จะทำอย่างไร เมื่อต้องขับรถทั้งที่น้ำท่วมขัง?

12 ม.ค 2562     โดย BearsSmiley

บางครั้งการขับรถในสังคมเมืองแล้วเจอฝนตกอย่างหนัก ก็คงจะต้องเจอสภาพถนนที่น้ำท่วมขังอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่รู้หรือไม่ว่าการขับรถในสภาพแบบนี้มักทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้

การที่ฝนตกหนักมากนั้น ทำให้เกิดภัยน้ำท่วมโดยเฉพาะบริเวณถนนที่ไม่มีการระบายน้ำ และเมื่อน้ำท่วมบนพื้นถนน ก็ทำให้ยากต่อการคาดเดาความลึกของน้ำเช่นกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่อันตรายเพราะเราไม่ทราบว่าสภาพพื้นถนนที่เรากำลังขับขี่อยู่นั้นเป็นอย่างไร และหากน้ำเข้าไปยังท่อไอเสียและเครื่องยนต์แล้วนั้น แน่นอนว่าจะส่งผลให้รถยนต์ของคุณดับแน่นอน แล้วจะทำอย่างไรหากต้องขับรถทั้งที่มีน้ำท่วมขัง ให้ปลอดภัยหายห่วง ทางทีมงาน Khaorot มีวิธีง่ายๆให้มาลองทำ ดังต่อไปนี้

เทคนิคการขับรถเมื่อเจอน้ำท่วมขัง
เทคนิคการขับรถเมื่อเจอน้ำท่วมขัง

1. ปิดแอร์รถยนต์

การเปิดแอร์ขณะที่ใช้รถยนต์นั้น ถือเป็นเรื่องปกติที่หลายคนต่างก็มักทำกันเป็นประจำอยู่แล้ว แต่คงจะไม่ใช่กับการขับรถในสภาพน้ำท่วมขังจากฝนที่ตกอย่างหนักแน่นอน เพราะการเปิดแอร์ในขณะที่รถจอดแช่น้ำ จะส่งผลให้พัดน้ำที่อยู่บนถนนกระจายไปทั่วห้องเครื่อง และอาจจะทำให้เครื่องยนต์ดับได้

2. ใช้เกียร์ต่ำ

หากเป็นรถเกียร์กระปุก ควรใช้เกียร์ 2 แต่หากเป็นเกียร์อัตโนมัติควรใช้เกียร์ L และขับด้วยความเร็วต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้และต้องเป็นความเร็วที่สม่ำเสมอ เพื่อส่งผลให้รอบรถนิ่งมากที่สุด นอกจากนี้ การขับรถบนสภาพถนนที่มีน้ำท่วมขังจะต้องลดความเร็วลงด้วย เพราะหากสวนทางกับรถอีกคันอาจจะทำให้น้ำของทั้งฝั่งเราและอีกฝั่งประทะกัน จนส่งผลให้เกิดผลเสียต่ออุปกรณ์ภายในรถตามมา

การเลือกใช้ความเร็วต่ำและการขับอย่างระมัดระวังเมื่อเจอสภาพถนนที่มีน้ำท่วมขัง

การเลือกใช้ความเร็วต่ำและการขับอย่างระมัดระวังเมื่อเจอสภาพถนนที่มีน้ำท่วมขัง

3. อย่าเร่งเครื่อง

การเร่งเครื่องเพื่อที่จะเพิ่มความเร็วมากขึ้นนั้น ถือเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะหลายคนมักกลัวว่าน้ำจะเข้าเครื่องแล้วเครื่องจะดับได้ แต่ความจริงแล้วการเร่งเครื่องจะส่งผลให้เครื่องมีความร้อนสูง ใบพัดจะทำงาน และน้ำจะถูกดันเข้าห้องเครื่องแทน

4. ไม่ควรดับเครื่องยนต์เมื่อถึงจุดหมายปลายทาง

เมื่อถึงจุดหมายปลายทางแล้วให้จอดรถยนต์ทิ้งไว้เสียก่อนสักครู่หนึ่ง เพื่อให้น้ำที่อาจจะมีค้างอยู่ในหม้อพักไอเสียระเหยออกมาให้หมด หากดับเครื่องยนต์เร็วเกินไปอาจจะทำให้เครื่องน็อคหรือมีน้ำค้างในหม้อพักจนเกิดผลเสียตามมาในอนาคตได้

5. ย้ำเบรกไล่น้ำ

สำหรับรถเกียร์อัตโนมัติให้ย้ำเบรกเพื่อไล่น้ำออกจากระบบเบรก ส่วนรถเกียร์กระปุก ให้ย้ำคลัทช์เพื่อป้องกันคลัทช์ลื่นนั่นเอง

6. กะระดับน้ำกับความสูง

การกะระดับน้ำกับความสูงของรถจะช่วยให้เราเซฟเครื่องยนต์และอุปกรณ์ของตัวรถได้เป็นอย่างดี เพราะหากเป็นระดับน้ำที่ลึก แล้วเป็นรถเก๋งหรืออีโคคาร์ก็คงจะลำบากไม่ใช่น้อย เพราะมีความเสี่ยงที่จะได้รับผลเสียเต็มๆ หากสามารถกะระยะก็จะสามารถเลือกเส้นทางที่ควรสัญจรได้ อย่างเช่น หากเป็นรถเก๋ง ความสูงของน้ำที่รับได้ก็คือ 5-10 เซนติเมตร แต่หากสูงกว่านี้ก็ควรหลีกเลี่ยงเส้นทางนั้นจะดีกว่า

......

อ่านเพิ่มเติม : 

ความคิดเห็นของผู้อ่าน 0
เรียงลำดับตาม:
ร่วมแสดงความคิดเห็น อีเมลของคุณจะไม่ปรากฏบนเว็บไซต์
กรุณากรอกข้อมูลของคุณ