แนะนำ 5 อันดับรถดีในราคาไม่เกิน 7 แสนบาท

18 เม.ย 2562     โดย Palist

หากใครที่มีงบประมาณสำหรับผ่อนรถรวมดอกเบี้ยหรือเงินก้อนในการซื้อรถไม่เกิน 700,000 บาท บทความนี้ เราจะมาแนะนำพร้อมรีวิว 5 อันดับรถดีน่าใช้ใหม่เอี่ยมป้ายแดง ตั้งแต่ ซิตี้คาร์คันเล็ก ไปจนถึงจนถึงรถ SUV จาก 5 ค่ายรถยนต์ดังที่ยังจำหน่ายในราคาป้ายแดงออกศูนย์ฯ อยู่ในปัจจุบัน


แนะนำรถราคาไม่เกิน 7 แสนบาท

ถ้าพูดถึงรถยนต์ราคาไม่เกิน 7 แสนบาท ที่กำลังอยู่ในตลาดบ้านเรามีไม่เลือกหลากหลายตั้งแต่ รถยนต์ซิตี้คาร์คันจิ๋ว หรือจะเป็นซีดาน 4 ประตูไปจนถึงรถยนต์อเนกประสงค์แบบ SUV ที่หลายครอบครัวต้องการมีไว้ครอบครองในราคาค่าตัวไม่เกิน 7 แสนบาทหรือผ่อนรวมดอกเบี้ยแล้วก็ยังไม่เงินงบประมาณดังกล่าวโดยเรานำรถ 5 รุ่นยอดนิยมที่สุดจาก 5 ค่ายดังทั้งจากฝั่งญี่ปุ่นและฝั่งยุโรปซึ่งทุกคันที่เรานำมาแนะนำล้วนเป็นรถยนต์ป้ายแดงที่ยังจำหน่ายในโชว์รูมหรือตัวแทนจำหน่ายของทุกค่ายซึ่งจะมีคันไหนที่อยู่ในใจผู้อ่านบ้างไปดูกัน

รถยนต์ดีราคาไม่เกิน 7 แสนบาทมีรุ่นไหน ยี่ห้อไหนน่าซื้อ ?

1. SUZUKI SWIFT  ราคาเริ่มต้นที่ 499,000 บาท


SUZUKI SWIFT 2019

เริ่มด้วย SUZUKI SWIFT 2019  รถเก๋งซิตี้คาร์รุ่นเรือธงของค่าย Suzuki ที่เพิ่งปรับโฉมในเจนที่ 2 สำหรับจำหน่ายตลาดบ้านเราเมื่อต้นปีที่แล้วซึ่งถือเป็นรุ่นที่ชูหน้าตาชูตาที่สุดของค่าย ก่อนจะมี Jimny มาแย่งซีนไปเมื่อเดือนที่แล้ว SWIFT เป็นรถที่มีขนาดเล็กกะทัดรัด ที่เหมาะกับสาวๆ หนุ่มๆ วัยทำงาน หรือมือใหม่หัดขับที่ต้องการรถใหม่ป้ายแดงที่มีความคล่องตัว ที่เหมาะกับคนรุ่นใหม่ หรือวัยรุ่นเพิ่งทำงานที่ต้องการมีรถป้ายแดงคันแรกในชีวิตแบบเท่ห์ๆ 

รีวิว Suzuki Swift 2019

ALL NEW SUZUKI SWIFT รุ่นปัจจุบัน มาพร้อมกับดีไซน์สไตล์สปอร์ตที่แสนเร้าใจ และสามารถดึงดูดทุกสายตาที่ได้พบเห็นตั้งแต่ครั้งแรก  ALL NEW SUZUKI SWIFT 2019 มีความโดดเด่นในด้านการดีไซน์ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้า LED โปรเจคเตอร์ที่สามารถปรับระดับสูงต่ำได้ และยังมี Daytime Running Light ไฟส่องสว่างในช่วงเวลากลางวันที่ช่วยเพิ่มวิสัยทัศในการขับขี่ในช่วงเวลากลางวัน  ไฟหลังก็เป็นแบบ LED และยังมาพร้อมกับดีไซน์ที่สวยสะดุดตา ส่วนกระจังหน้าก็มาพร้อมกับดีไซน์สปอร์ตด้วยการตกแต่งด้วยลายเส้นสีแดง ส่วนมือจับประตูหลังก็ออกแบบมาในแนวเท่ๆ โดยดีไซน์ให้เรียบไปกับตัวรถ และเพิ่มความสวยในแนวสปอร์ตอีกนิดด้วยล้ออลูมิเนียมขนาด  16 นิ้ว เพื่อให้ผู้ขับขี่มีความมั่นใจในทุกการขับขี่ 

ภายในห้องโดยสารของ ALL NEW SUZUKI SWIFT 2019  ถึงภายนอกจะดูเล็กกะทัดรัดแต่ภายในห้องโดยสารก็กว้างขวางนั่งสบายไม่อึดอัด การออกแบบก็ไม่ต่างจากภายนอกเพราะ ALL NEW SUZUKI SWIFT 2019  เน้นการออกแบบทั้งภายนอกและภายในเป็นแนวสปอร์ต ส่วนคอนโซลกลางด้านหน้าก็ออกแบบมาโดยเบนเข้าหาผู้ขับขี่เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานให้กับผู้ขับขี่มากขึ้น  ส่วนเบาะนั่งก็ออกแบบมาให้โอบกระชับสรีระผู้ขับขี่เพื่อให้นั่งสบายตลอดการเดินทาง พื้นที่เก็บของด้านหลังสามารถเก็บของและสัมภาระได้มากถึง 265 ลิตร และสามารถปรับพับเบาะได้หลากหลายแบบด้วยการปรับพับเบาะแบบ 60:40 พวงมาลัยสามารถปรับได้ 4 ทิศทาง สูงต่ำ หน้าหลัง ได้ตามต้องการ มาตรวัดก็สไตล์ปอร์ตตกแต่งด้วยสายเส้นสีแดงและมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบ LCD  นอกจากนี้ ALL NEW SUZUKI SWIFT 2019 ยังมาพร้อมกับ Suzuki Smart Connect จอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว ที่สามารถรองรับทั้งความบันเทิงและการสื่อสาร รวมทั้งระบบการทำทาง และฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่าน Bluetooth ผ่าน Apple CarPlay iOS ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถสั่งงานผ่านระบบเสียงหรือการสัมผัสหน้าจอ รองรับการโทรเข้า โทรออก รับส่งข้อความ เพื่อให้ผู้ขับขี่ไม่พลาดทุการติดต่อ

ด้านสมรรถนะ ALL NEW SUZUKI SWIFT 2019 มาพร้อมกับเครื่องยนต์ใหม่ K12M ด้วยเทคโนโลยี DUALJET หัวฉีดคู่เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการฉีดเชื้อเพลิงและการเผาไหม้ที่ดีกว่าและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น แถมยังช่วยประหยัดน้ำมันได้มากถึง 23 กิโลเมตร / ลิตร  และยังเป็นไปตามมาตรฐานสากลรุ่นที่ 2 (ECO CAR PHASE II) ปิดท้ายด้วยด้านความปลอดภัยของ SUZUKI SWIFT  ที่มอบความปลอดภัยและความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารทุกเส้นทางด้วยระบบความปลอดภัยดังนี้

  •  Hill Hold Control ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน
  •  ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง ทั้งบริเวณคู่หน้า ด้านข้าง และม่านด้านข้าง เพื่อช่วยลดแรงกระแทกเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
  •  ระบบ ESP ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่เพื่อไม่ให้สูญเสียการควบคุมและเข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ
  •  ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TCS ช่วยในการควบคุมรถขณะที่ขับขี่ในช่วงถนนลื่นและช่วงที่เข้าโค้ง
  •  ระบบเบรก ABS ป้องกันไม่ให้ล้อล็อกขณะเบรกกะทันหัน
  •  ระบบเบรก EBD ช่วยกระจายแรงเบรกให้สมดุล

ราคา  SUZUKI SWIFT 2019  แบ่งตามรุ่นย่อยได้ดังนี้

  • SUZUKI SWIFT   รุ่น  GA CVT  ราคา 499,000 
  • SUZUKI SWIFT   รุ่น  GL CVT   ราคา 536,000
  • SUZUKI SWIFT   รุ่น  GLX CVT ราคา 609,000
  • SUZUKI SWIFT   รุ่น  GA CVT ราคา   629,000

2. TOYOTA VIOS 2019 ราคาเริ่มต้นที่ 609,000 บาท

TOYOTA VIOS 2019

มาที่ TOYOTA VIOS 2018-2019 รถเก๋ง 4 ประตู ซีดาน ของค่ายรถยนต์ขาใหญ่ในบ้านเราอย่าง TOYOTA ที่ครองเจ้าตลาดรถยนต์ประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ด้วย ราคา TOYOTA VIOS 2019 ที่เริ่มต้นเพียง 609,000 บาท เท่านั้น แต่กลับได้ทั้งความหรูหราระดับพรีเมียม รวมถึงสมรรถนะสูงด้วยเครื่องยนต์ 2NR-FBE DUAL VVT-i DOHC และเกียร์อัตโนมัติ CVT 7 สปีด พร้อม Sequential Shift ที่พร้อมจะพาคุณไปได้ในทุกเส้นทาง

แนะนำ Toyota Vios E CVT

TOYOTA VIOS มาพร้อมกับการออกแบบที่เน้นให้รูปลักษณ์ภายนอกดูดีหรูหราสไตล์สปอร์ต สร้างโดดเด่นให้กับตัวรถ TOYOTA VIOS 2018 ด้วยชุดไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์รมดำพร้อม LED Light Guideที่มาพร้อมกับไฟส่องสว่างเวลากลางวันDaytime Running Light แบบ LED กระจังหน้าสีเทาดำเมทัลลิค เพิ่มความเป็นสปอร์ตด้วยล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้วพร้อมยางขนาดกว้าง 195/50 R16  คิ้วกระโปรงท้ายรถตกแต่งด้วยแถบโครเมียม และยังมีกระจกบังลมหน้าแบบ Acoustic Glass ที่ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอกไม่ให้เข้าไปภายในห้องโดยสารได้อีกด้วย TOYOTA VIOS คันนี้มาพร้อมกับสีตัวถังให้เลือกมากถึง 6 สี คือ Red Mica Metallic, Gray Metallic, Silver Metallic, Super White, Attitude Black Mica, Quartz Brown Metallic

ภายในห้องโดยสารของ TOYOTA VIOS รุ่นนี้หรูหราสไตล์สปอร์ตไม่แพ้ภายนอก โดยจะเน้นการตกแต่งภายในห้องโดยสารด้วยโทนสีดำสลับแดง เบาะหนังตกแต่งสไตล์สปอร์ดหรูระดับพรีเมี่ยม ภายในห้องโดยสารกว้างขวางนั่งสบาย ส่วนพื้นที่ห้องโดยสารด้านหลังก็ออกแบบมาให้เป็นแบบเรียบจึงทำให้ผู้โดยสารสามารถเข้า-ออกได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น  และห้องเก็บสัมภาระด้านหลังก็ยังออกแบบมาให้กว้างและลึกเพื่อให้สามารถจัดเก็บสัมภาระได้เหลือเฟือ

ด้านสมรรถนะของ TOYOTA VIOS รุ่นนี้ นั้นก็ถือว่าดีเยี่ยมไม่แพ้ใคร เพราะ TOYOTA VIOS 2018 มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 2NR-FBE DUAL VVT-i DOHC เครื่องยนต์ 1,500 ซีซี ระบบวาล์วอัจฉริยะ 4 สูบ 16 วาล์ว กำลังแรงม้าสูงสุด 79 กิโลวัตต์(108 แรงม้า) ที่รองรับ E85 ช่วยประหยัดพลังงานเชื้อเพลิงและยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย TOYOTA VIOS 2018 ส่วนระบบช่วงล่างก็ยังปรับให้มีความนุ่มนวลและมั่นคงมากยิ่งขึ้นด้วยระบบกันสะเทือนหน้าอิสระแบบแมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลงด้านหลังแบบทอร์ชั่นบีมและคอยล์สปริง

ราคา TOYOTA VIOS 2019 ในราคาไม่เกิน 7 แสน ให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่นย่อย ดังนี้ 

  •  รุ่น J ราคา 609,000 บาท
  • รุ่น E ราคา 679,000 บาท 

*หมายเหตุ  รุ่น G ราคา 729,000 บาท และ รุ่น S ราคา 789,000 บาท

3. HONDA JAZZ  2019 ราคาเริ่มต้นที่ 555,000 บาท

HONDA JAZZ 2019

ขยับมาที่ Honda Jazz 2019 รถเก๋ง 5 ประตู ของค่าย HONDA  ที่ทั้งสวยโฉบเฉี่ยว ทันสมัย สไตล์สปอร์ต มาพร้อมกับดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวทรงสปอร์ตทันสมัยเข้ากับทุกไลฟ์สไตล์ของคุณ และพร้อมที่จะพาคุณเดินทางไปถึงเป้าหมายอย่างปลอดภัย ด้วยสมรรถนะเครื่อง i-VTEC 1.5 ลิตร และระบบความปลอดภัยที่ครบครันหายห่วงตลอดการเดินทางHonda Jazz รุ่นนี้ มาพร้อมกับเอกลักษณ์ที่เป็นตัวของตัวเองด้วยการออกแบบได้เป็นรถเก๋ง Hatchback สไตล์สปอร์ตสวยโดดเด่นรอบคันดูดีในทุกมุมมอง ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้าพร้อมไฟส่องสว่างในเวลากลางวันแบบ LED, กันชนหน้าแบบสปอร์ตพร้อมไฟตัดหมอกคู่หน้า, กระจังหน้าใหม่พร้อมสัญลักษณ์ RS (เฉพาะรุ่น RS), กระจกมองข้างสีดำพร้อมไฟเลี้ยว, กันชนหลังแบบสปอร์ต, ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตขนาด 16 นิ้ว

พรีวิว Honda JAZZ

ภายในห้องโดยสารของ Honda Jazz  มาพร้อมกับพื้นที่ในห้องโดยสารขนาดใหญ่ที่กว้างขวางนั่งสบายทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร และยังไม่ทิ้งความเป็นสปอร์ตด้วยการตกแต่งดีไซน์เบาะนั่งแบบใหม่ด้วยด้ายสีส้ม และยังมีเทคโนโลยีและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น One Push Ignition System ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ, มาตรวัดเรืองแสงพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID, ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ, เบาะนั่งด้านหลังสามารถปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่เก็บสัมภาระได้ถึง 4 แบบ คือ UTILITU MODE พับเบาะด้านหลังทั้ง 2 ด้าน เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระได้มากถึง 906 ลิตร, TAL MODE พับเบาะด้านหลังขึ้น เพื่อขยายพื้นที่เก็บสัมภาระในแนวสูงได้มากถึง 1,280 มม. , LONE MODE พับเบาะด้านหน้าและด้านหลังเพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระในแนวยาวได้มากถึง 2,480 มม. และ REFRESH MODE พับเบาะหน้าเชื่อมต่อเบาะด้านหลังเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการผ่อนคลายได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้น

Honda Jazz 2019 มาพร้อมกับเครื่องยนต์ i-VTEC 1.5 ลิตร 117 แรงม้า พร้อมระบบเกียร์ CVT ตอบสนองได้ทุกอารมณ์การขับขี่กับ 7-speed Paddle Shift   และเพิ่มความสะดวกสบายด้วยระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย และยังมาพร้อมกับระบบการขับขี่แบบประหยัดน้ำมัน ECO Assist รองรับพลังงานทางเลือก E85 เพื่อให้คุณทั้งขับขี่สนุกเร้าใจและยังช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมอีกด้วยด้านความปลอดภัยของ Honda Jazz 2019 ทาง HONDA ก็จัดมาให้แบบครบครันเพราะความปลอดภัยนั้นสำคัญได้แก่

  • ระบบถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง ถุงลมคู่หน้าแบบ Dual SRS ถุงลมด้านข้าง Side Curtain Airbags, Vehicle Stability Assist (VSA)
  • ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้งเพื่อให้ล้อรถสามารถยึดเกาะถนนอย่างมั่นคงทุกการขับขี่
  •  ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถบังคับพวงมาลัยได้ทันทีเมื่อมีการเบรกกระทัน และยังมาพร้อมกับระบบกระจายแรงเบรก EBD เพื่อช่วยให้การเบรกมีประสิทธิภาพมากขึ้น
  •  Hill Start Assist (HAS) ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน
  • G-Force Control (G_CON) โครงสร้างนิรภัยที่ช่วยป้องกันผู้โดยสารรอบทิศทางเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
  • Emergency Stop Signal (ESS) สัญญาณไฟฉุกเฉินแบบอัตโนมัติเมื่อมีการเบรกแบบกะทันหัน
  •  Multi-angel Rearview Camera กล้องหลังที่สามารถปรับมุมมองได้มากถึง 3 ระดับและยังช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการถอยหลังได้ดีมากขึ้น

Honda JAZZ  2019 มีรุ่นย่อยในราคาไม่เกิน 7 แสน ให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่น ดังนี้

  •   รุ่น SMT ราคา 555,000 บาท 
  •   รุ่นSCVT ราคา 594,000 บาท
  •   รุ่น V   ราคา 654,000 บาท
  •   รุ่น V+ ราคา 694,000 บาท

 *หมายเหตุ รุ่น RS ราคา 739,000 บาท และ รุ่น RS+ ราคา 754,000 บาท 

4. MAZDA2  2019 ราคาเริ่มต้นที่ 530,000  บาท

Mazda 2 Sedan 4 ประตู และ Hatback 5 ประตู

ต่อด้วยรถยนต์จากค่ายแดนอาทิตย์อุทัยขวัญใจวัยมันส์ อีกรุ่นอย่าง MAZDA2  2019  รถยนต์โฉมใหม่ที่เปิดตัวมาพร้อมเทคโนโลยี Sky-ACTIV Vehicle  Dynamic และเทคโนโลยี i-ACTIVSENE ให้ความนุ่มนวลและเกาะถนนมากยิ่งขึ้นควบคุมทุกการเข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ ทำให้มาสด้า 2 เป็นรถยนต์ที่ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานในสไตล์ของมาสด้า

รีวิว Mazda2 1.3 Hi-Connect

ภายในของ Mazda2  ใช้มาตรฐานแบบ 360° European Touch หรือความสปอร์ตพรีเมียมมาตรฐานยุโรป สะท้อนตัวตนเร้าใจในแบบคุณ ด้วยห้องโดยสารสปอร์ตพรีเมียมสไตล์รถยุโรป พิถีพิถันทุกรายละเอียดด้วยวัสดุเกรดพรีเมียม โดดเด่นไม่ซ้ำใครด้วยการตกแต่งแบบทูโทน พร้อมเบาะหนังดีไซน์ใหม่ ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบาย อุปกรณ์ภายในจัดวางในตำแหน่งที่สะดวกใช้งาน พนักพิงเบาะนั่งด้านหลังแบบพับได้ ช่วยเพิ่มพื้นที่กว้างให้กับสัมภาระขนาดใหญ่ และยังแยกพับซ้าย-ขวา 60:40 ได้อิสระตามความต้องการจุดเด่นภายในห้องโดยสาร ของ Mazda2 2019 ที่มีคือ

• สีภายในTwo-tone Color Decoration โดดเด่นทุกมุมมองด้วยการตกแต่งแบบทูโทน
• จอ Active Driving Display จอสกรีนใส แสดงข้อมูลการขับขี่ที่สำคัญ ระดับความเร็ว และข้อมูลระบบนำทาง Navigator ในรูปแบบสีที่ชัดเจนและอ่านง่ายในระดับสายตา ทำให้ผู้ขับไม่ต้องละสายตาจากถนนและมีสมาธิกับการขับขี่ได้อย่างเต็มที่
• ระบบ Sports Paddle Shift ระบบการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย
• ระบบ Cruise Control ระบบควบคุมความเร็วคงที่
• ระบบ Steering Wheel พวงมาลัยดีไซน์ใหม่ กระชับมือ ตกแต่งด้วยโครเมียม พร้อมปุ่มควบคุมการทำงานที่พวงมาลัย

ส่วนฟังก์ชั่นความปลอดภัยเด่นๆ ใน Mazda 2  ประกอบด้วย ระบบ ABSM (Advanced Blind Spot Monitoring) ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ช่วยส่งสัญญาณเตือน หากตรวจพบรถในเลนด้านข้างที่กําลังแซงขึ้นมา และอยู่ในจุดที่ผู้ขับอาจมองไม่เห็นและระบบ RCTA (Rear Cross Traffic Alert) ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาในขณะถอยหลัง ซึ่งจะส่งสัญญาณเสียงเตือน พร้อมไฟกะพริบเตือนที่กระจกมองข้างในขณะขับรถถอยหลัง หากตรวจพบความเสี่ยงที่อาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุกับรถที่กำลังเคลื่อนที่เข้ามาด้านหลัง

Mazda 2  มีรุ่นย่อยในราคาไม่เกิน 7 แสน ให้เลือกทั้งหมด 5 รุ่น จาก 2 ระบบเครื่องยนต์ดังนี้

Mazda2  เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.3 ลิตร Hatchback  5 ประตู & Sedan 4 ประตู

  • รุ่น Standard เกียร์อัตโนมัติ ราคา 530,000 บาท
  • รุ่น High เกียร์อัตโนมัติ ราคา 590,000 บาท
  • รุ่น High Connect เกียร์อัตโนมัติ ราคา 620,000 บาท
  • รุ่น High Plus เกียร์อัตโนมัติ ราคา 670,000 บาท

Mazda 2 รุ่นเครื่องยนต์คลีนดีเซล ขนาด 1.5 ลิตร Hatchback & Sedan 5 ประตู & Sedan 4 ประตู

  •  รุ่น XD เกียร์อัตโนมัติ ราคา 680,000 บาท

หมายเหตุ  Mazda2 รุ่น XD High Connect เกียร์อัตโนมัติ ราคา 750,000 บาท และ รุ่น XD High Plus เกียร์อัตโนมัติ ราคา 789,000 บาท

5.  MG ZS 2019 ราคาเริ่มต้น 679,000 บาท

รถยนต์ MG ZS 2019

ปิดท้ายด้วย MG ZS 2019 สุดยอดรถ SUV อเนกประสงค์ในรูปแบบ Smart Car ที่พร้อมนำพาผู้โดยสารไปพบสุนทรียภาพในทุกทริปการขับขี่ อัดแน่นไปด้วยฟังก์ชั่นอำนวยความสะดวกที่ครบครันผลักดันให้ New MG ZS 2019 โฉมนี้ได้รับความนิยมจากตลาดรถในเมืองไทยเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังได้รับการติดตั้งพวงมาลัยแร็ค แอนด์ พิเนียน แบบมัลติฟังก์ชั่นควบคุมด้วยไฟฟ้า EPS ที่สามารถปรับโหมดน้ำหนักของพวงมาลัยได้หลากหลายรูปแบบ เสริมด้วยทางเลือกรุ่นย่อยที่ MG ได้เพิ่มมาให้กับนักขับทั้งในรุ่นพื้นฐาน 1.5 C , 1.5 D และ ตัวท็อปสุดของรุ่น 1.5 X

รีวิวการขับขี่ MG ZS

ภายนอก MG ZS 2019 ได้รับการดีไซน์อย่างประณีตตามแบบฉบับยานยนต์ของอังกฤษผสานอย่างลงตัวกับรูปลักษณ์ในแบบสปอร์ตเพิ่มความโฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้นด้วยไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ที่ได้รับการติดตั้งมาพร้อมกับไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน Daytime Running Lights พร้อมระบบควบคุมการเปิด-ปิด ไฟหน้าอัตโนมัติ (เฉพาะรุ่น X) New MG ZS ยังเติมเต็มทุกทริปการท่องเที่ยวด้วยหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามา (Panoramic Sunroof) รวมถึงไฟตัดหมอกหน้า และ หลังส่วนช่วงล่าง MG ZS ให้ความสปอร์ตด้วยล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 215/50 R 17 ในรุ่น X ส่วนรุ่น C , D ได้รับการติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว 205/60 R16 โดยมีระยะต่ำสุดจากพื้นอยู่ที่ 165 มิลลิเมตร และ น้ำหนักรถโดยประมาณ 1,258 กิโลกรัม

ภายใน MG ZS 2019 พรั่งพร้อมไปด้วยการดีไซน์ภายในสุดล้ำยุคจากเฉดสีตกแต่งภายในแบบทูโทนน้ำตาล-ดำ ผสานความสวยงามด้วยการนำวัสดุ Soft Touch สร้างให้โดดเด่นขึ้นเป็นอย่างมาก ในส่วนของวัสดุหุ้มเบาะได้รับการผลิตจากหนังสังเคราะห์ โดยเบาะนั่งคนขับปรับได้ 6 ทิศทาง ส่วนเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับได้ 4 ทิศทาง ให้ความสะดวกมากยิ่งขึ้นด้วยเบาะนั่งด้านหลังปรับพนักพิงได้แบบ 60:40 ติดตั้งจุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ Isofixล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยีหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบอัจฉริยะ( Multi Function Display) พร้อมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) กอปรกับการออกแบบเพิ่มพื้นที่จัดเก็บสัมภาระปรับได้ 2 ระดับ เสริมด้วยช่องเก็บเอกสารด้านหลังเบาะด้านหน้า ให้ภาพที่คมชัดมากยิ่งขึ้นด้วยกระจกมองหลังแบบปรับลดแสงสะท้อน เสริมด้วยกระจกไฟฟ้าแบบ One Touch Up-Down ด้านคนขับ รวมถึงปุ่มสตาร์ทอัจฉริยะ Push Start ระบบปรับอากาศแบบดิจิตอล และ ช่องจ่ายไฟขนาด 12 V

MG ZS มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน รหัส  I5S4C DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว VTi-TECH ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 114 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 150 นิวตัน-เมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที ส่งผ่านทุกอัตราการเร่งด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด พร้อม Manual Mode รอบรับเชื้อเพลิง E85 ส่วนระบบความปลอดภัยในNew MG ZS 2018 พร้อมปกป้องในทุกเส้นทางการขับขี่แบบไม่มีกั๊กแบบฉบับมาตรฐานรถอังกฤษประกอบด้วย

  • โครงสร้างตัวถังนิรภัยแบบ FSF ช่วยลดและดูดซับแรงกระแทกที่จะเกิดกับห้องโดยสารให้ความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น
  • ระบบแจ้งเตือนความผิดปกติของลมยางแบบ Tpsm (Tire Pressure Monitor System) โดยระบบจะแสดงผลการแจ้งเตือนผ่านหน้าจอแสดงผลสำหรับผู้ขับขี่
  • กล้องมองหลัง และ สัญญาณเตือนกะระยะถอยหลั
  • ไฟส่องนำทางหลังจากดับเครื่องยนต์MG ZS 
  • ถุงลมนิรภัยถึง 6 จุด บริเวณคู่หน้า ด้านข้าง และ ม่านถุงลมนิรภัย
  • เข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบดึงรั้งกลับพร้อมผ่อนแรงแบบอัตโนมัติ เข็มขัดนิรภัยแถวหลังแบบ 3 จุด 3 ตำแหน่ง
  • ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA
  • ระบบป้องกันล้อล็อก ABS
  • ระบบกระจายแรงเบรก EBD
  • ระบบควบคุมการทรงตัว SCS
  • ระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง CBC
  • ระบบสัญญาณเตือนเมื่อมีการเบรกฉุกเฉิน ESS พิเศษสุดๆกับระบบฟ้องกันล้อหมุน

สำหรับราคาจำหน่าย New  MG ZS 2019 ในราคาไม่เกิน 7 แสน มีทั้งหมด 1 รุ่น ดังนี้

  • รุ่น 1.5 C ราคา 679,000 บาท

 หมายเหตุ รุ่น 1.5 D ราคา 729,000 บาท และ รุ่น 1.5 X ราคา 789,000 บาท 

ดูเพิ่มเติม

ความคิดเห็นของผู้อ่าน 0
เรียงลำดับตาม:
ร่วมแสดงความคิดเห็น อีเมลของคุณจะไม่ปรากฏบนเว็บไซต์
กรุณากรอกข้อมูลของคุณ