ราคา Toyota Rush 2018 หลังจากเปิดตัว ณ แดนอิเหนาประเทศอินโดนีเซีย

5 ก.ค 2561     โดย น้ำเพชร

Toyota Rush 2018 ได้เปิดตัวและออกจำหน่ายครั้งแรกในแดนอิเหนาประเทศอินโดนีเซียเมื่อ วันที่ 23 พฤศจิกายน 2017 ที่ผ่านมา ซึ่งราคา Toyota Rush 2018 เริ่มต้นที่ IDR. 239.900.000 – 261.300.000 หรือราว 576,000 – 627,000 บาท (ไม่รวมภาษีของเมืองไทย) แต่ถ้าเข้ามาเปิดตัวและจำหน่ายในประเทศไทยราคา Toyota Rush 2018 ก็อาจจะกระโดดไปจนถึง 700,000 บาท หรืออาจจะมากกว่า 700,000 บาท ก็เป็นได้

Toyota Rush 2018
Toyota Rush 2018

หลังจากที่มีข่าวหลุดแว่วๆ มาว่า Toyota กำลังจะปล่อยรถ MPV ขนาด 7 ที่นั่ง คันเล็กกะทัดรัดอย่าง Toyota Rush 2018  ออกมาดีตลาดรถ MPV และรถ SUV ในประเทศไทย แต่ข่าวนั้นก็ยังไม่มีความคืบหน้าและฟันธงลงมาว่าทาง Toyota จะเปิดตัว Toyota Rush 2018 และจำหน่ายในประเทศไทยเมื่อไหร่ สำหรับคนไทยช่วงนี้ก็ทำได้เพียงแค่ตามข่าวคราวจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างประเทศอินโดนีเซียไปก่อน

Toyota Rush 2018 ได้เปิดตัวและออกจำหน่ายครั้งแรกในแดนอิเหนาประเทศอินโดนีเซีย
Toyota Rush 2018 ได้เปิดตัวและออกจำหน่ายครั้งแรกในแดนอิเหนาประเทศอินโดนีเซีย

เพราะ Toyota Rush 2018 ได้เปิดตัวและออกจำหน่ายครั้งแรกในแดนอิเหนาประเทศอินโดนีเซียเมื่อ วันที่ 23 พฤศจิกายน 2017  ที่ผ่านมา ซึ่งราคา Toyota Rush 2018 เริ่มต้นที่  IDR. 239.900.000 – 261.300.000 หรือราว 576,000 – 627,000 บาท (ไม่รวมภาษีของเมืองไทย) และแบ่งเป็นรุ่นย่อย 4 รุ่น คือ 1.5 G 5M/T, 1.5 G 4A/T, 1.5 TRD Sportivo 5M/T, 1.5 TRD Sportivo 4A/T แต่ถ้าเข้ามาเปิดตัวและจำหน่ายในประเทศไทยราคา Toyota Rush 2018 ก็อาจจะกระโดดไปจนถึง 700,000 บาท หรืออาจจะมากกว่า 700,000 บาท ก็เป็นได้

ไฟหน้า แบบ LED พร้อมไฟตัดหมอกคู่หน้า
ไฟหน้า แบบ LED พร้อมไฟตัดหมอกคู่หน้า

ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วลายใหม่
ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วลายใหม่

ไฟท้ายแบบ LED
ไฟท้ายแบบ LED

รูปลักษณ์ภายนอกของ Toyota Rush 2018 ได้รับการออกแบบให้มีความโดดเด่นที่ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED พร้อมไฟตัดหมอกคู่หน้า เพิ่มความเป็นสปอร์ตด้วยกระจังหน้าโครเมี่ยมรมดำ การ์ดใต้กันชนหน้า-หลัง คิ้วกันกระแทกด้านข้าง หลังคาแบบ Built-in  และล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้วลายใหม่ ซึ่งการออกแบบรูปลักษณ์ภายนอกของ Toyota Rush 2018 ถ้ามองผ่านๆ แบบผิวเผินจะเห็นได้ว่า Toyota Rush 2018 มีความคล้ายคลึงกับ Toyota Fortuner อยู่พอสมควร โดยถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่า ไฟหน้า LED พร้อมไฟ LED Light Guide รูปตัว L ในโคมเดียวกัน กับไฟตัดหมอกหน้า ชุดไฟท้ายและสปอยเลอร์หลังคา แบบ LED กระจังหน้าโครเมี่ยมพร้อมโลโก้สามห่วง รวมถึงเสาอากาศครีบฉลาม นั้นคล้ายกันมาก สำหรับ Toyota Rush 2018  ในรุ่น TRD Sportivo จะมาพร้อมกับชุดแต่งรอบคัน ล้ออัลอลยสปอร์ตขนาด 17 นิ้วและยาง 215 / 60 R17 ส่วนรุ่น G จะมาในแนวหรูและล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้วและยาง 215 / 65 R16 ส่วนสีของตัวถังมีให้เลือกมากถึง 6 สี คือ White, Silver Mica Metallic, Red Mica Metallic, Bronze Mica Metallic, Bordeaux Mica, Black Mica

ภายในห้องโดยสารใช้สีแบบทูโทน
ภายในห้องโดยสารใช้สีแบบทูโทน

พวงมาลัยหุ้มหนังพร้อมกับปุ่มควบคุมเครื่องเสียง
พวงมาลัยหุ้มหนังพร้อมกับปุ่มควบคุมเครื่องเสียง

จอแสดงผลเป็นแบบระบบสัมผัสหน้าขอขนาด 7 นิ้ว
จอแสดงผลเป็นแบบระบบสัมผัสหน้าขอขนาด 7 นิ้ว
 

มาตราวัดเรืองแสงแบบ Combination Meter
มาตราวัดเรืองแสงแบบ Combination Meter 

ภายในห้องโดยสารของ Toyota Rush 2018  จะออกแบบมาโดยใช้สีแบบทูโทนแต่จะเน้นไปทางโทนสีดำเพื่อเพิ่มความเป็นสปอร์ตที่ดูดุดันและแข็งแกร่ง เสริมอารมณ์สปอร์ตอีกนิดด้วยการเดินตะเข็บด้วยด้ายแดง เบาะนั่งจะแบ่งเป็น 3 แถว 7 ที่นั่ง เบาะนั่งหุ้มหนังด้วยผ้าสีดำ พวงมาลัยหุ้มหนังพร้อมกับปุ่มควบคุมเครื่องเสียง จอแสดงผลเป็นแบบระบบสัมผัสหน้าขอขนาด 7 นิ้ว รองรับ Miracast, Weblink, Bluetooth และ Waze  ลำโพง 8 ตำแหน่งรอบคันเพื่อให้ผู้โดยสารทุกคนได้รับความบันเทิงอย่างทั่วถึง และนอกจากนี้ยังมีระบบกุญแจ Smart Keyless Entry ปุ่ม Push Start Button มาตราวัดเรืองแสงแบบ Combination Meter ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแสดงผลบนจอดิจิตอล 

เครื่องยนต์เบนซิน รหัส 2NR แบบ 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร DOHC Dual VVT-i
เครื่องยนต์เบนซิน รหัส 2NR แบบ 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร DOHC Dual VVT-i 

Toyota Rush 2018  มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน รหัส 2NR แบบ 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร DOHC Dual VVT-i ที่ให้กำลังสูงสุด 104 แรงม้า (PS) ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 136 นิวตันเมตร ที่ 4,200 รอบ/นาที จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ หรือ เกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหลัง

ระบบความปลอดภัยถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง
ระบบความปลอดภัยถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง

ระบบความปลอดภัยของ Toyota Rush 2018  ทาง Toyota ก็ได้จัดมาเพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้โดยสารแบบครบครัน ได้แก่ ระบบเบรก ABS / EBD / BA, ระบบช่วยออกตัวทางลาดชัน HSA, ระบบเปิดไฟฉุกเฉินเมื่อเบรกกะทันหัน ESS, ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว VSC, ไฟเตือนคาดเข็มขัดนิรภัย 7 ตำแหน่ง, ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง, กล้องมองภาพขณะถอยจอด

แต่สำหรับราคา Toyota Rush 2018 ในประเทศไทยนั้นยังไม่สามารถระบุได้เพราะยังไม่มีแผนเปิดตัว ดังนั้นถ้าใครที่กำลังเล็งและจับตามอง Toyota Rush 2018 อยู่ก็ขอให้อดทนรออีกนิดและติดตามข่าวคราวของ Toyota Rush 2018 ได้ที่ www.toyota.co.th เพื่อ Update สถานการณ์ และจะได้ไม่พลาดข่าวสารของ www.toyota.co.th  

ดูเพิ่มเติม:

ความคิดเห็นของผู้อ่าน 0
เรียงลำดับตาม:
ร่วมแสดงความคิดเห็น อีเมลของคุณจะไม่ปรากฏบนเว็บไซต์
กรุณากรอกข้อมูลของคุณ