เมื่อไฟแนนซ์ยึดรถแล้วผู้เช่าซื้อควรปฏิบัติอย่างไร

5 มิ.ย 2561    

ผู้ใช้รถหลายรายตั้งคำถามถึงเมื่อเวลาถูกไฟแนนซ์ยึดรถแล้วผู้เช่าซื้อมีวีธีการปฏิบัติอย่างไร รวมถึงมีคำแนะนำอย่างไรบ้างที่เป็นผลประโยชน์ต่อผู้เช่าซื้อเมื่อถูกดำเนินคดีในชั้นศาล

เมื่อโดนไฟแนนซ์ยึดรถควรทำอย่างไร

เมื่อโดนไฟแนนซ์ยึดรถควรทำอย่างไร

ผู้ใช้รถจำนวนหนึ่งที่ประสบปัญหาผ่อนจ่ายชำระค่างวดรถยนต์รายเดือนไม่ไหว อันมีเหตุผลสืบเนื่องมาจากปัญหาทางครอบครัว ปัญหาทางการเงินรวมถึงอัตราดอกเบี้ยจากบริษัทไฟแนนซ์ที่สูงจนเกินเหตุทำให้นำจ่ายไม่ไหววันนี้เรามีคำแนะนำที่สามารถนำไปเป็นแนวทางปฏิบัติได้ดังนี้

1.เมื่อยกเลิกสัญญาเช่าซื้อไฟแนนซ์สามารถเรียกค่าเสียหาย หรือ ค่าสูญเสียบุบสลายอันเกิดขึ้นกับยานพาหนะที่เป็นความผิดจากการกระทำของผู้เช่าซื้อได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

2.เมื่อรถถูกยึดแล้วบริษัทไฟแนนซ์จะนำรถที่ยึดได้จากผู้เช่าซื้อไปขายทอดตลาดซึ่งจะมีราคาที่ถูกลงจากราคาจำหน่ายในตอนแรกเป็นอย่างมาก ในกรณีนี้บริษัทไฟแนนซ์จะฟ้องเรียกเอาค่าส่วนต่างในการดำเนินการกับผู้เช่าซื้อ

3.เมื่อไฟแนนซ์เรียกค่าส่วนต่างพร้อมทั้งค่าขาดประโยชน์ซึ่งมีอยู่หลายกรณีแล้วผู้เช่าซื้อไม่สามารถนำจ่ายให้ได้บริษัทไฟแนนซ์จะนำฟ้องศาลต่อไปซึ่งในกรณีนี้ผู้เช่าซื้อควรนำรถที่ผ่อนส่งไม่ไหวไปคืนให้กับบริษัทไฟแนนซ์โดยตรงซึ่งจะมีกฏหมายหลายข้อที่ให้สิทธิคุ้มครองผู้เช่าซื้อ หรือ ติดต่อซื้อขายรถกับผู้ที่ต้องการแล้วนำไปขอเปลี่ยนชื่อผู้เช่าซื้อในสัญญาเช่าซื้อกับบริษัทไฟแนนซ์โดยทำการตกลงร่วมกันระหว่าง ผู้เช่าซื้อ บริษัทไฟแนนซ์ และ ผู้เช่าซื้อรายใหม่

4.หากผู้เช่าซื้อได้รับความไม่เป็นธรรมเมื่อบริษัทไฟแนนซ์ประมูลขายรถไปแล้วกลับถูกฟ้องเรียกค่าส่วนต่างที่สูงจนเกินจริงสามารถแต่งตั้งทนายเพื่อฟ้องศาลเรียกร้องให้ลดค่าเสียหายจากบริษัทไฟแนนซ์ได้ซึ่งในกรณีนี้ศาลจะใช้ดุลยพินิจพิจารณาเพื่อให้เกิดผลประโยชน์ที่เป็นคุณแก่ทั้ง 2 ฝ่าย พร้อมเจรจาประนอมหนี้ในราคาที่รับได้ทั้งฝ่ายผู้เช่าซื้อ และ บริษัทไฟแนนซ์เองด้วย

ดูเพิ่มเติม

ความคิดเห็นของผู้อ่าน 01
เรียงลำดับตาม:
ธนิกา ปานสินธนาภา
ธนิกา ปานสินธนาภา : 
17 ก.ย 2561

ร่วมแสดงความคิดเห็น อีเมลของคุณจะไม่ปรากฏบนเว็บไซต์
กรุณากรอกข้อมูลของคุณ