รถกระบะตอนเดียว รุ่นไหนดีและคุ้มค่าที่สุด

27 ธ.ค 2561     โดย Khan-Chit

รวมกระบะตอนเดียวที่น่าซื้อที่สุดในขณะนี้ พร้อมรีวิวการใช้งาน ข้อดี ข้อเสีย และราคาในแต่ละรุ่น

กระบะตอนเดียวรุ่นไหนดี
เลือกกระบะตอนเดียวค่ายไหนคุ้มที่สุด

รถกระบะตอนเดียวรุ่นไหนดีที่สุด?

“กระบะตอนเดียว” รถยนต์คู่ใจสำหรับคนค้าขาย หรือใช้งานในเชิงพาณิชย์ หากเป็นสมัยก่อนปี 1990 คงนึกถึงค่าย “Isuzu” เป็นอันดับแรก เพราะทนทานและบรรทุกหนักดีเยี่ยม แต่ในปัจจุบันมีกระบะตอนเดียวให้เลือกหลากหลายมากขึ้น โดยมีจุดเด่นแตกต่างกันออกไป มีทั้งเน้นบรรทุกหนัก, อัตราเร่งดี และออพชั่นทันสมัยมาก ทำให้ผู้ซื้อลังเลใจอยู่นานทีเดียวกว่าจะเลือกคันที่ใช่ได้ ซึ่งวันนี้ทาง Khaorot.com เราได้รวบรวมสุดยอดรถกระบะตอนเดียว พร้อมรีวิวการใช้งาน ข้อดี ข้อเสีย และราคา เพื่อประกอบการพิจารณาและให้คุณช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้นครับ

พาชม 2018 Isuzu D-Max 1.9 Ddi S Spark Minorchange ภายนอก ภายใน

1. Isuzu D-MAX Spark 1.9 Ddi S (ABS) ราคา 572,000 บาท

หากท่านใดที่กำลังมองหารถกระบะตอนเดียวสำหรับใช้งานยาวนาน ทรหด วิ่งทางราบเป็นส่วนใหญ่ D-MAX Spark เป็นตัวเลือกที่ไม่ควรมองข้าม รูปลักษณ์ภายนอกเรียบง่าย แต่งสวย อีกทั้งยังประหยัดแบบสุดสุดด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.9 ลิตร 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว ดับเบิ้ลโอเวอร์เฮดแคมชาฟท์ (DOHC) ระบายความร้อนด้วยน้ำ คอมมอนเรลไดเร็คอินเจคชั่น พร้อม VGS เทอร์โบและอินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิด 350 ที่ 1,800-2,600 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด แม้อัตราเร่งแซงจะไม่พุ่งแรงเท่าค่ายอื่น แต่สามารถขับขี่ได้ดีทั้งขณะบรรทุกหนัก และรถเปล่า โดยมีข้อดีและข้อเสียดังนี้

d-max
Isuzu D-MAX Spark 1.9 Ddi S (ABS) กระบะสุดทรหด ทนทานทุกการใช้งาน

ข้อดีของรถกระบะตอนเดียว Isuzu D-MAX

1)    ประหยัดเชื้อเพลิง วิ่งทางไกลดี
2)    ทนทาน อะไหล่หาง่าย ดูแลซ่อมบำรุงไม่ยาก
3)    ศูนย์ซ่อมเยอะ
4)    มีถุงลมนิรภัย 2 จุดคู่หน้า และระบบป้องกันล้อล็อก ABS พร้อม EBD และ BA
5)    มีเข็มขัดนิรภัยคู่หน้าแบบ ELR 3 จุด ดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติ (Pretensioner with Load Limiter) พร้อมแบบ 2 จุดบริเวณเบาะกลาง
6)    เครื่องเสียงคุณภาพดี ฟังเพลงสบาย
7)    เบาะนั่งไม่เมื่อย สามารถแยกพับได้ 60:40
8)    ช่วงล่างนิ่ม ระบบกันสะเทือนหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น คอยล์สปริงและเหล็กกันโคลง พร้อมโช้คอัพแก๊ส ด้านหลังเป็นแหนบแผ่นรูปครึ่งวงรี พร้อมโช้คอัพแก๊ส
9)    อุปกรณ์ตกแต่งและอุปกรณ์เสริมมีให้เลือกมาก

ข้อเสียของรถกระบะตอนเดียว Isuzu D-MAX

1)    ออกตัวช้าหากบรรทุกหนัก
2)    วิ่งบรรทุกทางชัน หรือขึ้นเขา ค่อนข้างอืด กำลังน้อย (มีรุ่น 3.0 ลิตร ให้เลือก)
3)    อัตราทดเกียร์ 1 มากถึง 4.942 อัตราทดเฟืองท้าย 3.727
4)    ห้องโดยสารเก็บเสียงไม่ดี (โดยเฉพาะเมื่อวิ่งด้วยความเร็วมากกว่า 60 กม./ชม.)
5)    ต้องเสริมแหนบ และทำช่วงล่างใหม่ ถ้าต้องการบรรทุกมากกว่า 2 ตัน เป็นประจำ (บรรทุกหนักมากช่วงล่างเดิมจะยวบ ต้องเสริมแหนบ)

D-MAX Spark 1.9 Ddi S (ABS) หากขับบรรทุกทั่วไป วิ่งทางไกล ไม่เน้นขึ้นเขาชันมาก ถือว่าคุ้มค่าใช้งานได้นาน และประหยัดเชื้อเพลิงได้มาก แต่ก็มีรุ่น 3.0 ลิตร และ 3.0 (4x4) ให้เลือกสำหรับใครที่ชอบกำลังเครื่องมาก บรรทุกหนักเป็นประจำ

Toyota Hilux Revo Standard Cab 2.4J ราคา 559,000 บาท

2. Toyota Hilux Revo Standard cab รุ่น 4x2 2.4J ราคา 564,000 บาท

สำหรับรถกระบะตอนเดียวที่โดดเด่นด้านการลากจูง บรรทุกหนัก กำลังดี เร่งแซงรวดเร็ว ทันใจขาซิ่ง ต้อง Toyota Hilux Revo Standard cab รุ่น 4x2 2.4J ที่ภายนอกออกแบบให้ดู เทห์ ทันสมัย มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร 4 สูบ แถวเรียง 16 วาล์ว DOHC VN Turbo และ Intercooler กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 343 นิวตัน-เมตร ที่ 1,400-2,800 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด โดยมีข้อดีและข้อเสียดังนี้

revo

Toyota Hilux Revo Standard cab เหมาะที่สุดสำหรับการบรรทุกหนัก

ข้อดีของรถกระบะตอนเดียว Toyota Hilux Revo

1)    อัตราเร่งช่วงต้นดี
2)    บรรทุกหนักไม่อืด กำลังไม่หาย ขึ้นเขาสบาย
3)    อะไหล่หาง่าย และศูนย์บริการเยอะ คลอบคลุมทุกจังหวัด
4)    ได้ถุงลมนิรภัย 3 จุด (คู่หน้า และเข่าคนขับ)
5)    เข็มขัดนิรภัย ELR 3 จุด 2 ตำแหน่ง (พร้อมระบบดึงกลับ และผ่อนแรงดึงอัตโนมัติ) และเข็มขัดนิรภัย NR 2 จุด 1 ตำแหน่ง
6)    มีระบบป้องกันล้อล็อก ABS และระบบกระจายแรงเบรก EBD
7)    ห้องโดยสารเก็บเสียงค่อนข้างดี

revo

รูปลักษณ์เรียบง่าย ใช้ได้นาน ไม่ตกยุค

ข้อเสียของรถกระบะตอนเดียว Toyota Hilux Revo

1)    ช่วงล่างแข็งถ้าไม่ได้บรรทุกหนัก
2)    ไม่ประหยัดเชื้อเพลิง
3)    กำลังเครื่องช่วงปลายแผ่วกว่าตอนออกตัว

พาชม 2018 Ford Ranger 2.2 XL Standard Cab 6M/T ภายนอก ภายใน

3. Ford Ranger Standard Cab 2.2L XL 6MT ราคา 559,000 บาท

Ford Ranger รถกระบะ “พันธุแกร่ง” โดดเด่นที่สามารถลุยทุกเส้นทางขับขี่ รูปทรงภายนอกทันสมัย บึกบึน มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ภายในตกแต่งแบบคนรุ่นใหม่ ให้ความมีชีวิตชีวา ขับบรรทุกก็ได้ ใช้งานทั่วไปก็ดี ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.2 ลิตร DOHC TDCI พร้อม VG Turbo Intercooler ให้กำลังสูงสุด 160 แรงม้า ที่ 3,200รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 385 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600 – 2,600 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ซึ่งมีข้อดีและข้อเสียดังนี้

ข้อดีของรถกระบะตอนเดียว Ford Ranger

1)    รูปทรงทันสมัย แต่งสวย
2)    พวงมาลัยพาวเวอร์ผ่อนแรงด้วยไฟฟ้า
3)    มีถุงลมนิรภัยคู่หน้า, ระบบป้องกันลล้อล็อก ABS และระบบกระจายแรงเบรก EBD, ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer, กระจกมองหลังตัดแสงได้
4)    ตัวถังสูง
5)    อัตราเร่งดี
6)    เบาะนุ่ม นั่งสบาย

Ford Ranger Standard Cab

Ford Ranger Standard Cab 2.2L XL 6MT ทรงดุดัน บรรทุกก็ได้ ใช้งานทั่วไปก็ดี

ข้อเสียของรถกระบะตอนเดียว Ford Ranger

1)    บรรทุกหนักช่วงล่างไม่แน่น
2)    อัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 13.2 กม./ลิตร (eco sticker) แต่ใช้งานจริงเปลืองเชื้อเพลิงมากกว่าพอสมควร
3)    กระจกเป็นแบบมือหมุน
4)    ศูนย์บริการยังมีมาตรฐานไม่เท่ากัน และมีจุดบริการน้อย โดยเฉพาะต่างจังหวัด
5)    อะไหล่มือสองน้อย

Nissan Navara Single Cab SL 6MT

4.    Nissan Navara Single Cab 2.5 รุ่น SL 6MT (2WD) ราคา 559,500 บาท

มาถึงรถกระบะตอนเดียวจากค่าย Nissan ที่เปลี่ยนโฉมจาก Frontier เป็น Navara แต่ดูเหมือนกระแสความนิยมจะไม่มากเท่ารุ่นเก่า รวมถึงความทรหดยังสู้ค่ายเจ้าตลาดไม่ได้ แต่ก็มีหลายคนที่ชื่นชอบกระบะทรงนิสสัน กอรปกับเทคโนโลยีการใช้งานที่ทันสมัย อาทิ กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า, กล้องมองหลัง, หน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาด 5 นิ้ว เป็นต้น นอกจากนี้ยังโดดเด่นด้านช่วงล่างที่เป็นเหล็กกล้าแชสซีส์ชิ้นเดียวยาวตลอดคัน แข็งแรง แน่นหนึบ รองรับการบรรทุกหนักทุกระดับสภาพถนน ติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร คอมมอนเรล 4 สูบแถวเรียง DOHC 16 วาล์ว เทาร์โบแปรผัน (VGS) อินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 163 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิด 403 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 รอบ/นาที โดยแยกเป็นข้อดี ข้อเสียได้ดังนี้

ข้อดีของรถกระบะตอนเดียว Nissan Navara

1)    มีเทคโนโลยีทันสมัยให้มาก อาทิ กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า, กล้องมองหลัง, หน้าจออินโฟเทนเมนต์ขนาด 5 นิ้ว, กระจกมองหลังปรับลดแสงสะท้อน เป็นต้น
2)    อุปกรณ์ความปลอดภัยครบครัน ได้แก่
•    ถุงลมนิรภัยคู่หน้า
•    เข็มขัดนิรภัย ELR 3 จุด 2 ตำแหน่ง (พร้อมระบบดึงกลับ และผ่อนแรงดึงอัตโนมัติ) และเข็มขัดนิรภัย NR 2 จุด 1 ตำแหน่ง
•    พวงมาลัยยุบตัวได้เมื่อเกิดการชนด้านหน้า
•    ระบบตัดวาล์วน้ำมันเชื้อเพลิงอัตโนมัติ กรณีพลิกคว่ำ
•    กล้องมองหลัง

3)    ภายในห้องโดยสารเก็บเสียงดีที่สุด
4)    มีบันไดข้าง (เป็นประโยชน์สำหรับปีนผูกเชือกตรึงสินค้าด้านหลัง แต่บางท่านก็ไม่ได้ใช้งาน)

Nissan Navara Single Cab

Nissan Navara Single Cab 2.5 รถกระบะที่มาพร้อมกับบันไดข้าง

ข้อเสียของรถกระบะตอนเดียว Nissan Navara

1)    รัศมีวงเลี้ยวกว้างหากเทียบกับรุ่นแค็ป และ 4 ประตู แต่ถ้าเปรียบกับกระบะตอนเดียวค่ายอื่นก็ไม่แตกต่างกันมากนัก (Navara รัศมีวงเลี้ยว 6.0, Revo รัศมีวงเลี้ยว 5.9, D-max รัศมีวงเลี้ยว 6.0)
2)    เครื่องยนต์อืด ออกตัวช้า ต้องรอรอบเทอร์โบ
3)    ศูนย์บริการมีน้อย โดยเฉพาะต่างจังหวัด
4)    อะไหล่ส่วนใหญ่แพง และมีอะไหล่มือสองให้เลือกน้อย
5)    ช่วงล่างแข็งกระด้าง
6)    ตัวรถไม่สูง (ติดตั้งแหนบใต้เพลา) ไม่เหมาะสำหรับเวลาบรรทุกหนักผ่านทางขรุขระต่างจังหวัด

เปรียบเทียบสมรรถนะ

ตารางเปรียบเทียบสมรรถนะ

เทียบระบบความปลอดภัย

ตารางเปรียบเทียบระบบความปลอดภัย

สรุป

ทั้ง 4 รุ่น ถือว่าเป็นรถกระบะตอนเดียวที่ผู้ใช้ส่วนมากเลือกนิยมเลือก โดยรถที่เหมาะแก่การบรรทุกหนักและออกตัวแรง คงเป็น Toyota Hilux Revo แต่ถ้าต้องการทั้งบรรทุกหนักและประหยัด Isuzu D-MAX Spark จะเหมาะมากกว่า ซึ่งทั้งสองรุ่นที่กล่าวมาสามารถใช้งานได้นาน ทนทาน ส่วนใครที่ไม่เน้นบรรทุกมากนัก (ไม่เกิน 1 ตัน) และชอบรถกระบะทรงวัยรุ่นสมัยใหม่ต้องยกให้ Ford Ranger สำหรับ Nissan Navara จะได้ออพชั่นความปลอดภัยมากกว่าค่ายอื่น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับว่าผู้ซื้อใช้งานแบบใดเป็นหลัก และชอบสไตล์ไหนมากกว่าครับ สามารถไปทดลองขับก่อนตัดสินใจได้ที่ศูนย์ทั่วประเทศครับ

ดูเพิ่มเติม:
รีวิว Ford Ranger Raptor 2018 ที่สุดแห่งรถกระบะ
Nissan Navara มือสองดีไหม? เหตุผลที่ต้องเลือกรถกระบะคันนี้

ความคิดเห็นของผู้อ่าน 0
เรียงลำดับตาม:
ร่วมแสดงความคิดเห็น อีเมลของคุณจะไม่ปรากฏบนเว็บไซต์
กรุณากรอกข้อมูลของคุณ