รถวิ่ง 100,000 กิโลเมตรแล้วต้องเช็คอะไรบ้างครับ

11 ม.ค 2562     โดย เอกพจน์ รัตนขจร

ผู้ขับรถหลายรายอาจมีความสงสัยถึงการเข้าตรวจเช็คระยะของรถเมื่อวิ่งถึง 100,000 กิโลเมตร แล้วต้องตรวจสอบอุปกรณ์ชิ้นส่วนใดบ้าง ข่าวรถมีคำตอบให้ครับ

สวัสดีครับพอดีผมมีข้อสงสัยอยากทราบว่าในกรณีที่รถยนต์ของเราวิ่งเกิน 100,000 กิโลเมตรไปแล้วจะต้องมีการตรวจเช็คในชิ้นส่วนใดเป็นพิเศษบ้างครับ ส่วนตัวแล้วเพิ่งซื้อรถเป็นคันแรกทำให้ไม่มีความรู้ในประเด็นของชิ้นส่วน หรือ อุปกรณ์ที่ควรตรวจสอบดีเท่าไรนัก อีกทั้งรถที่กำลังใช้งานอยู่จะครบ 100,000 กิโลเมตรในเวลาอีกไม่นานนี้จึงมีความกังวลใจมากครับ รบกวนคำตอบจากพี่ๆด้วยครับ 

เอกพจน์ รัตนขจร (akekapoj_ake@gmail.com)

วามคิดเห็นของผู้อ่าน
เจษฎา โชคอำนวย

ตรวจเช็ครถเมื่อครบ 100,000 กิโลเมตร

ตรวจเช็ครถเมื่อครบ 100,000 กิโลเมตร

สวัสดีครับคุณเอกพจน์ ในประเด็นของการตรวจเช็ครถยนต์มือหนึ่งที่มักมีการกำหนดเอาไว้ที่ 100,000 กิโลเมตรนั้น โดยปกติแล้วมักจะมาพร้อมกับโปรโมชั่นในการออกรถซึ่งจะมีทั้งแบบรับประกันคุณภาพเมื่อรถมีอายุประมาณ 3 ปี หรือ ระยะเวลา 5 ปี ที่ถือเป็นแพ็คเกจสุดพิเศษที่บริษัทรถยนต์ในหลากหลายค่ายนิยมเอามาไว้เป็นโปรโมชั่นดึงดูดใจให้แก่ผู้ซื้อรถ แต่อย่างไรก็ตามการตรวจเช็ครถในระยะ 100,000 กิโลเมตร นับว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งเนื่องจากรถใหม่เมื่อใช้งานไปได้ระยะหนึ่งชิ้นส่วนของเครื่องยนต์บางรายการอาจมีการเสื่อมสภาพไปได้

สำหรับสิ่งที่ควรตรวจเช็ค หรือ แจ้งให้ช่างประจำศูนย์ทราบเมื่อทำการตรวจเช็ครถเมื่อครบ 100,000 กิโลเมตร คือ ระบบช่วงล่างโดยเฉพาะระบบกันสะเทือนทั้งในส่วนของโช็คอัพหน้า-หลัง เนื่องจากโช็คอัพเป็นส่วนที่รับแรงสั่นสะเทือนจากพื้นถนนโดยตรงและทำหน้าที่สร้างความสมดุลให้แก่ภายในห้องโดยสารเมื่อถูกใช้งานมาระยะหนึ่งอาจเกิดการสึกหรอ หรือ มีการทำงานที่ผิดปกติไปได้ อีกทั้งยังต้องตรวจเช็คยางว่ามีความผิดปกติไปหรือไม่ เพราะยางที่ผ่านการใช้งานมาอย่างยาวนานย่อมต้องมีการเปลี่ยนใหม่หรืออาจใช้วิธีการสลับยางได้เช่นกัน

รถวิ่งครบ 100,000 กิโลเมตรต้องตรวจสอบชิ้นส่วนใด

รถวิ่งครบ 100,000 กิโลเมตรต้องตรวจสอบชิ้นส่วนใด

ส่วนต่อมาที่ผู้ขับขี่ควรตรวจเช็ค คือ ระบบไฟส่องสว่างด้านนอกตัวรถทั้งในด้านหน้าและด้านหลังโดยเฉพาะโคมไฟหน้าที่ในปัจจุบันมักจะมีการติดตั้งหลอด LED มาให้หากพบว่าหลอดใดหลอดหนึ่งขาดอาจจะต้องทำการเปลี่ยนใหม่ยกชุดซึ่งมีราคาจำหน่ายที่ค่อนข้างสูงอยู่พอสมควร ไส้กรองแอร์ก็เป็นอีกชิ้นส่วนหนึ่งที่ต้องมีการตรวจเช็ค เนื่องจากหากมีการอุดตันก็สามารถที่จะเปลี่ยนใหม่ได้ หรือ ผู้ขับขี่อาจจะใช้วิธีการถอดกรองแอร์ออกมาล้างทำความสะอาดได้อีกเช่นกัน ส่วนไส้กรองอากาศซึ่งถือเป็นอุปกรณ์ชิ้นสำคัญในระบบเครื่องยนต์ช่วยให้การเผาไหม้ภายในเครื่องยนต์ทำได้ดียิ่งขึ้นหากขาดการบำรุงรักษาอาจทำให้มีการอุดตัน ทั้งนี้ไส้กรองอากาศควรเปลี่ยนในทุกๆ 30,000 กิโลเมตร

นอกจากนี้แล้วอุปกรณ์ชิ้นสำคัญที่ผู้ขับขี่ควรทำการตรวจสอบเมื่อรถวิ่งถึง 100,000 กิโลเมตร คือ หัวเทียน ตามปกติแล้วมีการกำหนดเอาไว้ให้ต้องทำการเปลี่ยนหัวเทียนรถประมาณ 40,000 กิโลเมตร ซึ่งจะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเร่งความเร็วรถได้ดีมากยิ่งขึ้นและยังไร้ซึ่งอาการเครื่องยนต์กระตุก

สำหรับผู้ขับขี่ที่มีการใช้รถอยู่เป็นประจำควรหมั่นตรวจสอบเครื่องยนต์และระบบความปลอดภัยภายในรถให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานอยู่เสมอครับ

ความคิดเห็นของผู้อ่าน 0
เรียงลำดับตาม:
ร่วมแสดงความคิดเห็น อีเมลของคุณจะไม่ปรากฏบนเว็บไซต์
กรุณากรอกข้อมูลของคุณ