หน้าฝนนี้เช็คสภาพใบปัดน้ำฝนอย่างไรให้พร้อมและวิธีเลือกซื้อใบปัดน้ำน้ำฝนที่ดีมีคุณภาพ

22 พ.ค 2562     โดย Palist

หลังจากผ่านฤดูร้อนกันอย่างเต็มเหนี่ยวไปแล้วก็ถึงเวลาชุ่มฉ่ำกับช่วงฤดูฝนสำหรับผู้ใช้รถยนต์บนท้องถนนอุปกรณ์ของรถยนต์ที่สำคัญอย่างยิ่งในช่วงฤดูนี้คงหนีไม่พ้น อุปกรณ์ที่ปัดน้ำฝน ที่ต้องทำงานหนักกับทุกสภาพความแรงของฝนเพื่อช่วยให้ทัศนวิสัยการขับขี่ของผู้ขับรถปลอดโปร่งตลอดทุกเส้นทางแม้ยามฝนตก บทความฉบับนี้เราจึงมาแนะนำวิธีการตรวจสอบสภาพการใช้งานของที่ปัดน้ำฝนเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ช่วงวสันตฤดู นี้ พร้อมแนะนำ ที่ปัดน้ำฝนยี่ห้อดีมีคุณภาพเพื่อความคงทนในการใช้งาน


การตรวจสอบสภาพของใบปัดน้ำฝน พร้อมแนะนำและรีวิวใบปัดน้ำฝนที่ดีมีคุณภาพยี่ห้อดัง

ใบปัดน้ำฝน ถือเป็นอุปกรณ์ที่มีความจำเป็นที่รถยนต์ทุกคันต้องมีเพราะทำหน้าที่ปัดน้ำ, ปัดเศษใบไม้, แมลง, เศษดินโคลน หรือแม้กระทั่งฝุ่นละอองต่างๆ ที่เกาะอยู่บนกระจกบังลมหน้าและหลัง (หรือในรถบางรุ่นมีติดตั้งที่ไฟหน้ารถด้วย) ให้หลุดออกพร้อมทำความสะอาด โดยเฉพาะในฤดูฝนที่ใบปัดน้ำฝนต้องทำหน้าที่อย่างหนักเพื่อทัศนวิสัยการขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น ดังนั้น เราจึงควรหมั่นดูแลให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา สำหรับวิธีการสังเกตว่าถึงได้เวลาหรือยังที่จะต้องเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนไม่ให้เสื่อมสภาพต้องทำอย่างไรบ้างบทความนี้เราจะมาแนะนำวิธีง่ายๆ เพื่อการดูแลรักษาใบปัดน้ำฝนให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพรวมไปถึงการแนะนำใบปัดน้ำฝนที่ดีคงทนเหมาะสมกับทุกสภาวะการใช้งาน จะมีรายละเอียดอย่างไรบ้างไปดูกัน

วิธีการดูแลรักษาใบปัดน้ำฝนของรถยนต์

ใบปัดน้ำฝนมีอายุการใช้งานนานเท่าไหร่ ?

ในฤดูฝนที่รถยนต์ต้องใช้งานที่ปัดน้ำฝนอย่างหนักเพื่อความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้ใช้ถนนควรทำการเปลี่ยนใบปัดน้ำฝนเป็นประจำทุกปี ทั้งนี้ เนื่องจากใบปัดน้ำฝนโดยทั่วไปจะมีอายุการใช้งานประมาณ 6 - 12 เดือน ขึ้นอยู่กับการใช้งานและวัสดุที่ใช้ในการผลิตแต่เราจะ ดูแลสภาพใบปัดน้ำฝนอย่างไรให้ยังดูดีและใช้งานได้ได้ต่อเนื่องต้องทำอย่างไรบ้างมีข้อสังเกตดังนี้

1. สังเกตยังไงว่าใบปัดน้ำฝนของคุณหมดอายุการใช้งาน ?

ใบปัดน้ำฝนเมื่อผ่านการใช้งานมาระยะเวลาหนึ่งทีปัดน้ำฝนจะมีประสิทธิภาพการทำงานลดลง ซึ่งอาจทำให้ไม่ปลอดภัยเวลาขับขี่ โดยมีอาการหลายอย่างที่บอกถึงการเสื่อมสภาพของที่ปัดน้ำฝนได้แก่ ใบปัดเป็นรอยทำให้ปัดน้ำได้ไม่หมด ใบปัดสะดุด มีเสียงดังเวลาปัด และใบปัดฉีกขาด

2. ใบปัดน้ำฝนที่ไม่ได้ใช้งานเป็นเวลานานควรเปลี่ยนหรือไม่

ถึงแม้ไม่ค่อยไดใช้งาน ใบปัดน้ำฝนก็ยังต้องรับกับสภาวะต่างๆ นอกตัวรถเช่น แสง UV และความร้อนจากแสงแดด หรือมลภาวะและฝุ่นต่างๆ ที่มีผลกระทบกับประสิทธิภาพการทำงานของใบปัดซึ่งทำมาจากยาง ทำให้เรามีความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนที่ปัดน้ำฝนตามอายุการใช้งานเพื่อความปลอดภัย

วิธีการเปลี่ยนที่ปัดน้ำฝนด้วยตัวเอง

 แนะนำวิธีการเลือกซื้อที่ปัดน้ำฝน

การเลือกซื้อใบปัดน้ำฝนที่มีคุณภาพควรเลือกใบปัดน้ำฝนที่ผลิตจากวัสดุและเนื้อยางที่มีคุณภาพดี เพื่อให้ทัศนวิสัยที่ดีในการขับขี่และสามารถใช้งานได้นาน ใบปัดน้ำฝนที่ดี ส่วนโครงของใบปัดน้ำฝน ควรทำจากวัสดุที่เป็นโลหะทั้งโครง เพื่อช่วยป้องกันการกระพือจากแรงลมในขณะใช้ความเร็วสูง และสามารถเพิ่มน้ำหนักในการรีดน้ำให้เรียบอีกด้วย นอกจากนี้ เนื้อยางใบปัดน้ำฝนก็มีส่วนสำคัญ ควรพิจารณาเลือกซื้อใบปัดน้ำฝนที่มีเนื้อยางสูตรเฉพาะ ที่เหมาะสำหรับการใช้งานในประเทศเขตร้อน อย่างประเทศไทยซึ่งจะมีคุณสมบัติพิเศษที่สามารถคงคุณภาพยางไม่ให้เสื่อมเร็วเกินไป ที่สำคัญใบปัดน้ำฝนบางชนิดอาจมีราคาถูก แต่อาจจะเสื่อมประสิทธิภาพภายหลังการใช้งานเพียง 1-2 ครั้ง เนื่องจากผลิตด้วยวัสดุที่มีคุณภาพต่ำ ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ขับขี่ได้ส่วนข้อสำคัญอีกเรื่องคือ รถแต่ละรุ่นจะใช้ใบปัดน้ำฝนขนาดที่แตกต่างกัน ในการเปลี่ยนใบปัดน้ำฝน จึงควรจะดูขนาดที่ระบุอยู่ในคู่มือของรถรุ่นนั้นๆ หรือสามารถเทียบดูรุ่นรถที่ระบุไว้บนกล่องใบปัดน้ำฝนได้เช่นกัน ใน กรณีที่ติดใบปัดผิดขนาด ถ้าเล็กไปจะทำให้รัศมีในการปัดน้อยลง ทำให้ทัศนะวิสัยในการขับขี่ไม่ดี ถ้าใหญ่ไปใบปัดอาจจะเลยขอบกระจก ทำให้ใบปัดเสีย และอายุการใช้งานน้อยลง การเลือกซื้อยางปัดน้ำฝนที่แนบสนิทกับกระจกบังลมหน้า-หลังได้ดี มีความยืดหยุ่นและมีขนาดพอดีกับก้านปัดน้ำฝนเท่านั้น ทั้งนี้เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งาน

แนะนำวิธีการเลือกซื้อใบปัดน้ำฝน

แนะนำและรีวิวใบปัดน้ำฝนที่ดีที่สุดพร้อมราคา

การเลือกใบปัดน้ำฝนที่ดีมีคุณภาพย่อมทำให้อายุการใช้งานของอุปกรณ์เหล่านี้มีอายุการใช้งานที่คงทนและมีระบบการทำงานที่มีประสิทธิภาพในทุกสภาพการใช้งานซึ่งใบปัดน้ำฝนที่จำหน่ายอยู่ในท้องตลาดมีอยู่หลากหลายยี่ห้อ แต่บทความนี้เราจะมีแนะนำใบปัดน้ำฝนยี่ห้อที่มีคุณภาพ  3 ยี่ห้อพร้อมกับอธิบายรายละเอียดคุณสมบัติของที่ปัดน้ำฝนยี่ห้อเหล่านี้ว่ามีดีอย่างไรบ้างพร้อมราคา ดังนี้

1. ใบปัดน้ำฝนยี่ห้อ BOSCH ราคา 250- 800 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นขนาดหรือแหล่งจำหน่าย)


ใบปัดน้ำฝนยี่ห้อ BOSCH 

คุณสมบัติและรายละเอียดโดยรวม

  • เนื้อยางสูตรใหม่ ออกแบบพิเศษ เพื่อใช้งานในประเทศเขตร้อน
  • การตัดเนื้อยางที่แม่นยำ ขอบยางเรียบคม เพื่อประสิทธิภาพการปัดที่สามารถกวาดสิ่งสกปรกออกได้อย่างหมดจด
  • โครงใบปัดน้ำฝน ผลิตจากเหล็กทั้งหมดรับกับหลักอากาศพลศาสตร์
  • เนื้อยางผสมสารกราไฟต์ ช่วยลดแรงเสียดทานและเสียงรบกวนขณะใช้งาน
  • โครงใบปัดผลิตจากเหล็กและเคลือบสารชนิดพิเศษ ทำให้โครงเหล็กทนทานต่อการผุกร่อนและรังสียูวี
  • มีตัวล็อกแบบ Quick-Clip สามารถติดตั้งได้ง่ายดายและรวดเร็ว

ข้อมูลเพิ่มเติม :http://az.bosch-automotive.com/th/

2.  ใบปัดน้ำฝนยี่ห้อ 3M  ราคา 209-264 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นขนาดหรือแหล่งจำหน่าย)


ใบปัดน้ำฝนยี่ห้อ 3M

คุณสมบัติและรายละเอียดโดยรวม

  • การออกแบบอุปกรณ์เป็นไปตามหลักอากาศพลศาสตร์
  • ใบปัดโค้งพอดีกับรูปร่างตามธรรมชาติของกระจกรถยนต์ของคุณเพื่อให้มีการใช้แรงกดตามความยาวของใบมีดน้ำเศษและแมลงจะถูกปัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  •  เพรียวบางและใช้งานง่ายด้วยเทคโนโลยีล่าสุดใบปัดน้ำฝนเหล่านี้จะทำความสะอาดกระจกรถยนต์โดยไม่ทิ้งรอยขีดข่วนหรือทำให้เสียหาย
  •  ปลายใบปัดน้ำฝน มีซิลิโคนคุณภาพสูงซึ่งอ่อนโยนต่อกระจกหน้าทำให้ใบปัดน้ำฝน 3M ทนทานต่อรังสี UV และทนความร้อน สามารถทนต่อสภาพอากาศที่รุนแรง 

ข้อมูลเพื่มเติม :https://www.3mdelivery.com/car-wiper-blade/sct/21

3. ใบปัดน้ำฝนยี่ห้อ DENSO ราคา 100 -300 บาท (ขึ้นอยู่กับรุ่นขนาดหรือแหล่งจำหน่าย)


ใบปัดน้ำฝน DENSO

คุณสมบัติและรายละเอียดโดยรวม 

  • ทำจากยางธรรมชาติทำให้มั่นใจได้ในความยืดหยุ่น ความทนทานต่อสภาพอากาศและใช้งานได้นาน
  • หมุดที่ใช้ยึดชิ้นส่วนทำจากเรซินป้องกันการเกิดสนิมและการกัดกร่อน และจากการทุ่มเทวิจัยผลิตภัณฑ์ทำให้ใบปัดน้ำฝนของเด็นโซ่มีน้ำหนักที่เบากว่า
  •  สามารถปัดกระจกรถได้อย่างมีประสิทธิภาพและไม่ส่งเสียงดังแม้ขณะทำงานระหว่างที่แล่นรถด้วยความเร็วสูง
  •  ใบปัดยางมีความทนทานและมีประสิทธิภาพการทำงานสูง

ข้อมูลเพิ่มเติม :https://www.denso.com/th/th/products-and-services/automotive-service-parts-and-accessories/

สำหรับทั้งหมดนี้ก็เป้นเรื่องราวของการดูแลสภาพการใช้งานและเลือกซื้อใบปัดน้ำฝนในเบื้องต้นที่น่าจะสามารถทำให้ผู้ขับขี่รถยนต์สัญจรบนท้องถนนได้อย่างปลอดภัย และมั่นใจตลอดหน้าฝนนี้ได้อย่างสบายใจหายห่วงในทุกเส้นทางการขับขี่

ดูเพิ่มเติม

ความคิดเห็นของผู้อ่าน 0
เรียงลำดับตาม:
ร่วมแสดงความคิดเห็น อีเมลของคุณจะไม่ปรากฏบนเว็บไซต์
กรุณากรอกข้อมูลของคุณ