Toyota Rush ดีจริงหรือไม่

10 ก.ค 2561     โดย มนัส ช่วยบำรุง

Toyota Rush ยอดรถไซส์ Mini MPV ที่เตรียมถูกนำเข้ามาทำตลาดภายในประเทศไทยภายใต้การสร้างจุดเด่นให้รถรุ่นนี้เป็นรถครอบครัวที่เพียบพร้อมไปด้วยฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกครบครัน

เรียกเสียงกระหึ่มจากแฟนคลับได้เป็นอย่างดีเมื่อโตโยต้าเตรียมนำ Toyota Rush 2018 เข้ามาเปิดตัวภายในประเทศไทยช่วงอนาคตอันใกล้นี้ถือเป็นการนำเข้ามาเพื่อทดแทน Toyota Avanza ซึ่งไม่ค่อยประสบความสำเร็จจากการทำตลาดในประเทศมากนัก อีกทั้งโตโยต้า รัช โฉมใหม่ 2018 ยังได้รับการดีไซน์ให้ภายนอกดูมีรูปลักษณ์เฉพาะตัวมากยิ่งขึ้นในแบบ Mini MPV ผสานกับการออกแบบภายในที่เน้นการเสริมฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกเข้าไปอย่างเต็มที่พร้อมด้วยเบาะนั่งถึง 7 ที่นั่งสามารถปรับพับเพื่อเพิ่มพื้นที่ใช้สอยได้ตามความต้องการ พร้อมทั้งให้กำลังเร่งอย่างเต็มที่ผ่านเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 104 แรงม้า ในราคาเริ่มต้นประมาณ 619,475-674,735 บาท นับได้ว่าน่าสนใจเลยทีเดียว เรามาชมกันว่าผู้ใช้งานสื่อโซเชียลมีความคิดเห็นต่อรถยนต์รุ่นนี้กันอย่างไรบ้างครับ

Toyota Rush 2018
Toyota Rush 2018

1. ภายนอก Toyota Rush

Toyota Rush 2018 ถูกเปิดตัวเป็นที่แรกในประเทศอินโดนีเซียซึ่งได้รับความนิยมจากผู้ขับขี่ชาวอิเหนาเป็นอย่างมากถือเป็นการทำตลาดแข่งขันกันกับ Mitsubishi Xpander ซึ่งเป็นรถยนต์ในเซกเมนท์เดียวกัน โดยโตโยต้า รัช ได้ถูกดีไซน์รูปโฉมภายนอกให้มีความคล้ายคลึงกับ Toyota Fortuner ภายใต้ไฟหน้าแบบ LED เสริมด้วยไฟ LED Light Guiding กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวปรับและพับได้ด้วยไฟฟ้า และ ไฟท้ายแบบ LED

โดยผู้ใช้งานสื่อออนไลน์รายหนึ่งในเว็บไซต์พันทิปได้ให้นิยามของ Toyota Rush รุ่นนี้ว่ามีการดีไซน์รูปลักษณ์ภายนอกให้คล้ายคลึงกับรุ่นที่ผลิตจำหน่ายในประเทศอินโดนีเซีย หรือ แทบไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงภายนอกเลยซึ่งได้มีการโพสต์ข้อความดังกล่าวเอาไว้ดังนี้

ความคิดเห็นที่ 1

ตรงกลาง มัน อินโด๊ อินโด....สไตล์  เนอะ คนออกแบบเอาใจ ตลาดที่โน่นมากกกก   แล้วก็ประหยัด ไม่เปลี่ยนแบบ เวลามาขายไทย ..(ลดต้นทุน)

พอจะรู้แล้ว ว่าทำไม หลายปีหลังๆ โตต้า ถึง มีการตกแต่งข้างในได้ ไม่เอาเหนียง ลามไปถึง อัลติส(ซึ่งกำลังปรับปรุงใหม่) ยกเว้นรุ้นใหญ่ จากโคโลล่า ขึ้นไป เพราะ ตัวใหญ่ แบบไปทางทันสมัย ต้องขายให้ไอ้กัน ยุโรป และ ฯลฯ ได้....

ของไทย อัลติส วีออส  (รุ่นก่อนนะ..ปัจจุบัน ต้องพลิก เพราะ ฮอนด้าแซงไปแล้ววว)  ติดเชื้อจากอินโด นี่เอง

อย่างว่า โตต้า กะตลาดใหญ่ อย่างอินโด  ก็เลยพาลไปให้แบบของอินโดสไตล์

แต่กะบะ ก็พอไปได้ เพียงแต่ว่า อีผูผุ  มาแรงแซงทางโค้ง และ ตั้งราคาอัด เต็มๆ  แต่พี่โต พยายามขายกะบะให้ถึง ล้านบาท ต่อคัน... เลยร่วงไปเลย  (แต่ตอนเดียวยังแข่งได้  ...)

ส่วนผู้ใช้งานสื่อโซเชียลอีกรายก็ได้แสดงความคิดเห็นถึงรูปลักษณ์ภายนอกของ Toyota Rush รุ่นเตรียมผลิตจำหน่ายในประเทศไทยไว้อีกเช่นกันด้วยมุมมองที่ว่าโตโยต้า รัช มีความคล้ายคลึงกับโตโยต้า อแวนซ่าซึ่งถูกเน้นการออกแบบให้สามารถขับลุยไปได้ในทุกเส้นทางพร้อมสมรรถนะเครื่องยนต์ที่ให้กำลังเร่งได้อย่างเต็มที่ โดยได้โพสต์ข้อความดังนี้

ความคิดเห็นที่ 2

คนซื้อเซียนต้า ไม่มอง ตัวนี้ครับ เพราะคนซื้อ เซียนต้าต้องการประตู slide ขึ้นลงง่าย เหมาะสำหรับคนแก่ เด็ก และ ครอบครัว ทีมี 5-6 คน

คนซื้อ rush น่าจะกลุ่มเดียวกับ avanza เน้นลุยนิด ๆ เพราะเป็นรถขับหลัง เน้นบรรทุก เน้นกำลัง

ตอบจากประสบการณ์ ที่ใช้ avanza มา 4 ปี และตอนนี้เปลี่ยนมาใช้ เซียนต้า

นอกจากรูปโฉมภายนอกที่มีความคล้ายคลึงกับโตโยต้า อแวนซ่าแล้ว ผู้ใช้งานเว็บไซต์พันทิปยังได้มีการกล่าวถึงจานเบรคด้านหน้าของโตโยต้า รัช ที่มีขนาดใหญ่พอๆกับ Honda BR-V ครอสโอเวอร์ตัวเก่งจากค่ายฮอนด้า พร้อมโพสต์ข้อความกล่าวว่า

ความคิดเห็นที่ 3

สังเกตดูแค่จานเบรคหน้าก็ดีกว่าอแวนซ่าแล้ว (ขนาดพอๆกับ BRV ซะที)
AVANZA นี่จานเบรคหน้าเล็กมาก เห็นแล้วตกใจ เหมือนรถเด็กเล่น จะเล็กไปไหน โตโยตาย ลดต้นทุนโคตร

2. ภายใน Toyota Rush

ภายใน Toyota Rush พร้อมให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสกับทุกฟังก์ชั่นความสะดวกสบายผ่านพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบ 3 ก้าน พร้อมหน้าจอแบบทัชสกรีนขนาด 7 นิ้ว ให้ความสดชื่นด้วยระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ เสริมด้วยการปรับแต่งช่องแดชบอร์ดให้มีความหรูหรามากยิ่งขึ้น สะดุดตาด้วยหัวเกียร์หุ้มหนัง สะดวกมากยิ่งขึ้นด้วยปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ Push Start ให้ทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยมผ่านกล้องมองหลัง และ เบาะนั่งแบบผ้าจำนวน 7 ที่นั่ง

โดยเบาะผ้าจำนวน 7 ที่นั่งนี้ในผู้ใช้สื่อโซเชียลบางรายมีการแสดงความคิดเห็นว่าเบาะนั่งในแถวที่ 3 ของรถรุ่นนี้มีความเปราะบางเป็นอย่างมากอีกทั้งยังไม่คุ้มค่ากับการจัดซื้อซึ่งได้โพสต์ข้อความลงในเว็บไซต์พันทิป กล่าวว่า

ความคิดเห็นที่ 1

กลัวว่า Toyota ไทยจะตั้งราคาตัว TOP ชน CHR ตัวเริ่มต้นหรือปล่าว ถ้าขายไม่ได้แล้วค่อยทำส่วนลดทีหลัง
ตัวนี้ถ้ามาไว น่าจะขายพอได้อยู่ เพราะยอดจอง Mitsu ตอนนี้ผลิตส่งมอบให้คนอินโดไม่ทัน กว่าจะมาขายไทยก็คงเกือบสิ้นปี
เบาะแถว 3 ดูวัสดุแล้วมันจะพอนั่งได้ไหม ดูแบนๆมากๆ เหมือนลดต้นทุนสุดๆ

แม้เบาะนั่งในแถวที่ 3 ของรถรุ่นนี้อาจไม่ถูกใจผู้ใช้งานสื่อโซเชียลบางรายแต่ก็ยังคงมีผู้ใช้งานเว็บไซต์พันทิปอีกรายที่ได้แสดงความคิดเห็นชื่นชมแนวทางการตกแต่งภายใน Toyota Rush ที่ถูกดีไซน์ให้สวยงามอีกทั้งราคาจำหน่ายที่ไม่เกิน 7.7 แสน ถือว่าคุ้มค่าเลยทีเดียวโดยได้โพสต์ข้อความไว้ดังนี้

ความคิดเห็นที่ 2

ก็ไม่แน่นะ  มีฐานผลิตในไทยทำไมโตโยต้าจะไม่ลองดูล่ะ
เอาไปฟัดกับโมบิลิโอ้ - BRV ได้อยู่ ภายในผมว่าสวยใช้ได้ครับ  ราคาไม่เกิน 770000  กำลังสวย

นอกจากนี้แล้วผู้ใช้สื่อออนไลน์อีกรายผ่านเว็บไซต์พันทิปได้มีการกล่าวถึงกระจกมองหลังที่มีการดีไซน์ไม่ถูกใจผู้ใช้งานมากนักซึ่งได้โพสต์ข้อความเอาไว้ดังนี้

ความคิดเห็นที่ 6

ยก avanza มาทั้งโครงเลยมั้ง .. โดยเฉพาะ กระจกมองหลัง ทำไมไม่ทำให้ติดกับกระจกบังลมหน้าไปเลย
ยังมียางมาดันไว้อีก  พอยางหลุดเท่านั้นแหละ มองรถคันหลังเป็นภาพสามมิติเลย หึหึ

3. เครื่องยนต์ Toyota Rush

Toyota Rush มาพร้อมกับขุมพลังเครื่องยนต์ 2NR แบบ 4 สูบ DOHC Dual VVT-I ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 104 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 136 นิวตัน-เมตร ที่ 4,200 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และ เกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ขับเคลื่อนด้วยล้อหลังช่วยเพิ่มสมรรถนะให้สามารถลุยได้ในทุกเส้นทาง

โดยผู้ใช้งานเว็บไซต์พันทิปรายหนึ่งที่ชื่นชอบระบบขับเคลื่อนด้วยล้อหลังใน Toyota Rush ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถขับรถรุ่นนี้ไปในหลากหลายเส้นทางมากขึ้น กอปรกับราคาจำหน่ายหากเทียบเท่ากับโตโยต้า อแวนซ่าสามารถทำตลาดภายในประเทศไทยได้อย่างแน่นอนซึ่งได้โพสต์ข้อความไว้ดังนี้

ความคิดเห็นที่ 1

ขับหลัง คนชอบก็ชอบเลย คนไม่คุ้นอาจจะไม่ชอบ ทรงคล้ายเอามาไฟว้ brv แต่ทั้งนี้ ถ้าราคาเท่า avanza ยังไงก็ขายได้

ส่วนผู้ใช้งานสื่อออนไลน์อีกรายในเว็บไซต์พันทิปได้โพสต์ข้อความแสดงความคิดเห็นถึงการติดตั้งเครื่องยนต์ใน Toyota Rush รุ่นเตรียมทำตลาดในไทยที่ต้องการให้เปลี่ยนเป็นเครื่องยนต์รุ่น 1TR เข้ามาแทนที่เนื่องจากคำนึงถึงสภาพการใช้งานภายในประเทศไทย กล่าวว่า  

ความคิดเห็นที่ 2

อยากให้ใช้เครื่อง 1 TR นะ เครื่องดีๆ คนไทยไม่ใช้ ปวดตับ

4. ระบบความปลอดภัย Toyota Rush

Toyota Rush มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยที่ให้มาอย่างครบครัน อาทิ ระบบเบรก ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบเสริมแรงเบรค BA อีกทั้งยังได้รับการติดตั้งระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชันแบบ HSA เสริมด้วยระบบไฟฉุกเฉินเมื่อเบรคกะทันหันแบบ ESS รวมถึงระบบช่วยควบคุมการทรงตัว VSC อีกทั้งยังได้รับการติดตั้งฟีเจอร์ความปลอดภัยอีกมากมาย เช่น ไฟเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยในทั้ง 7 ตำแหน่ง พร้อมถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง อีกทั้งยังให้ทัศนวิสัยดียิ่งขึ้นด้วยกล้องมองภาพขณะถอยหลัง

สำหรับการติดตั้งระบบความปลอดภัยที่เรียกได้ว่าจัดเต็มจากโตโยต้าเข้ามาในรถรุ่นนี้ช่วยเสริมให้ Toyota Rush ได้รับคำชื่นชมจากผู้ใช้งานสื่อโซเชียลซึ่งได้มีการกล่าวถึงระบบความปลอดภัยแบบดังกล่าวในเว็บไซต์ headlightmag มีข้อความดังนี้

ความคิดเห็นที่ 1

จุดขายสำคัญของ All NEW Toyota Rush นอกเหนือจากบรรยากาศภายในห้องโดยสารแล้ว ระบบความปลอดภัยก็เป็นจุดเด่นที่เหนือกว่าผู้ใดด้วยถุงลมนิรภัย 6 จุดในรุ่นบนสุด

5. สรุป

Totota Rush เป็นอีกหนึ่งในรถยนต์จากค่ายโตโยต้า ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในตลาดอินโดนีเซียรวมถึงในภูมิภาคอาเซียน สำหรับการเตรียมนำรถยนต์รุ่นนี้เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยของโตโยต้าเพื่อเสริมแทนที่รุ่นก่อนอย่าง Toyota Avanza ที่ไม่ได้รับความนิยมจากกลุ่มนักขับชาวไทยมากนักอีกทั้งยังต้องแข่งขันเพื่อแย่งส่วนแบ่งการตลาดกับ Honda BR-V และ Honda Mobilio ที่ทำตลาดอยู่ในปัจจุบันถือเป็นการสร้างโอกาสเพิ่มทางเลือกใหม่ให้ผู้ขับขี่ชาวไทยได้มีรถในตระกูล Mini MPV จากหลายๆค่ายให้ได้เลือกสรรกันนับเป็นนิมิตหมายอันดีแก่วงการรถบ้านเราเลยทีเดียวหากนำรถรุ่นนี้เข้ามาทำตลาดภายในประเทศ

ดูเพิ่มเติม:
รถยนต์สัญชาติอังกฤษ MG ZS บอกเล่าเก้าสิบ จากประสบการณ์ผู้ใช้จริง
รีวิวข้อดีข้อเสีย All New Toyota CH-R 2018 คุ้มค่าไหมที่จะซื้อ !

ความคิดเห็นของผู้อ่าน 02
เรียงลำดับตาม:
จุฑามาศ
จุฑามาศ : 
4 ธ.ค 2561

กนกกาญจน์
กนกกาญจน์ : 
1 พ.ย 2561

ร่วมแสดงความคิดเห็น อีเมลของคุณจะไม่ปรากฏบนเว็บไซต์
กรุณากรอกข้อมูลของคุณ