ขับรถเที่ยวเขตอุทยานแห่งชาติแล้วเจอสัตว์ป่าขวางถนนควรทำอย่างไรครับ

2 พ.ย 2561     โดย วาสนา เอกประสิทธิ์

ปัจจุบันผู้ใช้รถหลายรายมักนิยมขับรถไปท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติในช่วงวันหยุดยาวเพื่อสัมผัสธรรมชาติ แต่หากพบเข้ากับสัตว์ป่ากีดขวางเส้นทางจะต้องปฏิบัติตนอย่างไร ข่าวรถมีคำตอบให้ครับ

เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาได้ทราบข่าวมีนักท่องเที่ยวขับรถยนต์เข้าไปในเขตอุทยานแล้วไปทำท่าทางล้อเลียนสัตว์ป่าที่เข้ามาขวางทางจนสัตว์ป่าตื่นตกใจและวิ่งเข้ามาทำร้ายโชคดีที่นักท่องเที่ยวกลุ่มนั้นขับรถหนีออกมาได้ทัน พวกพี่ๆในกลุ่มเราหากพบเจอเข้ากับเหตุการณ์สัตว์ป่ากีดขวางช่องทางจราจรด้านหน้าจะปฏิบัติตัวอย่างไรกันบ้างครับ รบกวนคำตอบด้วยนะครับ ขอบคุณครับ 

วาสนา เอกประสิทธิ์ (wassana_fully@hotmail.com)

วามคิดเห็นของผู้อ่าน
เจษฎา โชคอำนวย

ทำอย่างไรเมื่อสัตว์ป่ากีดขวางช่องทางจราจร
ทำอย่างไรเมื่อสัตว์ป่ากีดขวางช่องทางจราจร

สวัสดีครับ คุณวาสนา

ก่อนอื่นต้องเรียนให้ทราบว่าในกรณีที่นักท่องเที่ยวขับรถยนต์เข้าไปท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติควรปฏิบัติตามข้อห้ามที่ทางอุทยานได้มีการระบุเอาไว้ให้ทราบ กอปรกับการที่เราขับรถเข้าไปท่องเที่ยวในเขตป่าก็ย่อมหมายถึงได้เข้าไปในบ้านของสัตว์เพราะฉะนั้นผู้ขับขี่จะต้องมีสติอยู่ตลอดเวลาเพื่อป้องกันการขับรถชนสัตว์ป่า หรือ อาศัยวิธีการสังเกตป้ายเตือนซึ่งจะมีติดเอาไว้ในจุดที่มักพบสัตว์เดินลงมาหาอาหารรวมถึงจุดที่สัตว์ป่าชื่นชอบมานอนบนถนนให้ผู้ขับขี่ลดความเร็วรถลงและควรขับขี่อย่างระมัดระวัง

อย่างไรก็ตามควรเลี่ยงการขับรถผ่านเขตอุทยานแห่งชาติในช่วงพลบค่ำ หรือ ช่วงดึก เนื่องจากเป็นเวลาที่สัตว์ป่าจะลงมาหาอาหารซึ่งจะใช้ถนนเป็นเส้นทางผ่านผู้ขับขี่ควรเลี่ยงการใช้ถนนในช่วงระยะเวลานั้น แต่หากเลี่ยงไม่ได้ต้องใช้รถขับผ่านเขตอุทยานแห่งชาติ หรือ เขตแนวป่าในช่วงระยะเวลานั้นจริงๆผู้ขับขี่ก็ควรขับรถโดยใช้ความเร็วไม่มากและควรเปิดไฟสูงเพื่อให้สามารถมองเห็นสัตว์ที่กีดขวางเส้นทางได้ในระยะไกล หากพบเจอกับสัตว์ป่ากีดขวางทางจราจรอยู่ผู้ขับขี่ชะลอรถให้ห่างจากตัวสัตว์ไม่ต่ำกว่า 30-50 เมตร หรือ ในระยะที่ปลอดภัย และ เปิดสัญญาณไฟกระพริบเพื่อให้รถคันที่ขับตามหลังได้ทราบเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุซ้ำซ้อนขึ้น

ป้ายเตือนระวังสัตว์ข้ามถนน
ป้ายเตือนระวังสัตว์ข้ามถนน

ส่วนในกรณีที่พบเข้ากับสัตว์ใหญ่จำพวกช้าง หรือ ควายป่า กีดขวางช่องทางจราจรผู้ขับขี่ควรทิ้งระยะให้ห่างจากตัวสัตว์ไม่ต่ำกว่า 70 เมตร หากยังพบว่าสัตว์เดินเข้ามาในทิศทางที่รถจอดอยู่ให้ทำการเคลื่อนถอยรถอย่างช้าๆ หลีกเลี่ยงการบีบแตรเพื่อให้เกิดเสียงดังเนื่องจากจะทำให้สัตว์เกิดอาการตื่นตระหนกและถือเป็นการยั่วยุจนวิ่งเข้ามาทำร้ายผู้ขับขี่ได้ อีกทั้งผู้ขับขี่ไม่ควรจอดรถเพื่อลงมาถ่ายรูปร่วมกับสัตว์ป่าและเปิดแฟลชเพื่อถ่ายรูปเพราะสัตว์อาจตกใจและมุ่งเข้าทำร้ายผู้ขับขี่ได้ พร้อมทั้งติดเครื่องรถอยู่ตลอดเวลาเพื่อเตรียมพร้อมในกรณีที่เกิดเหตุสัตว์ป่าจะเข้ามาทำร้าย

นอกจากนี้แล้วหากผู้ขับขี่พบเจอกับเหตุการณ์สัตว์ป่าเข้ามาล้อมรถให้ผู้ขับขี่ค่อยๆเคลื่อนรถออกมาอย่างช้าๆเพื่อไม่ให้สัตว์ตกใจและห้ามปิดไฟหน้ารถเป็นอันขาดเนื่องจากจะทำให้ผู้ขับขี่ไม่สามารถมองเห็นรับรู้ถึงอากัปกิริยาของสัตว์ป่าที่มีความประสงค์จะเข้ามาทำร้ายผู้ขับขี่หรือไม่

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับรถท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติควรขับขี่โดยใช้ความเร็วต่ำเพื่อให้สัตว์ป่าไม่เกิดอาการตกใจและลดความเสี่ยงต่อการที่สัตว์ป่าจะเข้ามาทำร้ายอีกด้วย

ความคิดเห็นของผู้อ่าน 0
เรียงลำดับตาม:
ร่วมแสดงความคิดเห็น อีเมลของคุณจะไม่ปรากฏบนเว็บไซต์
กรุณากรอกข้อมูลของคุณ