น้ำมันเครื่องรถยนต์จริงๆ แล้วมีกี่ประเภท

20 เม.ย 2561    

น้ำมันเครื่องรถยนต์ในปัจจุบันมีมากหมายหลายชนิด และหลายเกรดมาก ซึ่งจะแต่ละชนิดแต่ละเกรดก็จะมีความเหมาะl,กับเครื่องยนต์ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งโดยทั่วไปน้ำมันเครื่องรถยนต์จะมี 3 แบบ

น้ำมันเครื่องรถยนต์จริงๆ แล้วมีกี่ประเภท

น้ำมันเครื่องรถยนต์จริงๆ แล้วมีกี่ประเภท

เคยสงสัยกันบ้างไหมว่าจริงๆ แล้ว น้ำมันเครื่อง ที่เราใช้เติมรถยนต์กันอยู่ทุกวันนี้มีกี่ประเภทกันแน่ มีหลายคนที่ไม่ค่อยจะมีความรู้เลยว่าน้ำมันมันเครื่องที่อยู่ในรถนั้นเป็นน้ำมันเครื่องประเภทไหน เพราะเมื่อครบกำหนดระยะที่ต้อง เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ก็จะแค่ นำรถเข้าศูนย์ แล้วก็ให้ช่างเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องให้ เสร็จเรียบร้อยแล้วก็นำรถออกมาใช้งานเท่านั้นก็ถือว่าเสร็จสิ้นกระบวน

ซึ่งจริงๆ แล้วการเป็นผู้ขับขี่รถยนต์ควรจะมีความรู้รอบด้านเกี่ยวกับรถยนต์ไม่มากก็น้อย ซึ่งวันนี้ Khaorot.com จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกันว่าจริงๆ แล้วน้ำมันเครื่องรถยนต์มีกี่ประเภท

น้ำมันเครื่องรถยนต์ในปัจจุบันมีมากหมายหลายชนิด และหลายเกรดมาก ซึ่งจะแต่ละชนิดแต่ละเกรดก็จะมีความเหมาะl,กับเครื่องยนต์ที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งโดยทั่วไปน้ำมันเครื่องรถยนต์จะมี 3 แบบ ดังนี้

1. ชนิดของ น้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน  จะแบ่งออกเป็น 3 ประเภท ซึ่งแต่ละประเภทก็จะบอกถึงอายุการใช้งานโดยเรียงจากน้อยไปหามาก ได้แก่

- น้ำมันเครื่องธรรมดา ที่ผลิตจากน้ำมันแร่ (Mineral Oil)

- น้ำมันเครื่องกึ่งสังเคราะห์  (Semi-Synthetic,Synthetic Blend) ผลิตจากน้ำมันแร่ และน้ำมันพื้นฐานสังเคราะห์

- น้ำมันเครื่องสังเคราะห์  (Fully Synthetic) ผลิตจากน้ำมันหล่อลื่นพื้นฐานสังเคราะห์

น้ำมันเครื่องมีผลต่อเครื่องยนต์

น้ำมันเครื่องมีผลต่อเครื่องยนต์

ซึ่งน้ำมันเครื่องรถยนต์ทั้ง 3 ประเภทนี้ น้ำมันเครื่องสังเคราะห์จะมีคุณสมบัติทนต่อความร้อนสูงได้ดีที่สุดและยังไหลได้ดีที่อุณหภูมิต่ำ อีกทั้งยังมีอายุการใช้งานนานกว่าน้ำมันเครื่องรถยนต์อีก  2 ประเภท แต่เมื่อคุณภาพดีราคาก็ต้องสูงตามไปด้วย

1. แบ่งตามชนิดความหนืดของน้ำมันเครื่อง ซึ่ง ความหนืดของน้ำมันเครื่อง จะเป็นตัวป้องกันการสึกหรอของชิ้นส่วนเครื่องยนต์  เพราะถ้าหากน้ำมันเครื่องมีความหนืดน้อยเหลวเกินไปก็จะทำให้ก็ไม่สามารถแทรกเข้าไปเคลือบระหว่างชั้นผิวของชิ้นส่วนเครื่องยนต์ได้ หรือถ้าหากน้ำมันเครื่องมีความหนืดมากเกินไปก็จะทำให้ไม่สามารถปั๊มไปล่อลื่นส่วนต่างๆ ของเครื่องยนต์ได้  ซึ่งความหนืดของน้ำมันเครื่องจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

  • น้ำมันเกรดเดียว (Monograde) ซึ่งน้ำเครื่องรถยนต์เกรดเดียวนี้จะแบ่งตามความข้นใส ซึ่งสมาคมวิศวกรรมยานยนต์แห่งสหรัฐอเมริกา หรือ SAE (Society Of Automotive Engineers) ได้แบ่งไว้ดังนี้ SAE 20, 30, 40, 50 และ 60 สำหรับใช้ในเขตร้อน ส่วนที่ใช้ในเขตหนาวจะเป็น SAE 0W, 5W, 10W,15W, 20W, 25W อักษร W (Winter)
  • น้ำมันเครื่องเกรดรวม (Multigrade) น้ำมันเครื่องรถยนต์เกรดรวมนี้จะมีค่าความหนืดสูงเพราะสามารถทนต่อการเปลี่ยนแปลงของอากาศได้ดีกว่าน้ำมันเกรดเดียว เพราะสามารถใช้งานได้ทั้งสภาพอากาศร้อนและเย็น อย่างเช่น SAE 5W-40, 10W-30, 15W-40, 20W-50 เป็นต้น

2.  แบ่งตามชั้นคุณภาพด้านการใช้งาน การแบ่งตามคุณภาพด้านการใช้งานของน้ำมันเครื่องนั้นมีหลายสภาบันที่เป็นผู้แบ่งเกรด แต่ที่นิยมมากที่สุดก็คือ สถาบันปิโตเลียมแห่งสหรัฐอเมริกา API (American Petroleum Institute)   ซึ่งแบ่งตามประเภทของเครื่องยนต์ ดังนี้

  • น้ำมันเครื่องสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล  จะใช้อักษร C (Commercial Service) นำหน้า เรียงตามลำดับ ได้แก่ 

API  CA, CB, CC, CD, CD-II, CE, CF-4, CF, CF-2, CG-4, CH-4, CI-4, CI-4PLUS  และสูงสุดในปัจจุบันคือ CJ-4

  • น้ำมันเครื่องสำหรับเครื่องยนต์เบนซิน  จะใช้อักษร S (Station  Service) นำหน้า เรียงตามลำดับได้แก่

API  SA, SB, SC, SD, SE, SF, SG, SH, SJ, SL, SM และสูงสุดในปัจจุบันคือ SN โดย A,B,C,...,Nเป็นการแบ่งระดับชั้นคุณภาพของน้ำมันเครื่องที่ได้พัฒนาให้มีคุณภาพสูงขึ้น

ประเทศไทยจะน้ำมันเครื่องจำหน่ายเกือบทุกชั้นคุณภาพแต่จะยกเพียง SA, SB, CA, CB เท่านั้น

ประเทศไทยจะน้ำมันเครื่องจำหน่ายเกือบทุกชั้นคุณภาพแต่จะยกเพียง SA, SB, CA, CB เท่านั้น

ในประเทศไทยจะน้ำมันเครื่องจำหน่ายเกือบทุกชั้นคุณภาพแต่จะยกเพียง SA, SB, CA, CB เท่านั้นเนื่องจากเป็นนั้นมันเครื่องที่ไม่มีสารเติมแต่งหรือมีอยู่น้อยมากจึงไม่เหมาะสมกับการใช้งาน

หวังว่าความรู้นี้จะพอเป็นประโยชน์ และทำให้หลายๆ คนได้เข้าใจและรู้จักกับน้ำมันเครื่องมากขึ้น ถึงแม้จะไม่ได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ก็สามารถพูดคุยกับคนอื่นได้ว่าจริงๆ แล้วน้ำมันเครื่องรถยนต์มีกี่ประเภท

>> ตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่องแบบง่ายๆ ด้วยตัวเอง

>> ประโยชน์ของกล้องติดรถยนต์ ติดกล้องรถยนต์แล้วคุ้มไหม?

 

ดูเพิ่มเติม:

>> การตั้งศูนย์ล้อ เพื่ออะไร? คลิกอ่านเลย

>> อากาศร้อนแบบนี้ ต้องเติมลมยางเท่าไหร่ถึงจะพอดี

 

 

ความคิดเห็นของผู้อ่าน 0
เรียงลำดับตาม:
ร่วมแสดงความคิดเห็น อีเมลของคุณจะไม่ปรากฏบนเว็บไซต์
กรุณากรอกข้อมูลของคุณ