รวบรวมปัญหาจากประสบการณ์ของผู้ใช้ TOYOTA SIENTA พร้อมเสนอแนะวิธีแก้ไขปัญหาเบื้องต้น

6 ธ.ค 2561     โดย Palist

ไม่มีอะไรสมบูรณ์แบบไปหมดทุกอย่าง รถครอบครัวอย่าง TOYOTA SIENTA เองแม้จะดูภายในและภายนอกสมบูรณ์แบบแต่หากได้รู้จักสนิทสนมกับเจ้ารถ MPV ทรงน่ารักทันสมัยไสตล์เจแปนก็เจอกับปัญหาที่ทำให้ผู้ใช้หงุดหงิดได้ไม่ต่างกัน


TOYOTA SIENTA รถยนต์ MPV 7 ที่นั่งสำหรับครอบครัวยุคใหม่

TOYOTA Sienta  MPV 7 ที่นั่งที่มีการเปิดตัวในประเทศไทยมา 2 ปีกว่าๆ  เพื่อเอามาต่อกรกับคู่แข่งอย่าง Honda Freed โดยจุดเด่นอยู่ที่ดีไซน์ภายนอกของ Sienta ถูกออกแบบภายใต้แนวคิด ‘Active&Fun’ มาพร้อมดีไซน์ภายนอกแตกต่างจากรถมินิแวนทรงกล่องทั่วไป ซึ่งระบุว่าคล้าย ‘รองเท้าปีนเขา’ ซึ่งแสดงถึงความสวยงาม, อรรถประโยชน์, ความกระฉับกระเฉง และต้องการเดินทางออกไปยังโลกภายนอกตลอดเวลา

โฆษณาของ TOYOTA SIENTA เมื่อช่วงเข้ามาวางตลาดในไทยใหม่ๆ 
สำหรับภายในถูกออกแบบให้ดูเรียบๆ ดูสบายตา การวางตำแหน่งปุ่มถือว่าทำได้ดีมาก ใช้งานง่าย หน้าปัดตัวเลขชัดเจนดี เบาะคู่หน้าวางตำแหน่งวิสัยทัศน์ได้ไม่แย่ เบาะตอนที่ 2 แอบเล็กไปนิดนึงแต่ก็นั่งได้อย่างสบาย Legroom กว้างดี สามารถปรับเอนได้ เบาะตอนที่ 3 แคบไปหน่อย ไม่ค่อยเหมาะกับผู้ใหญ่ น่าจะให้เด็กๆ นั่งมากกว่า วัสดุภายในก็ตามค่าตัว
คอนโซลหน้าพร้อมหน้าปัดที่ดูสบายตา
 
สำหรับข้อดีข้อเสียจากรีวิวผู้ใช้งานจริงก็ค่อนข้างเป็นไปในทิศทางกลางๆ มีทั้งข้อดีและจุดที่มีปัญหาที่ไม่ถึงกับเป็นข้อเสีย ในด้านของข้อดีไม่ว่าจะเป็น ความกว้างขวางในห้องโดยสารที่แม้แต่คนที่มีสรีระสูงใหญ่ก็มีพื้นที่เหลือสบายๆ พื้นที่ใช้งานอเนกประสงค์ดี ไฟหน้า/ไฟท้าย สวยดี ดูแล้วเพลินตาทรรศนะวิศัยกระจกมองหลัง ไม่มีอะไรบัง แม้ว่าจะมีคนนั่งรถเต็มคัน ก็มองเห็นถนนด้านหลังชัดเจนจอข้อมูลกลางเรือนไมล์ เหมือนจะมีฟังก์ชั่นเยอะ แต่จริงๆก็ไม่ได้มีอะไรพิเศษมาก โดยรวมสวยงาม ดูทันสมัยดี ติที่นาฬิกาไม่ Sync กับวิทยุจอกลางจอข้อมูลกลางเรือนไมล์ เน้นข้อมูลเรื่องการประหยัดน้ำมัน มีกราฟ มีให้คะแนน เหมือนรถ Hybridประตูเลื่อน ใช้งานง่าย ขึ้น-ลง สะดวก ตอนเลื่อนปิด ถ้าชนอะไรก็จะหยุดเอง และความสะดวกสบายต่างๆที่มีอยู่ในห้องโดยสาร
 
พื้นที่ภายในห้องโดยสารและความสะดวกสบายของ TOYOTA SIENTA (2018)
TOYOTA SIENTA MPV

แต่ยังไงก็ตาม TOYOTA Sienta   เองก็มีปัญหาจุกจิกอยู่ไม่น้อยที่สร้างความหงุดหงิดใจให้กับผู้ขับขี่ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นพ่อบ้านของครอบครัวใหญ่ที่นิยมใช้รถรุ่นนี้ ซึ่งเราจะมาสรุปถึงปัญหาจากประสบการณ์ของผู้ใช้จริง แต่ละประเด็น พร้อมแนะนำวิธีการแก้ไขปัญหา Sienta  ที่แก้ได้ให้หายจุกจิกไปได้ไม่มากก็น้อยตามหัวข้อด้านล่างดังนี้

ปัญหาเครื่องยนต์อัตราเร่ง

สำหรับผู้ที่ใช้รถยนต์รุ่นนี้อาจเจอปัญหาของการออกตัวช้าเหมือน CVT ทดรอบไม่ทันต้องใช้ระยะเวลาซักพักจับจังหวะยากเครื่องเหมือนไม่มีกำลังอาจเป็นเพราะเป็นรถยนต์ที่ตั้ง โปรแกรมมาเพื่อให้ประหยัดน้ำมัน จึงทำให้อัตราการเร่งไม่ค่อยเร็วนัก แต่เพราะเป็นรถยนต์แบบครอบครัวพ่อบ้านที่รักความเร็วคงต้องทำใจระดับนึงโดยอัตราเร่ง Toyota Sienta โดยตามอัตราการเร่ง 0-100 = 15.5 วินาที และ 80-120 = 11.2 วินาที

คลิปโชว์อัตราการเร่งของ TOYOTA SIENTA

วิธีแก้ปัญหา ก็คือเพิ่มการเหยียบคันเร่งให้เยอะให้ตัว CVT ทดรอบสูงช่วยโดยเฉพาะขับขี่ในการชันหรือขึ้นเนิน รวมถึงเลือกชนิดของน้ำมันที่เติมก็มีผลกับอัตราการเร่งของรถยนตืเช่นกัน นี่เป็นเพียงการแก้ไขปัญหาบางส่วนเท่านั้น เพราะอาการเหล่านี้ไม่ได้หายได้ทันที เนื่องจากมีส่วนอื่นๆที่อาจจะควบคุมอยู่อีกทีก็ได้

ปัญหาช่วงล่าง/การควบคุม

มีคนไปทดลองขับบอกว่าพวกมาลัยไม่คืนตัวทรงตัวการและการเข้าโค้งไม่ดีสำหรับช่วงล่างถึงจะไม่กระด้างแต่ก็ไม่นุ่มถึงกับสบายทั้งที่ๆเป็นรถครอบครัวออกแนวเช่นรถยนต์ของToyota ทั่วๆไป มีจุดด้อยมากกว่าจุดเด่นส่วนเรื่องของการควบคุมรถเวลาเบรครถหน้าจะทิ่มเยอะเวลาเบรคแรงๆเหมือนกับแรงเบรคกระจายยังไม่ดีรวมถึงการทรงตัวของรถ ซึ่งการขับทางไกลๆต้องระวังเป็นพิเศษ

วิธีแก้ไข กรณีพวงมาลัยหากมันคืนตัวช้าต้องพยามจับจังหวะให้ได้และเร่งเครื่องนิดนึงมันก็น่าจะควบคุมให้คืนได้อย่างปลอดภัยรวมถึงด้านการควบคุมในส่วนต่างๆ ต้องพยายามจับจังหวะให้คุ้นชินอย่างเช่นเบรคต้องมีการกะระยะและจังหวะให้ดี

ปัญหาเสียงเครื่องยนต์รบกวนเข้ามาในห้องโดยสาร

เสียงรบกวนในห้องโดยสาร Sienta นั้นเสียงเร่งเครื่องยนต์ดังเข้ามาในห้องโดยสารพอสมควร เทียบกับสองคันเก่าที่ใช้อยู่ ก็ยังเก็บเสียงได้เป็นรองแต่เวลาขับจริงๆ ที่ความเร็ว 80km/h เสียงกลับมาอยู่ในโซนเดียวกันกับอีกสองคัน เพราะว่ายังไม่ถึงจุดที่มีเสียงลม และรอบเครื่องก็อยู่ที่พันกลางๆ

โดยการแก้ปัญหาเหล่านี้หากผู้ขับขี่ค่อนข้างซีเรียสกับเรื่องของการเก็บเสียงแนะนำวิธีแบบบ้านๆโดยยกมา 3 วิธี ดังนี้

วิธีแรก การพ่นซุ้มล้อ ปัจจุบันมีสเปรย์สำหรับพ่นใต้ซุ้มล้อ (Rubberized Undercoating) วิธีทำก็ง่ายมาก เพียงพ่นลงไปยังบริเวณใต้ซุ้มล้อทั้ง 4 ข้าง แล้วปล่อยให้แห้งประมาณ 30 นาที โดยวัสดุที่พ่นจะมีลักษณะเป็นยางเคลือบสีดำ ที่สามารถป้องกันเสียงจากล้อเข้ามายังโดยสารได้ในระดับหนึ่ง โดยสเปรย์ 1 กระป๋อง จะสามารถใช้ได้ 1 ซุ้มล้อ ราคาจำหน่ายอยู่ที่ประมาณ 200-300 บาทเท่านั้น หรือ เปลี่ยน/เสริมยางขอบประตู


ภาพตัวอย่างการพ่นซุ่มล้อ

วิธีที่สอง ขอบประตูเป็นอีกจุดสำคัญที่ทำให้เสียงภายนอกสามารถเล็ดลอดเข้ามายังห้องโดยสารได้ หากใช้รถที่มีอายุอานามพอสมควร เป็นไปได้ว่ายางขอบประตูเริ่มเสื่อมสภาพ จนทำให้เสียงเข้ามายังห้องโดยสารได้มากขึ้น ยางขอบประตูปัจจุบันมีให้เลือกทั้งของแท้ ของเทียบเทียมมากมาย ทางที่ดีควรเลือกที่มีลักษณะเหมือนกับของเดิม เช่น ของเดิมเป็นแบบนวมยางชั้นเดียว ก็ควรเลือกของใหม่ที่เป็นนวมยางชั้นเดียวเช่นกัน จะทำให้ไม่มีปัญหาปิดประตูยาก

ภาพประกอบยางขอบประตู

วิธีที่สาม หากยางขอบประตูยังมีสภาพใหม่อยู่ แต่กลับมีเสียงรบกวนเข้ามาค่อนข้างชัด ก็สามารถเลือกติดตั้งยางกันเสียงเพิ่มเติมได้ ซึ่งจะเป็นการติดคนละตำแหน่งกับยางขอบประตูเดิม ก็จะช่วยกรองเสียงรบกวนเข้ามาได้อีกชั้นหนึ่ง ราคาจำหน่ายก็มีหลากหลาย ส่วนใหญ่มักอยู่ราว 2-3 พันบาท และสุดท้ายแดมป์พื้น/ประตูซึ่งวิธีที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอก ก็คือ การแดมป์รอบคัน โดยใช้วัสดุซับเสียง (Sound Deadening) ซึ่งการติดตั้งควรเลือกช่างที่ไว้ใจได้ เพราะการแดมป์จำเป็นต้องรื้อเบาะนั่งและพรมภายในรถออก เพื่อติดตั้งแผ่นซับเสียงลงบนพื้นตัวรถ, ผนังซุ้มล้อ และผนังกั้นระหว่างห้องเครื่องยนต์ จึงควรเลือกช่างที่มีประสบการณ์ในการถอด-ประกอบเป็นอย่างดี นอกจากนั้น การแดมป์ประตูยังเป็นอีกหนึ่งอ็อพชั่นที่หลายคนเลือกทำเช่นกัน เพื่อลดเสียงรบกวนรอบข้างให้ลดลงน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ซึ่งราคาค่าติดตั้งก็ป้วนเปี้ยนตั้งแต่หมื่นต้น ไปจนถึงหลายหมื่นบาท ขึ้นอยู่กับวัสดุซับเสียงและร้านติดตั้งด้วย


การใช้วัสดุซัปเสียงพื้นรถ (Sound Deadening) 

สำหรับวิธีแก้ปัญหาเบื้องต้นนี้เป็นวิธีที่ช่วยลดปัญหาเสียงรบกวนภายในห้องโดยสารลงได้ แต่อย่างไรก็ดี ผลลัพธ์ที่ได้ก็ขึ้นอยู่กับรุ่นรถและวัสดุที่ใช้ ซึ่งทำให้การซับเสียงแตกต่างกันไปด้วย

สรุป

สำหรับ ปัญหาของ TOYOTA SIENTA  นั้น ถือเป็นปัญหาที่สามารถพบได้ในรถยนต์ทั่วไปด้วยเช่นเดียวกัน หลักๆแล้วมักจะมาจากการใช้งานของรถที่อาจจะไม่ถูกประเภทโดยเฉพาะการขับรถในบ้านเราที่จะเน้นการใช้ความเร็วไม่ว่าจะเป็นรถประเภทไหนก็ตาม แน่นอนว่าปัญหาที่พบนั้นสามารถแก้ไขได้ที่การคำนึงถึงจังหวะการขับขี่ประสบการณ์และเน้นที่ความปลอดภัยให้สมกับเป็นหนึ่งในรถครอบครัวที่ได้รับความนิยมใน พ.ศ.นี้

ดูเพิ่มเติม :

รีวิวรถยนต์ 7 ที่นั่งที่น่าซื้อที่สุด ปี 2018 ตามสไตล์ครอบครัวคุณ

รถครอบครัวราคาไม่เกิน 800,000 บาท มีอยู่จริงหรือ ???

ความคิดเห็นของผู้อ่าน 0
เรียงลำดับตาม:
ร่วมแสดงความคิดเห็น อีเมลของคุณจะไม่ปรากฏบนเว็บไซต์
กรุณากรอกข้อมูลของคุณ