เปรียบเทียบ Toyota Rush 2018 vs. New Honda BR-V 2018 แบบจุดต่อจุด

10 ก.ค 2561     โดย Khan-Chit

เทียบให้เห็นกันไปเลยแบบจุดต่อจุด สำหรับ miniMPV 7 ที่นั่งอย่าง Toyota Rush 2018 และ New Honda BR-V 2018 ซึ่งเป็นที่นิยมมากในอินโดนีเซีย


ประชัน Toyota Rush 2018 VS New Honda BR-V 2018 

นาทีนี้ถ้าไม่พูดถึง miniMPV 7 ที่นั่งคงไม่ได้ เพราะเป็นประเด็นร้อนเหลือเกินในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ Honda เริ่มผลิต Honda BR-V 2018 เพื่อเอาใจพ่อบ้านทั้งหลายที่ต้องการ crossover แบบมีหลายที่นั่ง ซึ่งถือว่าทำยอดขายได้ดีทีเดียว และล่าสุดทางค่าย Toyota ก็ปล่อยน้องใหม่อย่าง Toyota Rush 2018 ลงสนามแข่งด้วย ซึ่งรายละเอียดคุณสมบัติทั้งสองรุ่นนี้ทาง Khaorot.com จะเปรียบเทียบให้เห็นแบบจุดต่อจุดเลยครับ

ภายนอก

อันดับแรกเรามาดูภายนอกกันก่อน Toyota Rush 2018 มาในมาด crossover แบบยกสูงสไตล์สปอร์ต มิติตัวถัง มีขนาด (กว้างx ยาว x สูง)  = 1,695 x 4,435 x 1,705 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,685 มิลลิเมตร ความสูงใต้ท้องรถ (Ground Clearance) 220 มิลลิเมตร


Toyota Rush 2018


New Honda BR-V 2018

ส่วน New Honda BR-V 2018 ออกแนวเรียบง่ายสไตล์มินิมอล มีขนาด (กว้าง X ยาว Xสูง) = 1,735 X 4,456 X 1,665 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 2,655 มิลลิเมตร ความสูงใต้ท้องรถ (Ground Clearance) 201 มิลลิเมตร

จะเห็นได้ว่า BR-V นั้นมีตัวถังกว้างและเตี้ยกว่า Rush พอสมควร ซึ่งหลายคนอาจชอบใจเพราะรถเตี้ยจะเกาะถนนได้ดี ให้ความสนุกในการขับขี่มากกว่า


Toyota Rush 2018

กระจังหน้าของ Rush ตกแต่งด้วยโครเมี่ยม 5 เส้นเรียงตัวพร้อมไฟหน้าแบบ LED และ LED Guiding Light ในกรอบเดียวกันพาดเฉียงขึ้นด้านข้างดูโฉบเฉี่ยว พร้อมไฟตัดหมอกทรงกลมด้านล่าง ที่สำคัญ Rush มีการ์ดใต้กันชนมาให้ทั้งด้านหน้าและหลังดูสปอร์ตกลมกลืนกับตัวรถมาก


New Honda BR-V 2018

ด้านหน้า BR-V ค่อนข้างเรียบกว่า Rush โดยเน้นความหรูที่กระจังหน้าโครเมี่ยมและที่มือจับด้านข้าง ไฟหน้าเป็นแบบ LED และมี LED Daytime Running Light พร้อมไฟตัดหมอกทรงกลมเช่นกัน ส่วนจุดที่น่าสนใจคือกระจกหน้าที่ออกแบบมาเฉพาะสามารถสะท้องรังสี UV ได้ (Heat Rejecting Tinted Glass)

Toyota RUSH 2018 vs Honda BR-V 2018 |7 SEATER SUV


Toyota Rush 2018

ด้านข้างของ Rush จะมีแถบกันโคลนสีดำ พร้อมลวดลายข้างตัวรถเพิ่มมิติมากขึ้น กระจกข้างปรับพับไฟฟ้ามีไฟเลี้ยวในตัว ไฟท้ายเป็น LED แนวนอน เข้ากันกับไฟหน้าพร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 ส่วนเสาอากาศเป็นแบบครีบฉลามเข้ากันกับรถดีไซน์สปอร์ต Toyota Rush 2018 ใช้ล้ออัลลอยทูโทนขนาด 17 นิ้ว รัดด้วยยาง 215/60 R17


New Honda BR-V 2018

ขณะที่ BR-V ลวดลายด้านข้างดูหนาและคมชัดกว่า มีซุ่มล้อสีดำสไตล์สปอร์ตและติดแผ่นสีดำข้างรถเพื่อกันสิ่งสกปรกหรือโคลน ไฟท้าย LED C shape สวยงามเสาอากาศเป็นแบบครีบฉลามเหมือนกัน ใช้ล้อทูโทนขนาด 16 นิ้ว พร้อมด้วยยาง 195/60 R16

เมื่อมองโดยรวมแล้ว Toyota Rush 2018 จะดูแข็งแกร่ง และมีรายละเอียดในการตกแต่งมากกว่า New Honda BR-V 2018

เปรียบเทียบ Mitsubishi Xpander 2018 กับ Honda BR-V 2018 คันไหนดีกว่า ?

ภายใน 

Toyota Rush 2018 ตกแต่งแบบทูโทนสีดำ-ขาว แฝงความหรูหราด้วยแดชบอร์ดบุนวม ตัวคอนโซลดีไซน์ค่อนข้างธรรมดา เน้นการใช้งานมากกว่า ส่วน Honda BR-V ตกแต่งด้วยโทนสีดำคลาสิค คอนโซลดูล้ำสมัยมากกว่า Rush


Toyota Rush 2018


New Honda BR-V 2018

 

พวงมาลัยของทั้งคู่เป็นแบบสามก้านมัลติฟังก์ชั่นพร้อมปรับระดับได้เหมือนกัน เพิ่มความทันสมัยด้วยกุญแจระบบ Smart

Keyless entry แต่ BR-V ไม่มีปุ่ม Push Start มาให้


Toyota Rush 2018


New Honda BR-V 2018

มาตรวัด BR-V เป็นแบบสามหน้าปัด โดยหน้าปัดที่ 3 เป็นจอแสดงข้อมูล LED ส่วนใน Rush มีสองหน้าปัดพร้อมจอสี MID แสดงข้อมูลการขับขี่ตรงกลาง

ส่วนหน้าจอหลักของ Rush มีขนาด 7 นิ้ว ใหญ่จุใจกว่า BR-V ที่มีขนาดเพียง 6.1 นิ้วเท่านั้น แต่ BR-V ทำได้ดีกว่าในด้านการเชื่อมต่อกับระบบมัลติมีเดียที่ครบครัน สามารถรองรับ iPhone และ Android ได้ ส่วนช่อง USB AUX และฟังก์ชั่นพื้นฐานอื่นๆเหมือนกัน ซึ่ง Rush ก็ทำคะแนนสู้ด้วยการให้ลำโพงคุณภาพเยี่ยม 8 ตัวมากกว่า BR-V ถึง 2 ตัวด้วยกัน ละยังมีช่องชาร์จไฟในทุกแถวที่นั่งอีกด้วย สำหรับระบบแอร์นั้นสามารถปรับอัตโนมัติได้เหมือนกัน


Toyota Rush 2018


New Honda BR-V 2018

ส่วนเบาะของทั้งสองรุ่นหุ้มด้วยผ้าเหมือนกัน โดยเบาะแถวหน้าฝั่งคนขับของ Rush จะปรับไฟฟ้า ส่วนเบาะแถวสองและสามพับได้แบบ 50 : 50 ขณะที่ BR-V ปรับมือทั้งหมดและเบาะแถวสองพับได้เพียง 60:40 กอรปกับช่วงตัวที่สั้นกว่าทำให้มีพื้นที่เก็บสัมภาระน้อยกว่า Rush

เครื่องยนต์

Rush ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 2NR-VE 4 สูบ 16 วาล์ว DOHC Dual VVT-i ให้กำลังสูงสุด 104 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 139 นิวตันเมตร ที่ 4,200 รอบต่อนาที ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เดียวกันกับ Toyota Avanza แต่ประหยัดเชื้อเพลิงมากกว่าถึง 25 % ขับเคลื่อนแบบ RWD ส่งกำลังไปยังล้อด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ และเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ


Toyota Rush 2018 ใช้เครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร 2NR-VE 4 สูบ 16 วาล์ว DOHC Dual VVT-i

ส่วน BR-V ใช้เครื่องยนต์ i-VTEC + DBW 1.5 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว SOHC ให้กำลังสูงสุด 120 แรงม้าที่ 6,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 145 นิวตันเมตร ที่ 4,600 รอบต่อนาที ขับเคลื่อนแบบ FWD ใช้ระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT และระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด  


BR-V ใช้เครื่องยนต์ i-VTEC + DBW 1.5 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว SOHC

เมื่อเทียบกันแล้ว BR-V จะให้แรงม้ามากกว่า อีกทั้งยังขับสนุกกว่าด้วยระบบเกียร์ CVT และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด แม้ว่า Rush จะดูเหมือนประหยัดเชื้อเพลิงมากกว่าแต่ด้วยน้ำหนักตัวที่มากถึง 1,679 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับ BR-V ที่หนักเพียง 1,241 กิโลกรัม ก็ไม่แน่ว่าใครจะประหยัดกว่ากัน แต่ที่รู้ๆคือ BR-V วิ่งฉิวกว่าแน่นอนครับ

Rush มีช่วงล่างด้านหน้าแบบ MacPherson Strut พร้อมคอยล์สปริง ส่วนล้อคู่หลังเป็นแบบ 5 Link พร้อมคอยล์สปริง ซึ่งช่วงล่างแบบนี่จะรองรับแรงกระแทกได้ดีเมื่อขับขี่ทางขรุขระ ขณะที่ BR-V เป็น MacPherson strut และด้านหลังเป็น Torsion beam 

ระบบความปลอดภัย

ต้องยอมรับว่า Toyota Rush 2018 แน่นด้วยระบบความปลอดภัยอย่างแท้จริง การันตีด้วยมาตรฐาน ASIAN NCAP ระดับ 5 ดาว ที่มาพร้อมกับ

ถุงลมนิรภัย 6 จุด (คู่หน้า ,ด้านข้าง 2 และม่านนิรภัยด้านข้าง)

เข็มขัดนิรภัยทุกที่นั่งพร้อมสัญญาณเตือน

ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS)

ระบบกระจายแรงเบรก EBD

ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HAS)

ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (VSC)

ระบบ Emergency Stop Signal (ESS)

กล้องมองหลัง

ขณะที่ New Honda BR-V 2018 มีถุงลมนิรภัยให้เพียง 2 จุด ส่วนระบบความปลอดภัยอื่นๆมีครบเช่นกัน


Toyota Rush 2018 ให้ถุงลมนิรภัย 6 จุด

สรุป

เมื่อเทียบกันแล้ว คุณสมบัติของทั้งสองรุ่นก็ไม่หนีกันมากนัก โดย Toyota Rush 2018 เน้นที่ดีไซน์สปอร์ต ภายนอกสวยแต่ข้างในเรียบง่ายไปหน่อย จุดเด่นคือบรรจุสัมภาระได้มากและมีถุงลมนิรภัยให้ถึง 6 จุด ซึ่งถือว่ามากที่สุดในรถระดับเดียวกัน ส่วน New Honda BR-V 2018 ภายนอกเรียบหรูด้านในล้ำสมัย ขับขี่สนุกมากกว่า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลครับ ซึ่งก็หวังว่าทาง Toyota ประเทศไทยจะนำเข้า Rush มาให้ทุกคนได้ลองขับขี่กันดูนะครับ

ดูเพิ่มเติม:
ส่องรถ SUV 5 ค่ายที่คุ้มราคา น่าซื้อมากที่สุดในปี 2018
หยุดคิดพิจารณาสักนิดก่อนคิดจะซื้อรถใหม่ป้ายแดง

ความคิดเห็นของผู้อ่าน 0
เรียงลำดับตาม:
ร่วมแสดงความคิดเห็น อีเมลของคุณจะไม่ปรากฏบนเว็บไซต์
กรุณากรอกข้อมูลของคุณ