ช่วยด้วย!!! รถดับกลางอากาศต้องทำอย่างไร

17 พ.ค 2561     โดย น้ำเพชร

ถ้าวันใดวันหนึ่งเกิดเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้นหละ อย่างเช่น ขับๆ ไปแล้วรถเกิดดับกลางอากาศมาซะอย่างนั้นจะทำอย่างไร ง่ายๆ เลยคือตั้งสติ แล้วทำตามคำแนะนำดังนี้

ช่วยด้วย!!! รถดับกลางอากาศต้องทำอย่างไร
ช่วยด้วย!!! รถดับกลางอากาศต้องทำอย่างไร

ในทุกช่วงเวลาที่คุณใช้รถใช้ถนนอยู่นั้น คุณไม่ทางรู้ได้เลยว่ารถของคุณมีแสดงอาการเกเรขึ้นมาเมื่อไหร่ เพราะทุกวันนี้ชีวิตของทุกคนค่อยข้างจะเร่งรีบไปซะทุกเรื่อง จนทำให้ไม่มีเวลาที่จะหันมาดูแลรักษาและตรวจสอบสภาพรถ รออย่างเดียวคือเสียส่งเข้าอู่หรือเข้าศูนย์เพื่อจัดการรักษาไปตามอาการ แล้วถ้าวันใดวันหนึ่งเกิดเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้นหละ อย่างเช่น ขับๆ ไปแล้วรถเกิดดับกลางอากาศมาซะอย่างนั้นจะทำอย่างไร ง่ายๆ เลยคือตั้งสติ แล้วทำตามคำแนะนำดังนี้

 

เมื่อรถเกิดดับนิ่งสนิทกลางอากาศ สิ่งแรกที่ต้องทำคือตั้งสติแล้วก็เปิดไฟฉุกเฉินเพื่อรถคันอื่นรู้ว่ารถของคุณกำลังมีปัญหา แล้วเครื่องยนต์ดับแต่รถยังไหลไปก็อย่าเพิ่งตกใจจนเหยียบเบรกแบบกะทันหันให้ค่อยๆ เหยียบเบรกทีละนิดๆ ประคองรถไว้แล้วปล่อยให้รถไหลไป เพราะถ้าคุณเหยียบเบรกแบบกะทันหันแล้วก่อนรถดับเป็นช่วงที่ใช้ความเร็วสูงและมีรถตามมาด้านหลังอาจจะทำให้เกิดการชนท้ายก็ได้ จากนั้นก็ให้ปลดเกียร์มาอยู่ในตำแหน่งเกียร์ว่าง และให้ลองสตาร์ทรถใหม่อีกครั้ง ถ้าโชคชะตาเข้าข้างสตาร์ทติดก็ให้ค่อยๆ ประคองรถเข้าไหล่ทางแล้วจอดรถเพื่่อเช็คสภาพรถอีกครั้งว่ามีอะไรผิดปกติหรือไม่ อย่าเพิ่งใจร้อนขับรถต่อไปเพราะเครื่องยนต์อาจจะมีปัญหาและเกิดน๊อคหรือเสียหายมากกว่าเดิม

- ถ้าออกตัวรถด้วยเกียร์ 2 บ่อยๆ ระวังรถพังไม่รู้ตัว

- วิธีรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเมื่อเกิดขึ้นขณะอยู่บนท้องถนน

ตรวจสอบเครื่องยนต์
ตรวจสอบเครื่องยนต์

แต่ถ้าโชคร้ายสตาร์ทแล้วเครื่องยนต์ไม่ติดอย่าเพิ่มบิดกุญแจไปที่ตำแหน่ง Off หรือ Lock โดยเด็ดขาด แต่ให้กุญแจอยู่ในตำแหน่ง ACC เพราะจะทำให้ยังสามารถควบคุมพวงมาลัยต่อไปได้ จากนั้นก็ให้พยายามใช้แรงเฉื่อยที่รถกำลังวิ่งอยู่นำรถเข้าสู่ไหล่ทาง หรือถ้ามีเพื่อนร่วมทางก็ให้ช่วยกันเข็นรถเข้าไหล่ทาง แต่ถ้าไม่สามารถทำได้เลยทั้ง 2 วิธี ก็ให้เหยียบเบรกแล้วปล่อยสลับกัน 3-4 ครั้ง เพื่อแจ้งให้รถคันหลังทราบว่ารถของคุณกำลังมีปัญหาและไม่สามารถขับเคลื่อนต่อไปได้ และหลังจากรถจอดสนิทแล้วก็ให้ค่อยๆ เหยียบเบรกจนรถจอดสนิทต่อจากนั้นก็ให้ดึงเบรกมือเพื่อป้องกันรถไหล และทำการตรวจสอบบนหน้าปัดว่ามีสัญลักษณ์อะไรโชว์บ้าง  ดูว่าเกจ์วัดความร้อนและปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ตำแหน่งใด มีไฟสัญลักษณ์อะไรแจ้งบ้าง จากนั้นก็ให้บิดกุญแจมาที่ตำแหน่ง Off  และลองสตาร์ทรถอีกครั้งดูว่าสตาร์ทติดไหม

โทรแจ้งช่างหรือศูนย์บริการในพื้นที่ใกล้เคียง
โทรแจ้งช่างหรือศูนย์บริการในพื้นที่ใกล้เคียง

ถ้ารถสตาร์ทไม่ติด ไม่วาจะลองกี่ครั้งก็ให้รีบโทรแจ้งช่างหรือศูนย์บริการในพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อทำการตรวจเช็คและซ่อมได้ตรงจุด ซึ่งปัญหาเหล่านี้ถือว่าเป็นได้ทั้งเหตุสุดวิสัยและอาจจะเกิดจากการที่ผู้ขับขี่ไม่ใส่ใจดูแลรักษาและตรวจเช็คความพร้อมของเครื่องยนต์และของเหลวในรถยนต์ คือขับอย่างเดียวไม่มีการตรวจเช็คเพียงแค่จำว่าอีกเมื่อไหร่ต้องเข้าศูนย์เพื่อเปลี่ยนถ่ายของเหลวและตรวจเช็คตามระยะเท่านั้น จริงๆ แล้วไม่ต้องรอให้ถึงวันนั้นแล้วค่อยให้ช่างเป็นผู้ดูแลตรวจเช็ค แต่คุณสามารถตรวจเช็คเบื้องต้นได้ด้วยตัวเอง เพราะอุปกรณ์และชิ้นส่วนต่างๆ อาจจะเกิดความเสียหายได้ก่อนเวลาอันควร

ดูเพิ่มเติม: รู้กันหรือไม่ทำไมมันเครื่องหาย ทั้งๆ ที่เพิ่งเปลี่ยนถ่าย

ความคิดเห็นของผู้อ่าน 0
เรียงลำดับตาม:
ร่วมแสดงความคิดเห็น อีเมลของคุณจะไม่ปรากฏบนเว็บไซต์
กรุณากรอกข้อมูลของคุณ