4 นิสัยที่ต้องหยุด เมื่อขับรถยนต์เกียร์ AUTO
11 มิ.ย 2561     โดย Khan-Chit

คงต้องทำความคุ้นเคยกันใหม่ เมื่อต้องเปลี่ยนจากเกียร์กระปุกมาเป็นเกียร์ออโต้ หลายคนคงเจอเหตุการณ์นี้ ขยับไปที่ “N” เมื่อหยุดรถ แต่พอออกตัวกลับขยับไปที่ “R”แทนต้วยความเคยชินซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้อาจสร้างความเสียหายให้กับรถที่คุณรักได้


เมื่อขับเกียร์AUTO


ระบบเกียร์ออโต้

แม้ว่าเกียร์กระปุกจะยังคงเป็นที่นิยมในหมู่คนส่วนมาก เพราะให้ความรู้สึกถึงการขับขี่มากกว่า แต่คงปฏิเสธไม่ได้ว่าระบบเกียร์ออโต้ก็ได้รับการยอมรับไม่น้อย สำหรับผู้ที่ชื่นชอบความสะดวกสะบาย ใช้งานง่ายกว่า ทำให้หลายคนอาจเผลอ ไม่ระมัดระวังในการใช้ระบบเกียร์ออโต้ โดยหลักๆมี4จุดดังนี้


กลับมาที่ “N” เมื่อหยุดรถ

1. กลับมาที่ “N” ขณะรถวิ่ง

หลายคนชอบเข้าโหมด “N”ขณะที่รถวิ่งใกล้ถึงไฟแดงหรือจุดจอดเพราะคิดว่าจะประหยัดน้ำมัน หารู้ไม่ว่าการทำเช่นนี้จะทำให้คุณสูญเสียการควบคุมรถ ทำให้ไม่สามารถจัดการได้เมื่อเกิดสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด นอกจากนี้เกียร์อัตโนมัติในปัจจุบันยังสามารถควบคุมการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงจากประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ ดังนั้นจำนวนกลับมาที่ “N” จึงไม่ช่วยให้คุณประหยัดน้ำมันขึ้น


เปลี่ยนเกียร์เดินหน้า-ถอยหลัง ขณะรถวิ่ง

2. เปลี่ยนเกียร์เดินหน้า-ถอยหลัง ขณะรถวิ่ง

ควรหยุดรถให้สนิทก่อน แล้วค่อยเปลี่ยนเกียร์เคลื่อนไปข้างหน้า (D)หรือถอยหลัง (R) เพราะการเปลี่ยนเกียร์กระทันหันอาจทำให้กล่องเกียร์ทำงานผิดปกติได้


เหยียบคันเร่งก่อนเข้า “D”

3. เหยียบคันเร่งก่อนเข้า “D”

หลายคนคงติดความเคยชินจากการเหยียบคันเร่งเล็กก่อนเปลี่ยนเกียร์ออกตัวรถเช่นระบบเกียร์กระปุก แต่ในทางกลับกัน หากทำเช่นนั้นกับเกียร์ออโต้ จะทำให้เกิดความเสียหายและการสึกหรอบนสายพานส่งกำลัง ซึ่งเวลาซ่อมต้องถอดยกชุด อีกทั้งค่าใช้จ่ายก็ไม่น้อยทีเดียว


เข้าโหมด “P” ขณะที่รถไม่ได้จอดนิ่ง

4. เข้าโหมด “P” ขณะที่รถไม่ได้จอดนิ่ง

หากเข้า “P” โดยที่รถไม่ได้จอดสนิท จะทำให้ระบบล็อคกล่องเกียร์เสียหายได้ ซึ่งระบบล็อคนี้เป็นการล็อคกล่องเกียร์เพื่อป้องกันรถเคลื่อนไปข้างหน้าหรือถอยหลังนั่นเอง

จะเห็นได้ว่าแม้ระบบเกียร์ออโต้จะใช้ง่าย สะดวกสะบายมากกว่า แต่ถ้าหากใช้ไม่ถูกวิธีก็ทำให้เกิดความเสียหายแก่รถคู่ใจของคุณได้เช่นกัน ดังนั้นจึงควรระลึกอยู่ตลอดเวลาว่าเกียร์ออโต้ไม่เหมือนเกียร์กระปุก โดยเฉพาะพฤติกรรมทั้ง 4 ข้างต้นควรระมัดระวังเป็นพิเศษ

ดูเพิ่มเติม:
10 ข้อที่ควรรู้เมื่อขับรถกลางคืน
6 อาการที่แสดงให้รู้ว่าช่วงล่างรถยนต์กำลังมีปัญหา

ความคิดเห็นของผู้อ่าน 0
เรียงลำดับตาม:
ร่วมแสดงความคิดเห็น อีเมลของคุณจะไม่ปรากฏบนเว็บไซต์
กรุณากรอกข้อมูลของคุณ