แนะนำพร้อมรีวิว 5 อันดับรถยนต์แบรนด์พรีเมียมในราคาไม่เกิน 2.5 ล้าน

22 เม.ย 2562     โดย Palist

บทความนี้เราจะมาแนะนำ 5 อันดับรถยนต์แบรนด์พรีเมียมในราคาไม่เกิน 2.5 ล้าน ที่จะทำให้ผู้ซื้อได้ทั้งรถยนต์แบรนด์หรูแบรนด์ดังในราคาที่คุ้มค่าของบริการแบบ Exclusive จากการซื้อรถยนต์รถยนต์ดังกล่าวจากตัวแทนจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ดังกล่าวทั่วประเทศ


รถยนต์ราคาไม่เกิน 2.5 ล้าน

ถ้าพูดถึงรถยนต์ราคาไม่เกิน 2.5 ล้านบาท ที่กำลังอยู่ในตลาดบ้านเรามีให้เลือกหลากหลายสำหรับเศรษฐีหรือนักธุรกิจผู้บริหารรุ่นใหม่ตั้งแต่ รถยนต์ซิตี้คาร์คันจิ๋ว หรือจะเป็นซีดาน 4 ประตูไปจนถึงรถยนต์อเนกประสงค์แบบ Crossover หรู ที่หลายครอบครัวต้องการมีไว้ครอบครองในราคาค่าตัวไม่เกิน 2.5 ล้านหรือผ่อนรวมดอกเบี้ยแล้วก็ยังไม่เงินงบประมาณดังกล่าวโดยเรานำรถ 5 รุ่นยอดนิยมที่สุดจาก 5 ค่ายดังทั้งจากฝั่งยุโรป 4 แบรนด์ และญี่ปุ่น ปิดท้ายจำนวน 1 แบรนด์ ที่เรายกให้เป็นสุดยอดแบรนด์ที่เทียบเคียงกับมาตรฐานความหรุหราแบบตะวันตกซึ่งทุกคันที่เรานำมาแนะนำล้วนเป็นรถยนต์ป้ายแดงที่ยังจำหน่ายในโชว์รูมหรือตัวแทนจำหน่ายของทุกค่ายซึ่งขึ้นชื่อในการบริการทั้งก่อนและหลังการขายแบบ Exclusive ประหนึ่งแขก VIP ซึ่งผู้ที่เป็นลูกค้าของแบรนด์ต่างๆที่เรานำมานำเสนอย่อมรู้ดีถึงประสบการณ์การบริการในการขายและดูแลรถที่ยอดเยี่ยมซึ่งจะมีคันไหนแบรนด์ไหนที่อยู่ในใจผู้อ่านบ้างไปดูกันเลย

รถยนต์ราคาไม่เกิน 2.5 ล้านบาท มีแบรนด์ไหน รุ่นไหนบ้าง ?

1. MERCEDES-BENZ C220D AVANTGARDE  ราคา 2,379,000 บาท

Mercedes -Benz C220d Avangarde

เริ่มด้วย Mercedes Benz  C220d Avantgarde หนึ่งในรุ่นของ The new C-Class  ที่ประกอบในประเทศไทยเป็นการผสมผสานคุณสมบัติอัจฉริยะ และความเร้าใจเข้าด้วยกัน ซึ่งรูปลักษณ์ใหม่นี้ มีความโดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอก  The C 220 d Avantgarde ใช้กระจังหน้าสีเงินเสริมโครเมี่ยม พร้อมตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และล้ออัลลอยแบบ 5 ก้านคู่ ขนาด 18 นิ้ว ซึ่งภายนอกของ C220d Avantgarde ประกอบด้วย ไฟหน้านี้ประกอบด้วยหลอดไฟ LED ที่ทำงานโดยอิสระจำนวน 84 หลอดต่อโคมไฟหน้า 1 โคม ที่สามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ อีกทั้งยังสามารถปรับความเข้มแสง โดยใช้ระบบไฟหน้าให้เข้ากับสภาพการจราจรโดยรอบได้ ซึ่งระบบไฟหน้า MULTIBEAM LED มีคุณสมบัติพิเศษมากมายที่เหนือกว่าระบบไฟหน้า LED มาตรฐาน (ที่มีหลอดไฟ LED 19 หลอดต่อโคมไฟหน้า 1 โคม) เช่น ระบบไฟส่องสว่างขณะขับผ่านสี่แยกหรือวงเวียน ระบบไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเมือง และระบบไฟส่องสว่างสำหรับสภาวะอากาศเลวร้ายทั้งนี้ ระบบไฟสูงแบบ ULTRA RANGE Highbeam จะทำงานอัตโนมัติ หากระบบตรวจจับได้ว่าไม่มีผู้สัญจรในทางรถสวน ถนนข้างหน้าเป็นทางตรง และผู้ขับขี่กำลังใช้ความเร็วตั้งแต่ 40 กม./ชม. ขึ้นไป ระบบไฟสูงแบบ ULTRA RANGE Highbeam จะช่วยให้ไฟหน้าของรถมีความสว่างในระดับที่สูงขึ้นตามความเร็วของรถ โดยสามารถส่องสว่างได้ไกลถึง 650 เมตร

แนะนำ Mercedes -Benz C220d Avantgrade
 
ส่วนดีไซน์ภายในและห้องโดยสารของ The C 220 d Avantgarde ถูกออกแบบให้มีความหรูหราสไตล์สปอร์ต และมีโครงสร้างที่ดูต่อเนื่องเป็นชิ้นเดียว โดยรถรุ่นนี้จะมาพร้อมกับพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น พร้อมปุ่มควบคุมแบบ Touch Contro ส่วนเบาะหุ้มด้วยหนัง ARTICO โดยเบาะด้านหลังของทุกรุ่นยังสามารถพับลงได้แบบ 1/3 และ 2/3 อีกด้วย ทั้ง 3 รุ่นมาพร้อมกับปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ (Push Start)ส่วน The new C-Class ยังมาพร้อมกับหน้าจอมัลติมีเดียบริเวณกลางคอนโซลแบบ MB Audio 20 ขนาด 10.25 นิ้ว เพื่อใช้ในการควบคุมระบบต่างๆ ของรถได้ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัสด้วยระบบ Touch pad ไม่ว่าจะเป็นระบบ Apple CarPlay™ ระบบถอยจอดแบบอัตโนมัติ ส่วนขุมพลังของ Mercedes-Benz C220d 2019 ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 194 แรงม้า ที่ 3,800 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600-2,800 รอบต่อนาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 9G-TRONIC ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 6.9 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ 240 กม./ชม. 
 

รีวิว Mercedes Benz C-Class 2019 เพิ่มความประทับใจในทุกมิติ

2. BMW 118i M Sport  ราคา 2,099,000 บาท 

รถยนต์ BMW 118i M Sport
 
มาที่อีกแบรนด์หนึ่งจากแดนเยอรมันอยอย่าง BMW ที่มี BMW 118i M Sport รถยนต์ 5 ประตู ในราคาสองล้านต้นๆ รุ่นล่าสุดนี้พัฒนาต่อยอดจากรุ่นก่อนหน้า ด้วยขุมพลังใหม่ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี EfficientDynamics เป็นคุณสมบัติมาตรฐาน พร้อมด้วยการปรับแต่งรายละเอียดด้านดีไซน์มากมายทั้งภายในและภายนอกรถโดยเพิ่มชุดอุปกรณ์ในรุ่นมาตรฐาน ควบคู่ไปกับออปชั่นใหม่ที่หลากหลาย เน้นประโยชน์ใช้สอยและรูปลักษณ์ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น BMW 118i M Sport มาพร้อมกับเครื่องยนต์ BMW TwinPower Turbo เบนซิน ขนาด 1.6 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า เร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลา 8.7 วินาที อัตราการเผาผลาญน้ำมัน 16.9 กิโลเมตรต่อลิตร และมีระดับการปล่อย ก๊าซ CO2 137 กรัมต่อกิโลเมตร
 
แนะนำ BMW 118i M Sport
 
นอกจากชุดอุปกรณ์มาตรฐานที่ครบครันแล้ว BMW 118i ยังมีชุดตกแต่งพิเศษ M Sport ที่มีทั้งล้ออัลลอย M Sport ขนาด 18 นิ้ว แถบตกแต่งคอนโซลอะลูมิเนียมลาย Hexagon ชุดแต่งแอโรไดนามิกแบบ M พร้อมด้วยเส้นสายขอบหน้าต่างสีดำเงาแบบ M และพวงมาลัยหุ้มหนังแท้แบบ M Sport BMW 118i M Sport  สำหรับ BMW 118i M Sport ใหม่ มาพร้อมชุดตกแต่งพิเศษ M Sport ที่มีทั้งล้ออัลลอย M Sport ขนาด 18 นิ้ว แถบตกแต่งคอนโซลอะลูมิเนียมลาย Hexagon ชุดแต่งแอโรไดนามิกแบบ M พร้อมด้วยเส้นสายขอบหน้าต่างสีดำเงาแบบ M และพวงมาลัยหุ้มหนังแท้แบบ M Sport และที่เปลี่ยนอย่างชัดเจนคือ ไฟหน้า Full LED และไฟท้ายแนวยาวแบบ LED รูปตัว L ซึ่งในต่างประเทศมีเปิดหลายรุ่นย่อยและชนิดเครื่องยนต์ แต่สำหรับประเทศไทยมีเพียง BMW 118i M Sport ที่มาพร้อมขุมพลังใหม่ เครื่องยนต์เบนซิน ขนาด 1.6 ลิตรพ่วงทวินพาวเวอร์ เทอร์โบให้กำลัง 136 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 220 นิวตันเมตรที่ 4,300 รอบ/นาที BMW 118i M Sport ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 8.7 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 210 กม./ชม. อัตราการเผาผลาญน้ำมัน 16.9 กม/ลิตร และมีระดับการปล่อยก๊าซ CO2 เพียง 137 กรัมต่อกิโลเมตรเท่านั้น โดยมีระบบ Start&Stop ที่ตัดกำลังเครื่องยนต์หากหยุดนิ่ง ช่วยลดไอเสียและประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้นBMW 118i M Sport ภายนอกมี 5 สีให้เลือก ขาว,ดำ,เงิน,แดง และฟ้า ภายในมี 2 สีแดงและดำ

3. MINI COOPER S COUNTRYMAN 2019 ราคา  2,299,000-2,499,000 บาท

รถยนต์ MINI COOPER S COUNTRYMAN 2019

มาที่ค่ายรถดังแดนผู้ดีคันจิ๋วแต่ราคาไม่จิ๋ว อย่าง MINI ที่มี MINI COOPER S COUNTRYMAN 2019 เจเนอเรชั่นที่สอง ในราคาไม่ถึง 2.5 ล้าน ที่ได้รับการพัฒนาในด้านดีไซน์รูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่นรอบคันและมิติรถยนต์ ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ตอบสนองการใช้งานพื้นที่ภายในห้องโดยสาร ในรูปแบบรถยนต์เอนกประสงค์ พรีเมียม คอมแพ็ค ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังของเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุด มินิ TwinPower Turbo ที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่และการตอบสนองที่ดีขึ้น
 
แนะนำ MINI COOPER S COUNTRY 2019
 
MINI COOPER S COUNTRY MAN ใช้ขุมพลัง เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังขับเคลื่อนสูงสุดอยู่ที่ 100 กิโลวัตต์ ต่อ 136 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 220 นิวตันเมตร ที่ 1,400-4,300 รอบต่อนาที อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยอยู่ที่ 16 กิโลเมตรต่อลิตร ระดับการปล่อย CO2 เพียง 148 กรัมต่อกิโลเมตร และทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พวงมาลัยหนังแท้แบบมัลติฟังก์ชั่น ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานต่างๆ ที่มากับตัวรถ
 
MINI COOPER S COUNTRYMAN และ MINI COOPER S COUNTRYMAN HIGHTRIM ขับเคลื่อนด้วยเบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร ที่มอบกำลังสูงสุดถึง 141 กิโลวัตต์/192 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร ที่ 1,350-4,600 รอบต่อนาที อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยอยู่ที่ 16 กิโลเมตรต่อลิตร ระดับการปล่อย CO2 อยู่ที่ 143 กรัมต่อกิโลเมตร และทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบสปอร์ต พวงมาลัยหนังแท้แบบสปอร์พร้อมมัลติ-ฟังก์ชั่นลาย MINI Yours ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว เพื่อให้ขับขี่ได้สนุกทันใจ ซึ่งทำให้ทั้งสองรุ่นนี้มีสมรรถนะ ยอดเยี่ยมเทียบเท่ากลุ่มรถยนต์ระดับเดียวกันด้วยขนาดความยาวที่มากขึ้นกว่ารุ่นเดิมถึง 20 เซนติเมตร ความกว้างที่เพิ่มขึ้นอีก 3 เซนติเมตร และฐานล้อที่ยาวขึ้น 7.5 เซนติเมตร ทำให้มินิ คันทรีแมน โฉมใหม่ มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น ประกอบด้วย 5 ที่นั่งแบบเต็มตัว และช่องเก็บสัมภาระที่มีความจุเพิ่มขึ้น เพื่อความสะดวกสบายยิ่งขึ้นของผู้โดยสาร บริเวณช่องเก็บสัมภาระด้านหลังยังมี MINI Picnic Bench ซึ่งสามารถกางออกเป็นที่นั่งปิกนิกบริเวณท้ายรถได้ ส่วนฝากระโปรงท้ายควบคุมการปิดเปิดด้วยระบบไฟฟ้าเพียงใช้เท้าไปจ่อที่บริเวณใต้กันชนท้ายเมื่อมีกุญแจรถอยู่กับตัวเท่านั้น หรือเปิดจากรีโมตคอนโทรลและปิดด้วยปุ่มที่ฝากระโปรงท้ายนอกจากนี้ หน้าจอขนาด 8.8 นิ้ว ที่อยู่บริเวณกลางแผงคอนโซลรถมาพร้อมระบบสัมผัส (ทัชสกรีน) เป็นครั้งแรก พร้อมฟังก์ชั่นต่างๆ ที่อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็น MINI Country Timer ที่ช่วยตรวจจับการขับขี่บนพื้นถนนที่ท้าทาย MINI Connected ที่เป็นเสมือนผู้ช่วยส่วนตัวในยามเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นแผนที่นำทาง แสดงพิกัดของรถ ดูการจราจร ซึ่งเชื่อมต่อกับระบบคอมพิวเตอร์ในรถยนต์ และสมาร์ทโฟน

4.VOLVO S60 D4  ราคา 2,244,9000 บาท

รถยนต์ VOLVO S60 D4

ปิดท้ายแบรนด์รถหรูจากยุโรปอย่าง VOLVO รถยนต์ซีดานระดับหรูจากแดนไวกิ้ง ที่มี Volvo S60 D4  รถยนต์ซีดานอารมณ์คูเป้เต็มร้อย เพื่อการสร้างสรรค์รถยนต์แห่งอนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ในดีไซน์เฉี่ยว สะท้อนบุคลิกความคล่องตัว ทันสมัย เปี่ยมพลังและความกระตือรือร้น สื่อถึงประสบการณ์ในการขับขี่ที่ดีเยี่ยม ตอบสนองได้ทันใจเมื่อขับขี่  ในราคาไม่ถึง 2.5 ล้าน
 
พรีวิว VOLVO S60 D4

Volvo S60 D4 มาพร้อมเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลอันชาญฉลาดนี้ให้ประโยชน์กับลูกค้ามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสมรรถนะที่สูงขึ้น การประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ไอเสียต่ำและการตอบสนองที่ดีเยี่ยม เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ช่วยให้เครื่องยนต์สามารถทำงานได้ประสิทธิภาพสูงสุดแม้ในสภาวะที่บรรทุกน้ำหนัก ลากจูงหรือขึ้นเนินชัน ขณะเดียวกันก็ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงและลดมลภาวะไอเสียต่ำแม้ทำงานในรอบต่ำ นอกจากนี้ ด้านระบบความปลอดภัย ยังให้อุปกรณ์แบบเต็มที่ อาทิ ถุงลมนิรภัยคู่หน้า/ ด้านข้าง/นิรภัย, ไฟตัดหมอกหน้า-หลัง, ระบบเบรก ABS/ EBD/ EBA, ระบบควบคุมระยะการจอด (หน้า-หลัง), ตัวถังนิรภัย , กระจกนิรภัย, ระบบเตือนป้องกันการชน พร้อมระบบหยุดรถอัตโนมัติ, ระบบควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ, พวงมาลัยยุบตัวได้ และอุปกรณ์เสริมความปลอดภัยอื่นๆ

5. All-New Lexus UX ราคา 2,490,000 บาท


All New LEXUS UX 2019

ข้ามฟากมาที่รถยนต์หรูจากแดนอาทิตย์อุทัยภายใต้ปีก โตโยต้า ที่เพิ่งเปิดตัว All-New Lexus UX เป็นรถครอสโอเวอร์ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อคนเมืองในราคาเริ่มต้นที่ไม่เกิน 2.5 ล้านรถยนต์ที่มีไลฟ์สไตล์และการใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ พร้อมออกค้นหาประสบการณ์ใหม่ๆ โดย UX เป็นยนตรกรรมที่เข้าถึงลูกค้าคนรุ่นใหม่ได้มากขึ้น ด้วยดีไซน์ภายนอกที่ปราดเปรียวขึ้นลงสะดวกสบาย มาพร้อมกับสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมเหนือใคร จากสถาปัตยกรรมโครงสร้างตัวถังแบบใหม่ GA-C (Global Architecture-Compact Platform) พร้อมด้วยการเชื่อมต่อตัวถังด้วยระบบเลเซอร์ อันเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของเลกซัส และการใช้อลูมินัมเข้ามาเป็นองค์ประกอบของตัวรถ ส่งผลให้ได้ตัวถังที่มีน้ำหนักเบาและแข็งแกร่ง มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ มีการทรงตัวดีเยี่ยม ควบคุมรถได้ดั่งใจ และระบบไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 4 รุ่นล่าสุด ที่ให้ทั้งความประหยัดน้ำมันและสมรรถนะในการขับขี่ที่ดีขึ้น มอบประสบการณ์การขับขี่สุดเร้าใจ ตอบสนองได้ในทุกความคาดหวังของผู้ขับขี่ พร้อมมั่นใจด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยเหนือระดับ Lexus Safety System Plus เจเนอเรชั่นที่ 2 ที่เพียบพร้อมด้วยระบบปกป้องและป้องกันอย่างครบถ้วน
 
แนะนำ All New LEXUS UX 2019
 
นอกจากนี้เลกซัส UX ยังมาพร้อมกับรุ่น F SPORT ที่ได้รับการถ่ายทอด DNA จากรถสปอร์ตซูเปอร์คาร์อย่าง Lexus LFA โดดเด่นด้วยชุดแต่งรอบคันและเบาะนั่งดีไซน์เฉพาะของ F SPORT ให้ความรู้สึกโอบกระชับรองรับทุกสรีระ นอกจากนี้ยังเพิ่มความเร้าใจในการขับขี่ด้วยระบบ Active Sound Control และระบบกันสะเทือนแบบแปรผัน (Adaptive Variable Suspension) ที่ช่วยควบคุมการดูดซับแรงของโช้คอัพที่ล้อทั้งสี่ ให้ตอบสนองต่อการควบคุมของผู้ขับขี่และสภาพพื้นผิวถนนได้อย่างเหมาะสม เสริมประสิทธิภาพการควบคุมและให้ความสะดวก สบายอย่างเหนือระดับ

สรุป

สำหรับรถยนต์ที่เรานำมาเสนอทั้ง 5 รุ่น ถือได้ว่าเป็นรถยนต์ที่น่าใช้มากที่สุด ในงบไม่เกิน 2.5 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นรถยุโรป แบรนด์ดัง จากเยอรมัน อังกฤษ สวีเดน หรือ แบรนด์หรูแตไลน์จากแดนอุทัย ในราคาตามงบที่ตั้งหัวข้อไว้ ซึ่งทุกคันที่เรานำมาคัดเลือกล้วนเป็นรถยนต์ที่ผู้ขับมั่นใจได้ในระบบต่างๆ และสมรรถนะที่เหนือกว่า ที่่อาจเหนือกว่าแบรนด์จากตะวันออกทั่วที่มี ออพชั่น อุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ติดตั้งมาเต็มที่ในรุ่นท็อป แต่ยังไงชื่อชั้นพร้อมศูนย์บริการที่คุณจะได้รับการบริการแบบพรีเมียมก็น่าจะลองจับจองเป็นเจ้าของซักคันเพื่อความคุ้มค่า แต่อย่างไรก็ตามขึ้นอยู่รสนิยมของผู้ซื้อชื่นชอบลักษณะการขับขี่ และสไตล์หรือการบริการก่อนและหลังการขายแบบไหนมากกว่ากันนั่นเอง
 
ดูเพิ่มเติม
ความคิดเห็นของผู้อ่าน 0
เรียงลำดับตาม:
ร่วมแสดงความคิดเห็น อีเมลของคุณจะไม่ปรากฏบนเว็บไซต์
กรุณากรอกข้อมูลของคุณ