4 วิธีช่วยให้ขับรถได้อย่างมีสมาธิมากขึ้น

8 ม.ค 2562     โดย มนัส ช่วยบำรุง

เมื่อต้องขับรถผู้ขับขี่หลายรายย่อมมุ่งเป้าไปที่การตั้งสติและมีสมาธิจดจ่อไปที่การขับขี่รถบนท้องถนนและสังเกตป้ายจราจรต่างๆ วันนี้ข่าวรถนำวิธีการเรียกสมาธิในการขับรถให้ดียิ่งขึ้นมาฝากกันครับ

4 วิธีช่วยให้ขับรถได้อย่างมีสมาธิ

4 วิธีช่วยให้ขับรถได้อย่างมีสมาธิ

หากผู้ขับขี่ต้องขับรถไปในระยะทางที่ไกล หรือ ขับรถอยู่บนท้องถนนสิ่งหนึ่งที่ผู้ขับขี่ควรระลึกถึงอยู่เสมอนั้น คือ สติ และ สมาธิ เนื่องจากสองสิ่งนี้จะช่วยให้ผู้ขับขี่นำยานพาหนะไปถึงจุดหมายได้อย่างปลอดภัยและไร้ซึ่งอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้อยู่ตลอดเวลาเมื่อขับรถทั้งจากตัวของผู้ขับขี่เองและเพื่อนร่วมทางเพราะฉะนั้นในการขับรถทุกครั้งเมื่อผู้ขับขี่ตั้งสติอยู่บนความไม่ประมาทแล้วก็ย่อมที่จะขับรถได้อย่างมีความสุขนำพาครบครัวไปท่องเที่ยวในทริปวันหยุดได้อย่างปลอดภัย ข่าวรถนำแนวทางการเรียกสมาธิในขณะขับรถ 4 แนวทางมาให้ชมกันครับ

1.ไม่ควรขับรถระยะทางไกลโดยไม่จอดพัก เมื่อผู้ขับขี่ต้องขับรถไปในระยะทางไกล หรือ เส้นทางที่มีลักษณะเป็นทางตรงในระยะเวลายาวนานย่อมส่งผลให้เกิดอาการเมื่อยล้า หรือ ง่วงนอนได้อีกเช่นกัน เพราะฉะนั้นผู้ขับขี่อาจจะใช้วิธีการจอดรถพักผ่อนอิริยาบถเพื่อให้ร่างกายสดชื่นและเรียกสมาธิกลับคืนมาในทุกๆ 120 กิโลเมตร หรือ ในระยะที่รู้สึกว่าต้องการพัก ส่วนในกรณีที่เริ่มรู้สึกว่าง่วงไม่สามารถที่จะขับรถต่อไปได้จริงๆก็ควรจอดแวะพักในจุดพักรถเพื่อนอนพักผ่อนเก็บแรงเมื่อหายง่วงดีแล้วจึงขับไปต่อ

ง่วงไม่ขับ

ง่วงไม่ขับ

2.ขับรถทางไกลควรมีเพื่อนไปด้วย ในการขับขี่รถระยะทางไกล หรือ เส้นทางข้ามจังหวัดเป็นที่แน่นอนอยู่แล้วว่าการมีเพื่อนร่วมทางไปด้วยนั้นยอมจะดีกว่าการเดินทางคนเดียว เนื่องจากผู้ขับขี่จะมีเรื่องพูดคุยในประเด็นต่างๆทั้งโศกเศร้า เหงาซึม และ สนุกสนานให้ได้ผ่อนคลายอยู่ตลอดการเดินทางอีกทั้งยังทำให้ไม่ง่วงอีกด้วย ในกรณีที่ผู้ขับขี่มีอาการเหนื่อยล้าก็สามารถที่จะสับเปลี่ยนผู้ขับขี่เพื่อขับรถต่อไปทำให้ไม่เสียเวลาในการเดินทางและยังส่งผลให้ร่างกายของผู้ขับขี่ได้พักผ่อนจนกลับมาสดชื่นพร้อมที่จะขับรถไปต่อได้อีกครั้ง

3.ไม่คุยโทรศัพท์ในขณะขับรถ ในหลายกรณีของการเกิดอุบัติเหตุล้วนแล้วแต่มีสาเหตุเริ่มต้นมาจากการคุยโทรศัพท์ในขณะขับรถ ถึงแม้ว่าในปัจจุบันมีการใช้ระบบแฮนด์ฟรีเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่แต่ก็ยังมีความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุอยู่ดี ทั้งนี้ผู้ขับขี่สามารถที่จะแก้ปัญหาได้ง่ายๆเพียงแวะจอดข้างทางเพื่อรับโทรศัพท์ นอกจากจะไม่ทำให้ผู้ขับขี่ต้องเสียสมาธิในการขับรถแล้วยังช่วยให้สามารถเจรจากับคู่สนทนาได้อย่างไม่ติดขัด หรือ ต้องมากังวลกับรถคันอื่นที่อาจเฉี่ยวชนกันได้อีกด้วย

มีสติทุกครั้งเมื่อขับรถ

มีสติทุกครั้งเมื่อขับรถ

4.มีสติอยู่เสมอเมื่อขับรถ ในขณะที่ผู้ขับขี่ต้องทำการขับรถควรตั้งสติจดจ่ออยู่กับเส้นทาง สภาพถนน และ รถที่ใช้ถนนร่วมกัน เนื่องจากอุบัติเหตุสามารถที่จะเกิดขึ้นได้ทุกที่ อีกทั้งควรใช้สายตาสอดส่องมองสภาพสิ่งแวดล้อมในระหว่างทางที่ขับไปด้วยเพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากกรณีรถตัดหน้า หรือ การเฉี่ยวชนกับสัตว์จำพวกสุนัขซึ่งมักจะออกมาอยู่บริเวณพื้นผิวถนนให้ได้เห็นอยู่เป็นประจำ

นอกจากนี้แล้วผู้ขับขี่ไม่ควรที่จะจัดท่านั่งให้มีลักษะถอยห่างจากพวงมาลัยจนแขนเหยียดตรงจนเกินไป เนื่องจากท่านั่งดังกล่าวจะทำให้ผู้ขับขี่ทำการเหยียบเบรก หรือ เปลี่ยนเกียร์ได้ยากยิ่งขึ้น กอปรกับในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุก็อาจจะทำให้เข็มขัดนิรภัยที่ถูกติดตั้งเอาไว้ทำงานได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพอีกด้วย

สำหรับผู้ขับขี่ที่มีการใช้รถอยู่เป็นประจำควรขับรถโดยตั้งอยู่บนความไม่ประมาทเพื่อให้ไปถึงจุดหมายได้อย่างปลอดภัยไร้ซึ่งการสูญเสียครับ

...

ดูเพิ่มเติม

ความคิดเห็นของผู้อ่าน 0
เรียงลำดับตาม:
ร่วมแสดงความคิดเห็น อีเมลของคุณจะไม่ปรากฏบนเว็บไซต์
กรุณากรอกข้อมูลของคุณ