (คู่หน้า ,ด้านข้าง 2 และม่านนิรภัยด้านข้าง) พร้อมเข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่ง ระบบเบรกล้อหน้าเป็นดิสก์เบรกส่วนล้อหลังเป็นดรัม มีระบบป้องกันล้อล็อก (ABS) ในตัว 

เปรียบเทียบ Toyota Rush 2018 vs. New Honda BR-V 2018 แบบจุดต่อจุด

สรุปความลงตัวกับวิถี MPV ที่น่าใช้ปี 2019

สรุปความลงตัวกับวิถี MPV ที่น่าใช้ปี 2019
4 ความลงตัวกับวิถี MPV ที่น่าใช้ปี 2019

เพราะรถ MPV หรือ Mini MPV ล้วนตอบโจทย์กับครอบครัวและวัฒนธรรมคนไทยที่ยังอาสัยอยู่ด้วยกันแบบพ่อแม่ลูก ปู่ย่าตายาย พี่น้อง ซึ่งถือว่าเป็นความสำคัญกับการตอบโจทย์การใช้งานในหลายๆครอบครัว แต่ละรุ่นและแต่ละค่ายที่เราหยิบมานำเสนอล้วนมีคาแรคเตอร์ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ล้วนแล้วแต่มีข้อเด่นและข้อด้อยที่งัดกันออกมาเพื่อตอบโจทย์ให้ตรงไลฟ์สไตล์ของคุณมากที่สุด ทดลอง ศึกษา และเลือกที่เป็นตัวเอง เพื่อความสุขของครอบครัว และความสุขในทุกการขับขี่แบกบคุณ !!

อ่านเพิ่มเติม :

คะแนนรถคันนี้
ความคิดเห็นของผู้อ่าน 0
เรียงลำดับตาม:
ร่วมแสดงความคิดเห็น อีเมลของคุณจะไม่ปรากฏบนเว็บไซต์
กรุณากรอกข้อมูลของคุณ